<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Jai's Space &#124; ที่ว่างของใจ ท่องเที่ยว ที่พัก ไดอารี่ เพลง อาหาร ถ่ายภาพ หนัง</title>
	<atom:link href="http://www.jaispace.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.jaispace.com</link>
	<description>ที่ว่างของใจ</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Sep 2010 05:12:29 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>วันที่ดอกไม้บาน&#8230;จริงๆ</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/09/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%86/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/09/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%86/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Sep 2010 05:10:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Things]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5250</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่เฝ้ารอคอยดอกไม้ที่เก็บเอามาจากหลังบ้าน เพราะไม่มีใครใส่ใจมาเก็บไว้ในความดูแลของตัวเองให้ออกดอกเบ่งบาน ล่าสุดดอกไม้ที่เลี้ยงดูปูเสื่อเอาไว้ ออกดอกสีชมพูงดงามอยู่ในกระถางมาร่วมสัปดาห์แล้ว
ดอกไม้สีชมพูก้านตรงดิ่งขึ้นไปยังที่สูง อยู่รวมตัวกันเป็นกระจุกตรงกลางกระถาง ปล่อยให้ใบสีเขียวล้อมรอบดอกไม้อยู่ในที่ที่ต่ำกว่า ดูแปลกตาสำหรับผู้มาเยือนในถิ่นของมันอย่างเรา
แม้ใจจะไม่ชอบไม้ดอกนัก เมื่อเทียบกับไม้ใบแล้ว ใจมักจะเลือกซื้อไม้ใบมาเลี้ยงเสมอ เมื่อครั้งอยู่เมืองไทย แต่พอได้เห็นดอกไม้ในกระถางออกดอกแบบนี้ก็รู้สึกดีกับไม้ประเภทดอกขึ้นมาในระดับหนึ่ง และแอบหวังว่า รายได้ที่หาได้ในอนาคตจะถูกแบ่งปันไปสรรหาต้นไม้ของท้องถิ่นนี้มาสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับจิตใจ

อย่างที่สัญญาเอาไว้ ว่าจะแวะเวียนเอารูปมาแปะเอาไว้ หากดอกไม้ที่เก็บมาออกดอกงดงาม และ&#8230;.ใจก็รักษาสัญญาอย่างที่เคยบอกเอาไว้

ดอกไม้จะงดงามแค่ไหน&#8230;.ใจก็ยังยืนว่า&#8230;.คนเลี้ยงงามกว่า (555)

Related Postวันดอกไม้บาน (1)ถอยหลังเพื่อต้นไม้ต้นนั้น&#8230;  (8)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากที่เฝ้ารอคอยดอกไม้ที่เก็บเอามาจากหลังบ้าน เพราะไม่มีใครใส่ใจมาเก็บไว้ในความดูแลของตัวเองให้ออกดอกเบ่งบาน ล่าสุดดอกไม้ที่เลี้ยงดูปูเสื่อเอาไว้ ออกดอกสีชมพูงดงามอยู่ในกระถางมาร่วมสัปดาห์แล้ว</p>
<p>ดอกไม้สีชมพูก้านตรงดิ่งขึ้นไปยังที่สูง อยู่รวมตัวกันเป็นกระจุกตรงกลางกระถาง ปล่อยให้ใบสีเขียวล้อมรอบดอกไม้อยู่ในที่ที่ต่ำกว่า ดูแปลกตาสำหรับผู้มาเยือนในถิ่นของมันอย่างเรา</p>
<p>แม้ใจจะไม่ชอบไม้ดอกนัก เมื่อเทียบกับไม้ใบแล้ว ใจมักจะเลือกซื้อไม้ใบมาเลี้ยงเสมอ เมื่อครั้งอยู่เมืองไทย แต่พอได้เห็นดอกไม้ในกระถางออกดอกแบบนี้ก็รู้สึกดีกับไม้ประเภทดอกขึ้นมาในระดับหนึ่ง และแอบหวังว่า รายได้ที่หาได้ในอนาคตจะถูกแบ่งปันไปสรรหาต้นไม้ของท้องถิ่นนี้มาสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับจิตใจ</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/09/wer1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5252" title="wer1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/09/wer1.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>อย่างที่สัญญาเอาไว้ ว่าจะแวะเวียนเอารูปมาแปะเอาไว้ หากดอกไม้ที่เก็บมาออกดอกงดงาม และ&#8230;.ใจก็รักษาสัญญาอย่างที่เคยบอกเอาไว้</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/09/wer3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5254" title="wer3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/09/wer3.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a><br />
