อยากจะไปเมืองลาว ไปหาท้าวคำแปง อยู่ที่เมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไซ …..
เป็นเพราะ “น้อย” เพื่อนสาวที่คบหารู้จักกันมานานตั้งแต่ชั้น ป.5 เปิดกิจการนำเที่ยวไทยลาวเป็นล่ำเป็นสันและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวตาน้ำข้าวที่หอบเอาหนังสือบนโลกเหงาๆ หรือเจ้า lonely planet ติดตัวมาด้วย ส่งผลให้เราโชคดีตลอดการเดินทางที่ไม่เพียงแต่ได้เดินทางแบบที่ชาวบ้านชาวช่องของเขาไม่ได้ทำ แต่เรายังจะได้คุยกับเจ้าของกิจการการท่องเที่ยวหลากประเภทในทริปนี้ ที่สำคัญนั่นมาพร้อมกับการค่าใช้จ่ายที่ต่ำและบางครั้งก็ถึงกับฟรีกันเลยทีเดียว
ขาออกจากห้วยทรายมายังปากแบงในวันที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง (อีกหนึ่งเดือนถัดมาใจเดินทางไปปากแบงอีกครั้งปรากฎว่าไฟฟ้าหรือที่คนลาวเรียกว่าไฟหลวงเข้าไปเยือนแล้ว) มีน้อยออกแบบการเดินทางเอาไว้คร่าวๆ หลังจากนั้นเราจะเดินทางกันตามมีตามเกิด ตามชีวิตของนักท่องเดินทางอย่างแท้จริง
ใจเกิดและโตในเมืองเล็กๆ ที่มีเขตแดนติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวหรือ สปป.ลาว แต่กว่าจะได้มีโอกาสไปเหยียบแผ่นดินพี่น้องที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษเดียวกันก็โตอยู่ในวัยประถมไปแล้ว แถมยังปล่อยให้เวลาเนิ่นนาน ผ่านวัน สัปดาห์ เดือนและปี จนกระทั่งโตเป็นสาววัยทำงานอายุเกิน 20 ถึงได้กลับที่นั่นอีกครั้งในฐานะนักท่องเที่ยว ยิ่งไปเสียกว่านั้น กว่าใจจะมีโอกาสได้สัมผัสความเป็นลาวอย่างถ่องแท้และตั้งใจกว่าครั้งไหนๆ ก็ปล่อยให้ตัวเองแก่เกิน 30 ปี
บ้านของใจอยู่เหนือสุดของไทย มีชายแดนติดกับลาวอย่างที่บอก แต่สำหรับลาวเราบอกว่าเราเป็นฝั่งทิศตะวันตกของเขา นอกเหนือจากเราแล้วพม่าก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันตกของลาว ไม่นับเวียดนามที่ติดฝั่งตะวันออก ทิศใต้ของลาวติดกับกัมพูชา และทิศเหนือติดกับจีน … เรียกได้ว่าทุกทิศมีหลายประเทศรายล้อมไปเสียหมด
เสียงโทรศัพท์มือถือที่ใจวางเอาไว้บนหัวเตียงไม้มะค่าที่พ่อสั่งทำตั้งแต่ใจไม่กี่ขวบดังขึ้นในเช้าตรู่วานนี้ ทำเอาใจที่นอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มเพราะอากาศหนาวต้องรีบควานมือมารับก่อนเสียงจะหายไปพร้อมกับเสียงไก่ขัน
“ฮัลโหล” เสียงสลึมสะลือบอกอารมณ์ไม่อยากจะตื่นให้ปลายสายได้รับรู้อย่างชัดเจน
เมื่อไม่นานมานี้ ใจค้นพบว่า มีเพียงไม่กี่คนในชีวิตของใจที่รับสายในช่วงที่ตัวเองยังไม่อยากจะตื่นได้ดูมีชีวิตชีวา ราวกับกำลังวิ่งอยู่กลางสนามหญ้าเวลาก่อน 7 โมงเช้าได้ และหนึ่งในไม่กี่คนนั้นคือคนที่คนรักของใจ
เช้าวันหนึ่ง เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ใจอดถามไถ่เขาเสียไม่ได้ หลังแบกเอาความสงสัยเอาไว้ในอกอยู่เสียนาน
เผลอแป๊บเดียว กล้อง G9 ก็อยู่กับใจมานานข้ามปี ภาพในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็อาจจะมากเกิน 1 หมื่นภาพ ลบบ้างเก็บบ้างตามประสา ใจเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะถ่ายรูปด้วยคอมแพ็คแบบสนอง need ส่วนตัวไปได้นานอีกสักเท่าไร เพราะไม่ได้เป็นช่างภาพมืออาชีพ ไม่ได้เกิดมามีพรสวรรค์ วัดแสงไม่เป็น โหมด M ไม่เคยจะเลือกใช้ หากไม่จำเป็นจริงๆ ทุกวันนี้ยังเลือกโหมด P และโหมด Auto อยู่เสมอ แม้กล้องที่มีอยู่ทำอะไรได้มากกว่าคอมแพ็คทั่วไปก็จริง แต่ใจก็ยังยกกล้อง มองจากจอแอลซีดีแล้วกดชัตเตอร์ไปตามความรู้สึกของตัวเอง…
ใจเก็บภาพแทบทุกที่ที่ตัวเองไป ถ่ายแทบทุกกิจกรรมของชีวิต (หากติดกล้องไปด้วย) ทุกวันนี้อยู่บ้านนอก ก็ยังพกกล้องไปโน่นมานี่เสมอ
Recent Comments