เก้าอี้ตัวนั้น มีเพียงฉันที่นั่งอยู่
เก้าอี้ตัวเดิม ไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกเสียจาก หัวใจที่บอบช้ำ
นานเท่าไรแล้ว ที่ฉันเอาแต่นั่งมองเก้าอี้ตัวเปล่า
ที่ว่างข้างๆ มันเต็มไปด้วยเรื่องราว
เธอ ฉัน และเขาในวันที่เลยผ่าน
เก้าอี้สีขุ่นมัว ตัวใหญ่
กลายเป็นที่ร้าง อย่างน้อยก็ร้างรักของเรา
เขาเอาเธอไปจากฉัน
เธอเองก็อยากจะลาจากฉัน ไม่สนใจระยะเวลาที่ร่วมสร้าง
ระยะวันมันกลายเป็นอุปสรรค
ระยะทางกลายเป็นปัญหา
ไม่เหมือนอย่างที่เคยสัญญา
จนถึงตอนนี้ฉันถึงได้เข้าใจว่า
ต่อให้ระยะทางจะสั้น หรือระยะวันจะยาว
เราก็คงจะต้องจากกันอยู่ดี
อย่างที่เคยบอกเอาไว้ ที่นี่อากาศผิดปกติกว่าบ้านเรามาก บางวันมีทั้งหนาว ร้อน และฝนตก ใครที่บ่นๆ บ้านเราอากาศผิดเพี้ยนมาเจออากาศที่นี่คงบ้าไปกันพอสมควร และหากร่างกายไม่แข็งแรง พักผ่อนไม่เพียงพอก็มีโอกาสที่จะเป็นหวัดไม่สบายกันได้
คนที่นี่มักจะดูพยากรณ์อากาศกันแทบทุกวัน เพื่อดูว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเจอสภาพอากาศเป็นอย่างไร ซึ่งใจเองก็มักจะเริ่มทำแบบคนอื่นเขาบ้างแล้ว ไม่มีเวลาได้ดูทีวี ก็มักจะใช้วิธีถามเพื่อนฝูง เปิดหนังสือพิมพ์แจกฟรีดูพยากรณ์อากาศ (เผลอดูพยากรณ์ชีวิตไปด้วยทุกวัน 555)
หลายวันก่อนอากาศแจ่มใส พยากรณ์อากาศบอกไว้ท้องฟ้าโปร่ง ฝนไม่ตก อุณหภูมิราว 19 องศา บรรยากาศกำลังสบาย ซึ่งมักจะตรงกันข้ามกันกับบ้านเราชัดเจน
ใจชอบเก้าอี้ตัวนั้น….มาก มันเป็นเก้าอี้ไม้ธรรมดาซึ่งตั้งอยู่หน้าร้านซ่อมรถตรงกันข้ามกับบริษัททัวร์ที่เพื่อนของใจทำงานอยู่ หลังจากที่ยืนจ้องมันอยู่หลายวัน วันหนึ่งใจก็สบโอกาส หลังจากเจ้าของร้านปิดร้านในค่ำวันนั้น ด้านหลังฉากของเก้าอี้กลายเป็นสังกะสีที่ไร้สีใดทาทับ น่าพิศกว่าการมีเก้าอี้เพียงตัวเดียววางอยู่… ใจยกกล้องขึ้นถ่ายภาพนั้นเก็บไว้ …และตอนนี้มันได้กลายเป็นภาพที่ใจชื่นชอบที่สุดตั้งแต่ถ่ายมาเสียแล้ว
หลายวันต่อมา ใจรู้สึกว่าตัวเองเครียดจากกิจกรรมในชีวิตหลายประการ เลยเอ่ยปากกับเจ้าเอ๋ น้องสาวที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง “ไปถ่ายรูปกัน” และเย็นวันนั้นใจบอกให้เอ๋ใส่เสื้อสีขาวหรือดำ ใส่กางเกงยีนส์ธรรมดา แล้วไปนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ตัวนี้
Recent Comments