ดอกไม้จะงดงามแค่ไหน&#8230;.ใจก็ยังยืนว่า&#8230;.คนเลี้ยงงามกว่า (555)</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/09/wer2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5253" title="wer2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/09/wer2.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/08/17/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="วันดอกไม้บาน">วันดอกไม้บาน</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/07/29/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%99/" title="ถอยหลังเพื่อต้นไม้ต้นนั้น&#8230; ">ถอยหลังเพื่อต้นไม้ต้นนั้น&#8230; </a> (8)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/09/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%86/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หิมะตกที่ Lake Mountain</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/08/26/%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-lake-mountain/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/08/26/%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-lake-mountain/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2010 01:56:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Australia Trip]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Lake Mountain]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5237</guid>
		<description><![CDATA[‎24 ชั่วโมงที่ผ่านพ้น มีพายุหิมะที่ตกหนักที่สุดในรอบ 25 ปีเท่าที่หิมะเคยตกในออสเตรเลีย ทำให้หิมะบนภูเขายิ่งหนาขึ้นกว่าครั้งไหนๆ และไม่เคยเป็นเช่นนี้ในช่วงเวลานี้ของปี&#8230;.
รายงานข่าวเกี่ยวกับสภาพหิมะบนภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ทหลายแห่งในออสเตรเลียซึ่งใจสมัครเป็นสมาชิกรับข่าวสารเอาไว้ใน Facebook บอกเช่นนั้น ทำให้ใจแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมใจถึงมีโอกาสได้เจอะเจอกับหิมะตกที่ Lake Mountain เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เมื่อเรามาถึงที่ Lake Mountain ภูเขาที่หิมะที่ใกล้ตัวเมืองเมลเบิร์นมากที่สุด โดยใช้ชั่วโมงการขับรถเพียง 2 ชั่วโมง เราคาดหวังว่าเราจะได้เห็นหิมะตกและหล่นลงบนหัวของเรา นั่นเป็นเพราะพยากรณ์อากาศบอกกับเราว่าฝนจะตกทั้งวันในแถบนี้ แต่ในอาณาบริเวณที่เต็มไปด้วยหิมะเช่นนี้ ฝนที่มีจะกลายสภาพเป็นหิมะไปโดยปริยาย

แต่เมื่อรถเข้าเขตของ Lake Mountain แดดกลับลอดผ่านช่องเล็กๆ ทะลุเมฆออกมากระทบกับพื้นถนนจนเราแสบตา แม้เราจะแอบผิดหวังเล็กๆ เพราะคิดว่าไม่ได้เห็นหิมะตก แต่เราก็ไม่นึกเสียใจกับอะไรใหม่ๆที่เราจะได้เจอจาก Lake Mountain
อย่างน้อยก็เพราะสภาพป่าที่ถูกไฟไหม้จากเหตุการณ์ Bush Fire ไฟไหม้ป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐวิคทอเรียเมื่อปีกลาย ทำให้สภาพป่าแถวนี้ไม่ต่างอะไรกับตอตะโกยักษ์ยืนต้นได้ แต่มันกลับสวยงามในแบบที่มันเป็น ต้นไม้ขนาดใหญ่สีดำมะเมื่อมยืนต้นอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลนสะอาดตา ดึงดูดสายตาให้กับเราไม่น้อย

