มีภาพหลายภาพที่ใจไม่สามารถเล่าเรื่องราวของสถานที่ตั้งของภาพนั้นได้ นั่นเป็นพราะภาพนั้นเก็บได้ระหว่างใช้มันเป็นทางผ่านไปยังจุดหมายหรือปลายทางที่ต้องการเสียส่วนใหญ่ และแม้ถึงจะบอกได้ว่าภาพที่ได้นั้นมาจากสถานที่แห่งใด แต่กลับลงรายละเอียดอะไรไม่ได้เอาเสียเลย แต่ถึงจะอย่างนั้น ใจก็ยังคงความเชื่อดั้งเดิมส่วนตัวที่มีเสมอมาว่า “บางทีเราก็ไม่ได้สนใจจุดหมายนัก ความสวยงามรายทางและสิ่งที่เราได้ระหว่างทางต่างหากที่ล้วนแล้วแต่ทำให้เราลืมไม่ลง”
ในช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา ใจใช้เวลาไปกับการเดินทางด้วยรถยนต์มากกว่าสิ่งอื่นใด หลายต่อหลายครั้งการเดินทางของใจใช้เวลาการเดินทางด้วยรถยนต์ชนิดไปกลับเกิน 1500 กิโลเมตร หรืออาจจะมากกว่านั้นในระยะเพียงสามวัน ขณะที่บางเส้นทางเราขับรถกันเสียนานตั้งแต่เช้ายันเย็นเพียงแค่จะได้พักค้างคืน ณ ที่หมายเพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้น
มีเพื่อนพ้องหลายคนแวะเวียนมาทักทาย ไถ่ถามความเป็นไป และสรุปตรงข้อความสุดท้ายก่อนจากลาว่า “อย่าลืมหาเวลาเขียนเรื่องราวลงบนที่ว่างของใจบ้าง”
ใจเองตอบกลับเพื่อนบางคนว่า “เวลาน่ะมี แต่ที่ไม่มีคือความรู้สึกอยากจะเขียน” ผลที่ได้ก็คือ กำลังใจและคำแนะนำหลายอย่าง แต่ที่ต่างกันออกไปก็คือ มีคำพูดของน้องสาวคนหนึ่งที่บอกกับใจว่า “เล่าด้วยภาพสิคะ พี่ใจถ่ายรูปเยอะออก”
ข้อความต่อไปนี้ใจจะเขียนเพื่อตอบโจทย์ของใครบางคนที่เคยถามไถ่ใจเอาไว้ใน comment หลังจากที่พยายามจะตอบใน comment แต่ดูเหมือนเนื้อที่มันจะน้อยเกินไปที่จะตอบให้ครบถ้วนจำนวนความที่อยากจะบอกออกไป
คำถามที่ว่า “สงสัยมานานว่าใจถ่ายรูปคนในระยะใกล้ได้อย่างไร?”
ใจเองไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพ ใจเองยังวัดแสงไม่รู้เรื่อง อย่างมากก็แค่โหมดอัตโมมัติยกแล้วถ่ายไม่ได้สนใจอะไรนอกเหนือจากภาพที่อยู่ตรงหน้า ใจถ่ายมันมาเป็นจำนวนมาก และเลือกภาพที่ใจคิดว่าโดนใจที่สุดเอามานั่งดู…
แม้ใจจะหายๆ ไปบ้าง ไปจากหน้าเว็บไซต์แห่งนี้ พักหลังนี้ใจพบว่าความถี่ในการอัพข้อความมันน้อยลงกว่าเดิม อาจจะด้วยธุระปะปังอะไรหลายๆ อย่าง ใจต้องเรียนและทำงาน บางทีก็อยากจะออกนอกบ้านไปเที่ยวมากกว่าการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ ดังนั้นชีวิตของใจถึงไม่ได้ผูกติดอยู่กับคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อน
ยอมรับตรงๆ ว่า เมื่อก่อนหน้านี้ใจรู้สึกว่าตัวเอง “ติดคอมพิวเตอร์” (ที่มีอินเตอร์เน็ต) แต่ในตอนนี้ใจค้นพบว่า ใจไม่รู้สึกว่าตัวเองติดมัน ใจไม่รู้สึกหงุดหงิดหากไม่ได้เล่น แต่จะใช้มันเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงอะไรบ้างอย่างเสียมากกว่า และหากไม่มีอะไรจะทำ ก็ไม่คิดถึงคอมพิวเตอร์เหมือนแต่ก่อน ปล่อยให้มันร้างราอยู่อย่างนั้นบ้างบางครั้งและดูเหมือนจำนวนครั้งมันจะเริ่มเพิ่มขึ้นมากตามลำดับ
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ใจต้องไปเรียนเช้ากว่าที่เคย เพราะกฎระเบียบใหม่ของโรงเรียนที่จะเช็คชื่อขาดครึ่งหนึ่งของเวลาเรียนในวันนั้น ทันทีที่นักเรียนเข้าห้องเรียนสาย 15 นาที ทำให้ทุกวันในช่วงเช้าใจต้องตารีตาเหลือกลุกจากที่นอน ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปให้ทันรถไฟในรอบที่คำนวณแล้วว่า “จะทันเวลาพอดี”
ใจใช้เวลาเรียนในห้องเรียนราว 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะเหลือเวลาว่างหลังจากนั้นเลือกกิจกรรมที่ตัวเองต้องการ บางวันใจก็เลือกกลับบ้าน นั่งคุยกับเพื่อนที่โรงเรียน ไม่ก็ออกไปเดินเล่นชมเมืองไปเรื่อยๆ
Recent Comments