วันก่อนมีคนถามว่า “ทำไมใจชอบถ่ายรูป” เล่นเอาใจตอบไม่ถูก หาทางออกไม่เจอกันเลยทีเดียว มันเหมือนกับถามว่า ทำไมใจถึงชอบกินส้มตำปู ทำไมถึงไม่กินปลา บางอย่างมันบอกไม่ได้ เพราะมันกลายเป็นชีวิตจิตใจของเราไปเสียแล้ว
แต่ครั้นจะให้ตอบจริงๆ ก็ไม่มีอะไรมาก มันเป็นคำตอบพื้นฐานที่ใจว่าก็อาจจะตรงกับใครหลายคน ก็คือ “ใจอยากจะถ่ายรูปที่ๆ ใจไปมา” เพียงแต่ว่า ภาพของแต่ละคนก็มีวิถีทางหรือที่เขาเรียกกันเสียโก้ว่า “สไตล์” ไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนใคร ก็เท่านั้นเอง
หลังๆ นี่ใจพยายามจะผ่อนคลายตัวเองให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่างน้อยก็ความรู้สึกที่อยากจะถ่ายรูปทุกบรรยากาศรอบข้าง เป็นเอามากถึงขนาดยอมปวดไหล่พกกล้องไปด้วยตลอดเวลา แม้มันจะเป็นกล้องคอมแพ็กธรรมดาแต่ว่าน้ำหนักของมันก็มากกว่ารุ่นอื่นๆ อยู่บ้างพอสมควร
รถของเราวิ่งฝ่าทะลุความเหน็บหนาวข้างนอกนั่นไปอย่างช้าๆ อาจจะเพราะอีกฟากฝั่งหนึ่งของถนนเป็นทะเล ขณะที่ถนนอยู่เหนือน้ำทะเลนั่นในระดับที่หากมองก้มต่ำลงไปที่ทะเลก็จะทำให้หัวใจวาบหวิวได้ไม่น้อย ดังนั้นเราจึงทำความเร็วได้ไม่มากเหมือนกับที่ป้ายกำหนดความเร็วของกรมทางหลวงที่นี่ระบุเอาไว้
จาก Anglesea นับจากนี้จุดหมายต่อไปคือเมือง “Lorne” เมืองเล็กๆ ที่ใจอยากจะแวะพักยิ่งนัก อย่างน้อยก็เพราะใจเห็นรูปภาพสะพานสีขาวสะอาดตาในหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวตามเส้นทาง Great Ocean Road ที่เพิ่งจะได้มาจากจุดบริการนักท่องเที่ยวก่อนถึง Geelong
ระหว่างทางที่รถลัดเลาะไปตามเส้นทางอันยาวไกลนั้น สายตาของใจก็จับจ้องอยู่ที่ขอบท้องฟ้าอยู่ตลอดเวลา บางทีก็เผลอคิดไปเสียไกลว่า “จะมีสักกี่ครั้งที่เราจะได้ทำอะไรแบบนี้ในชีวิต” ในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ใจเดินทางไปโน่นนี่ แต่ไม่ได้ตอบโจทย์อะไรเลยแม้แต่น้อย หลายครั้งก็ยังรู้สึกเหงา ถึงจะมีเงาของใครบางคนซ้อนทับเงาของเราอยู่ก็ตามที มันเหมือนมีคนนั่งอยู่ข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกอ้างว้างอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมคำว่า “เหงา” ในหน้าเว็บไซต์แห่งนี้ถึงมาก และตัวใหญ่กว่าใครเพื่อน
การเดินทางในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เติมเต็มหัวใจของใจให้เต็มดวง จากเดิมเสี้ยวหนึ่งของวันขาดวิ่นไม่มีทางเยียวยา แต่ยังเติมพลังและแรงบันดาลใจให้มากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้ง การเดินทางก็ช่วยเราได้มาก เราอาจจะต้องหลบหน้าผู้คนสักชั่วข้ามคืน และกลับมาใหม่ในสภาพกลับจากฟื้นไข้และเจ็บป่วยที่ดีกว่าเดิม ใจแนะนำให้เพื่อนฝูงออกเดินทางเสมอ ไม่ว่าจะด้วยระยะทางที่สั้นๆ ระยะวันที่ไม่ยาวนาน เท่าที่จะทำได้ หรือมีกำลังมากหน่อยก็ให้เอาหัวใจและเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าบินลัดฟ้าไปหลบหน้าผู้คนในสถานที่ห่างตาผู้คน
เราขับรถออกจากบ้านกันตอนสิบโมงเช้าของวันอังคารสัปดาห์ที่ผ่านมา ขับตรงเข้าถนนสาย M1 อันเป็นทางด่วนมุ่งหน้าไปยัง City Link ถนนเข้าเมืองแบบที่ต้องเสียเงินเป็นระยะๆ เพียงแต่ว่าไม่ต้องแวะจอดยื่นเงินสดตามด่านเหมือนที่เมืองไทย เจ้าของรถมักจะซื้อเครื่องรับสัญญาณและหักเงินจากระบบที่ซื้อเอาไว้ หรือไม่ก็หากใครหลงเข้าไปในเส้นทาง จะมีจดหมายถึงบ้านเรียกเก็บเงินย้อนหลังโดยไม่ต้องคิดว่าจะโกงได้
รถของเราตัดออกจากเมือง ออกนอกเมืองไปตามเส้นทางที่ระบุเอาไว้ในแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดไว้หน้ากระจกรถ บนหน้าจอบอกจุดหมายปลายทางอยู่ที่ “Great Ocean Road”
จนถึงตอนนี้ใจนั่งอยู่ที่บ้านแล้ว หลังจากกลับจากทริปนี้มาร่วม 5 วัน ในสมองของใจยังเก็บภาพของความทรงจำปลายทางที่ว่าเอาไว้ได้ชัดเจน มันเป็นเหมือนทริปในฝัน หากใจจะบรรยายความรู้สึกของทริป “Great Ocean Road” ที่ผ่านมา ใจก็คงจะบรรยายได้ว่า “มันเป็นทริปที่สวยที่สุดในบรรดาทุกทริปกว่าสิบประเทศที่ใจเคยไปมา”
Recent Comments