เราจอดรถที่ลานจอดรถไม่กว้างนัก ผู้คนไม่ขวักไขว่เหมือน Mt.Buller ที่เราไปมา อาจจะเพราะว่าที่นี่ใกล้ไป ภูเขาไม่ชันและมีลานเล่นสกีหรือบอร์ดไม่ท้าทายเท่า Mt.Buller ทำให้ผู้คนไม่ค่อยมามากนัก ไม่ก็เพราะเป็นวันทำงานกลางสัปดาห์ ผู้คนเลยไม่หนาตาเท่าที่ควรจะเป็น
หลังจากให้ความอบอุ่นด้วยกาแฟแก้วร้อนในร้านคอฟฟี่ช็อปเพียงหนึ่งเดียวของที่นี่ แวะเช่ารองเท้าเดินหิมะสำหรับชายหนุ่ม เราก็เดินดุ่มๆ เข้าแนวป่าที่มีไว้ให้สำหรับผู้คนที่ใช้เวลาไปกับการเดินหิมะเพียงอย่างเดียว

โดยปกติแล้วกิจกรรมบนหิมะนอกเหนือจากเล่นสกี เล่นบอร์ด และอ่างกะทะพลาสติกที่ไถลลงจากที่สูงลงที่ต่ำซึ่งเรียกว่า Toboggan  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">‎24 ชั่วโมงที่ผ่านพ้น มีพายุหิมะที่ตกหนักที่สุดในรอบ 25 ปีเท่าที่หิมะเคยตกในออสเตรเลีย ทำให้หิมะบนภูเขายิ่งหนาขึ้นกว่าครั้งไหนๆ และไม่เคยเป็นเช่นนี้ในช่วงเวลานี้ของปี&#8230;.</span></p>
<p>รายงานข่าวเกี่ยวกับสภาพหิมะบนภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ทหลายแห่งในออสเตรเลียซึ่งใจสมัครเป็นสมาชิกรับข่าวสารเอาไว้ใน Facebook บอกเช่นนั้น ทำให้ใจแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมใจถึงมีโอกาสได้เจอะเจอกับหิมะตกที่ Lake Mountain เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา</p>
<p><span id="more-5237"></span></p>
<p>เมื่อเรามาถึงที่ Lake Mountain ภูเขาที่หิมะที่ใกล้ตัวเมืองเมลเบิร์นมากที่สุด โดยใช้ชั่วโมงการขับรถเพียง 2 ชั่วโมง เราคาดหวังว่าเราจะได้เห็นหิมะตกและหล่นลงบนหัวของเรา นั่นเป็นเพราะพยากรณ์อากาศบอกกับเราว่าฝนจะตกทั้งวันในแถบนี้ แต่ในอาณาบริเวณที่เต็มไปด้วยหิมะเช่นนี้ ฝนที่มีจะกลายสภาพเป็นหิมะไปโดยปริยาย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_6.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5246" title="snow_6" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_6.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>แต่เมื่อรถเข้าเขตของ Lake Mountain แดดกลับลอดผ่านช่องเล็กๆ ทะลุเมฆออกมากระทบกับพื้นถนนจนเราแสบตา แม้เราจะแอบผิดหวังเล็กๆ เพราะคิดว่าไม่ได้เห็นหิมะตก แต่เราก็ไม่นึกเสียใจกับอะไรใหม่ๆที่เราจะได้เจอจาก Lake Mountain</p>
<p>อย่างน้อยก็เพราะสภาพป่าที่ถูกไฟไหม้จากเหตุการณ์ Bush Fire ไฟไหม้ป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐวิคทอเรียเมื่อปีกลาย ทำให้สภาพป่าแถวนี้ไม่ต่างอะไรกับตอตะโกยักษ์ยืนต้นได้ แต่มันกลับสวยงามในแบบที่มันเป็น ต้นไม้ขนาดใหญ่สีดำมะเมื่อมยืนต้นอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลนสะอาดตา ดึงดูดสายตาให้กับเราไม่น้อย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5245" title="snow_5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_5.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>เราจอดรถที่ลานจอดรถไม่กว้างนัก ผู้คนไม่ขวักไขว่เหมือน Mt.Buller ที่เราไปมา อาจจะเพราะว่าที่นี่ใกล้ไป ภูเขาไม่ชันและมีลานเล่นสกีหรือบอร์ดไม่ท้าทายเท่า Mt.Buller ทำให้ผู้คนไม่ค่อยมามากนัก ไม่ก็เพราะเป็นวันทำงานกลางสัปดาห์ ผู้คนเลยไม่หนาตาเท่าที่ควรจะเป็น</p>
<p>หลังจากให้ความอบอุ่นด้วยกาแฟแก้วร้อนในร้านคอฟฟี่ช็อปเพียงหนึ่งเดียวของที่นี่ แวะเช่ารองเท้าเดินหิมะสำหรับชายหนุ่ม เราก็เดินดุ่มๆ เข้าแนวป่าที่มีไว้ให้สำหรับผู้คนที่ใช้เวลาไปกับการเดินหิมะเพียงอย่างเดียว</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5242" title="snow_2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_2.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>โดยปกติแล้วกิจกรรมบนหิมะนอกเหนือจากเล่นสกี เล่นบอร์ด และอ่างกะทะพลาสติกที่ไถลลงจากที่สูงลงที่ต่ำซึ่งเรียกว่า Toboggan  แล้ว ก็เห็นจะมีการแบ่งแยกประเภทการเดินชมหิมะเพียงอย่างเดียวเอาไว้ด้วยเสร็จสรรพ</p>
<p>ที่ Mountain มีกิจกรรมหลักๆ ให้เล่นอยู่สามอย่างคือ สกี Toboggan  และเดินชมบรรยากาศรอบข้าง ซึ่งแต่ละจุดแบ่งแยกกันชัดเจน ที่เล่นสกีคือที่ที่เราจะไปเดินไม่ได้ และที่ที่เล่น Toboggan ก็จะทำอะไรไม่ได้เลยเช่นกัน</p>
<p>สำหรับทางเดินชมหิมะนั้นแยกออกจากจุดแต่ละจุด มันเป็นทางเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรนอกจากต้นไม้ดำมืด และหิมะ ทางเล็กๆ ถูกทำสัญลักษณ์ตามต้นไม้ไปในแนวยาว พอๆ กับสภาพของทางเดินบนหิมะนั้นพอทำให้เห็นได้ว่าเป็นทางเดินไปข้างหน้า</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5244" title="snow_4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_4.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>ขณะที่เราเดินเข้าป่าไปนั้น เราไม่เห็นอะไรเลยนอกจากต้นไม้ดำเพราะฤทธิ์ของไฟฟ้าครั้งรุนแรงสาหัสของประเทศ และหิมะขาวที่ยังหนาอยู่ในช่วงนี้ หากเดินออกนอกแนวจุดทางเดิม เท้าเราก็จะจมด้วยความหนาของหิมะที่ไม่ถูกอัดแน่นเหมือนทางเดินที่เราเดินอยู่</p>
<p>บางทีอาจจะเพราะเราเหนื่อย เราเลยไม่รู้ว่าเราเดินไปได้ไกลเท่าไร การเดินที่ยากกว่าการเดินบนพื้นธรรมดาทำให้เราออกแรงมากกว่าปกติและเหนื่อยมากกว่าปกติเช่นกัน แม้เราจะเห็นป้ายบอกว่าจุดชมวิวทั้งภูเขาข้างหน้าอีกเกือบสองกิโลเมตร แต่เราก็เหนื่อยล้าจนกว่าจะเดินไปถึงจุดนั้นได้</p>
<p>เราหยุดอยู่ตรงใจกลางลานกว้าง พื้นที่กว้างไม่มีต้นไม้ขวางทางเหมือนอย่างที่เดินมา ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่เราก็คิดว่ามันเป็นลานกว้างที่สุดเท่าที่เคยเดินผ่านมา</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5243" title="snow_3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_3.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>ทันใดนั้น น้ำหยดหนึ่งก็พัดปลิวตามลมมาโดนที่แก้มระหว่างที่ใจกับชายหนุ่มคนรักยืนอยู่กลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ ทำให้ใจพูดกับเขาเป็นประโยคสั้นๆ ว่า &#8220;หิมะตกแล้ว&#8221;  ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมา หิมะก็เริ่มโปรยปรายไปทั่ว ความรู้สึกเสียดายก่อนหน้าหายไปในบัดดล มีแต่รอยยิ้มกลับมาระหว่างเราทั้งคู่</p>
<p>แม้อากาศจะเหน็บหนาวขึ้นเรื่อยๆ เพราะหิมะที่พัดโปรยลงมา แต่เรากลับเพลิดเพลินกับฝนหิมะอยู่เสียนาน</p>
<p>นี่เป็นครั้งแรกที่ใจได้มีโอกาสเห็นหิมะตก มันให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับการได้เห็นทะเลครั้งแรกตอนเข้าเรียนชั้นมหาวิทยาลัยแล้ว ในเวลานั้นใจไม่ทำอะไรนอกจากนั่งจ้องมองออกไปที่ทะเลและเก็บหอยกลับบ้าน หรือเอาน้ำทะเลใส่ขวดติดมือกลับบ้านไปด้วย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5241" title="snow_1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_1.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>ใจแทบจะลืมความเจ็บป่วยจากไข้หวัดและพิษต่อมทอนซิลอักเสบไปเสียสิ้น ไข้แทบจะหายไปเพราะได้เห็นหิมะโปรยปรายลงมา และรู้สึกไม่เสียดายเลยที่ออกจากบ้านมาพร้อมกับอาการไข้ขึ้นในวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว Lake Mountain ที่ดูไม่ดึงดูดสายตาผู้คนเท่าไรนัก กลับมีคุณค่าในความทรงจำของใจเสียยิ่งนักในเวลาเช่นนี้</p>
<p>Lake Mountain ดูงดงามขึ้นมาในทันทีที่หิมะโปรยปราย เราแทบไม่ต้องการอะไรเลย&#8230;.แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้สึกดีไปอีกนาน บางทีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของคนเราก็ไม่เท่ากัน ปริมาตร ปริมาณ และขนาดของความสุขของแต่ละบุคคลมีดัชนีชี้วัดที่ผิดเพี้ยนไปแล้วแต่จะเลือก </p>
<p>สำหรับใจแล้ว ความสุขในวันนี้ที่ Lake Mountain คือการได้เห็นหิมะตกมากกว่าการเล่นสกี แม้จะกลับบ้านพร้อมไข้ที่หนักขึ้นจนต้องลางานมานอนซมก็ตามที&#8230;.. แต่ก็ยังแอบตื่นเต้นกับหิมะตกหลายวันก่อนไม่เลิกรา</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157624684456061/"><img class="alignnone size-full wp-image-5247" title="snow_flickr" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/snow_flickr.jpg" alt="" width="440" height="198" /></a></p>
<h3  class="related_post_title">Random Posts</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/02/06/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88/" title="ไม่ใช่ของของใจ ">ไม่ใช่ของของใจ </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/12/09/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/" title="ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว">ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว</a> (10)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/01/10/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84/" title="ที่ที่หนึ่ง&#8230;บนโลกแห่งความเป็นจริง ">ที่ที่หนึ่ง&#8230;บนโลกแห่งความเป็นจริง </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2006/04/03/par-club/" title="Par Club">Par Club</a> (0)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/21/%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b9%8a%e0%b8%97/" title="รองเท้าบู๊ท">รองเท้าบู๊ท</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/12/27/%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1/" title="คาถามหานิยม">คาถามหานิยม</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/11/18/%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a9/" title="หัวใจกระดาษ ">หัวใจกระดาษ </a> (6)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/08/17/%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81/" title="ปาก">ปาก</a> (7)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/02/20/%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2/" title="แวะไป &#8220;บ้านอ้ายหล้า&#8221; ">แวะไป &#8220;บ้านอ้ายหล้า&#8221; </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2005/11/01/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="กลอนหวาน&#8230;">กลอนหวาน&#8230;</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/08/26/%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-lake-mountain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โอ้&#8230;น้ำส้มสายชู</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/08/23/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/08/23/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2010 01:59:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Mind]]></category>
		<category><![CDATA[Vinegar]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำส้มสายชู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5229</guid>
		<description><![CDATA[ใจเพิ่งจะได้ความรู้ใหม่ในการเช็ดช้อนและส้อม บางทีก็อดคิดเสียไม่ได้ว่า  &#8220;ถ้าเราฟังคนอื่นมากขึ้น และหยุดพูดให้น้อยลง เราคงจะได้มุมมองใหม่จากใครหลายคนเลยทีเดียว&#8221;
หลังจากแอบเห็นผู้จัดการร้านที่ทำงานด้วยกัน เช็ดช้อนและส้อมด้วยอะไรบางอย่าง และมันก็เงาวับถึงขนาดเห็นหน้าตัวเองไปโผล่อยู่ในช้อนตักข้าว ใจก็อดรนทนไม่ไหว ถามไถ่ด้วยความอยากรู้ และใคร่อยากจะเห็นด้วยตาตัวเองบ้างว่าหากทำเช่นนั้นแล้วช้อนของเราจะเงางามอย่างเขาบ้างไหม

ผู้จัดการร้านจัดแจงเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า สมัยเธอเรียนวิชาการโรงแรมและเคยทำงานอยู่ในโรงแรมที่ฝรั่งเศส ด้วยเพราะแม้เธอจะหน้าตาเอเชีย แต่เธอก็ไปเกิดที่นั่นและเป็นคนที่นั่นอย่างสมบูรณ์แบบ พอๆ กับการการพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นหลักและรองลงมาอีกหลายภาษา อาทิ อังกฤษ เยอรมัน กรีก และเวียดนาม เธอใช้น้ำส้มสายชูหรือ Vinegar ผสมกับน้ำร้อนในอัตราส่วนไม่มากนัก เช่นใส่น้ำในถังน้อยก็เทน้ำส้มใส่ชักสองสามช้อนชา แช่ช้อนไว้หนึ่งนาทีหรือจะแช่ไปเช็ดไปก็ได้
ช้อนที่เช็ดด้วยน้ำส้มสายชูจะไม่เพียงขึ้นเงา เหมือนใหม่เท่านั้น แต่ในเวลาเดียวกัน น้ำส้มสายชูยังมีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นในช้อนที่หลงเหลืออยู่ด้วย พร้อมๆ กับฆ่าเชื้อโรคจำพวกแบคทีเรีย ในเวลาเดียวกัน

ใจเองก็สงสัยจึงเข้า google ใส่คำว่า Vinegar ลงไปก็ค้นพบว่า เทคนิคการทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงช้อนและส้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมสำหรับแม่บ้านทั้งหลาย ในการนำมาทำความสะอาดเคาน์เตอร์ในบ้าน กำจัดรอยบนโต๊ะ เช็ดคราบเปื้อนไมโครเวฟ ดับกลิ่นของถังขยะ เช็ดขอบตู้เย็น ดับกลิ่นเตาอบ ลบรอยหมองหรือคราบในแก้วน้ำและชุดเครื่องเรือนที่เป็นแก้ว ช่วยทำให้แก้วชาไม่เป็นคราบ ดับกลิ่นเหม็นอับในกล่องเก็บอาหารพลาสติก ช่วยกำจัดคราบและสิ่งสกปรกคอขวดหรือคอเหยือกน้ำ ทำความสะอาดหรือคราบบนเครื่องทองแดง
กำจัดมด กำจัดแมลงวัน แมลงหวี่ ทำความสะอาดเครื่องเปิดกระป๋อง ช่วยทำความสะอาดเตาปิ้งย่าง ความสะอาดพื้นพรม หน้าต่าง ประตู [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">ใจเพิ่งจะได้ความรู้ใหม่ในการเช็ดช้อนและส้อม บางทีก็อดคิดเสียไม่ได้ว่า  &#8220;ถ้าเราฟังคนอื่นมากขึ้น และหยุดพูดให้น้อยลง เราคงจะได้มุมมองใหม่จากใครหลายคนเลยทีเดียว&#8221;</span></p>
<p>หลังจากแอบเห็นผู้จัดการร้านที่ทำงานด้วยกัน เช็ดช้อนและส้อมด้วยอะไรบางอย่าง และมันก็เงาวับถึงขนาดเห็นหน้าตัวเองไปโผล่อยู่ในช้อนตักข้าว ใจก็อดรนทนไม่ไหว ถามไถ่ด้วยความอยากรู้ และใคร่อยากจะเห็นด้วยตาตัวเองบ้างว่าหากทำเช่นนั้นแล้วช้อนของเราจะเงางามอย่างเขาบ้างไหม</p>
<p><span id="more-5229"></span></p>
<p>ผู้จัดการร้านจัดแจงเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า สมัยเธอเรียนวิชาการโรงแรมและเคยทำงานอยู่ในโรงแรมที่ฝรั่งเศส ด้วยเพราะแม้เธอจะหน้าตาเอเชีย แต่เธอก็ไปเกิดที่นั่นและเป็นคนที่นั่นอย่างสมบูรณ์แบบ พอๆ กับการการพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นหลักและรองลงมาอีกหลายภาษา อาทิ อังกฤษ เยอรมัน กรีก และเวียดนาม เธอใช้น้ำส้มสายชูหรือ Vinegar ผสมกับน้ำร้อนในอัตราส่วนไม่มากนัก เช่นใส่น้ำในถังน้อยก็เทน้ำส้มใส่ชักสองสามช้อนชา แช่ช้อนไว้หนึ่งนาทีหรือจะแช่ไปเช็ดไปก็ได้</p>
<p>ช้อนที่เช็ดด้วยน้ำส้มสายชูจะไม่เพียงขึ้นเงา เหมือนใหม่เท่านั้น แต่ในเวลาเดียวกัน น้ำส้มสายชูยังมีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นในช้อนที่หลงเหลืออยู่ด้วย พร้อมๆ กับฆ่าเชื้อโรคจำพวกแบคทีเรีย ในเวลาเดียวกัน</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/fork1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5231" title="fork1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/fork1.jpg" alt="" width="440" height="320" /></a></p>
<p>ใจเองก็สงสัยจึงเข้า google ใส่คำว่า Vinegar ลงไปก็ค้นพบว่า เทคนิคการทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงช้อนและส้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมสำหรับแม่บ้านทั้งหลาย ในการนำมาทำความสะอาดเคาน์เตอร์ในบ้าน กำจัดรอยบนโต๊ะ เช็ดคราบเปื้อนไมโครเวฟ ดับกลิ่นของถังขยะ เช็ดขอบตู้เย็น ดับกลิ่นเตาอบ ลบรอยหมองหรือคราบในแก้วน้ำและชุดเครื่องเรือนที่เป็นแก้ว ช่วยทำให้แก้วชาไม่เป็นคราบ ดับกลิ่นเหม็นอับในกล่องเก็บอาหารพลาสติก ช่วยกำจัดคราบและสิ่งสกปรกคอขวดหรือคอเหยือกน้ำ ทำความสะอาดหรือคราบบนเครื่องทองแดง</p>
<p>กำจัดมด กำจัดแมลงวัน แมลงหวี่ ทำความสะอาดเครื่องเปิดกระป๋อง ช่วยทำความสะอาดเตาปิ้งย่าง ความสะอาดพื้นพรม หน้าต่าง ประตู ชั้นวางสบู่ในห้องน้ำ ทำความสะอาดเนื้อไม้ และอื่นๆ อีกสารพัดประโยชน์</p>
<p>ใจแอบแวะไปอ่านประวัติของน้ำส้มสายชู ยังค้นพบว่า แต่เดิมคำว่า Vinegar ที่แปลว่าน้ำส้มสายชูนั้นมีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลความหมายได้ว่า &#8220;ไวน์เปรี้ยว&#8221;</p>
<p>น้ำส้มสายชูเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญตั้งแต่หลายพันปีก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากการหมักไวน์ผิดพลาด เมื่อแรกเริ่มเดิมทีการหมักไวน์นั้น น้ำตาลจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นแอลกอฮอล์ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป แบคทีเรียในอากาศจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นกรดแทน ซึ่งนั่นทำให้ไวน์ที่ดีกลายเป็นไวน์ที่แย่ เพราะให้รสเปรี้ยวกว่าปกติ แต่กลับกลายเป็นน้ำส้มสายชูชั้นเลิศนั้นเอง</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/vine.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5233" title="vine" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/vine.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>เรื่องของน้ำส้มสายชูยังเป็นเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์สำหรับคนอีกหลายคน จนถึงขนาดมีพิพิธภัณฑ์น้ำส้มสายชูโดยเฉพาะที่เรียกว่า The International Vinegar Museum  ที่มลรัฐเซาท์ดาโคตา (South Dakota) สหรัฐอเมริกา  และมีเทศกาลน้ำส้มสายชูจัดขึ้นเป็นประจำอีกด้วย</p>
<p>พอมาถึงตรงนี้ ใจเองก็ยิ่งรับรู้ได้ว่า เรื่องน้ำส้มสายชูไม่ได้เป็นเรื่องน้ำส้มสายชูอีกต่อไป แต่มันหมายถึงความรู้เล็กๆ น้อยๆ  ที่เราได้รับและนำมันมาต่อยอดให้ยิ่งใหญ่ได้โดยไม่รู้ตัว &#8230;. อย่างน้อยความรู้เล็กน้อยว่ามันเช็ดช้อนให้เงางามได้ก็ทำให้ใจไปค้นหาในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความเงางามเพียงอย่างเดียว&#8230;.โอ้ น้ำส้มสายชู</p>
<p>ปล. ว่ากันว่า น้ำส้มสายชูยังดีกับคนที่รักโซฟามากกว่าแมวที่เลี้ยงอีกด้วย ในเว็บไซต์บางแห่งแนะนำให้ฉีดน้ำส้มสายชูลงบนโซฟาสุดหวงสักนิด แมวจะไม่ขูดหรือข่วนโซฟ อันนี้ใจไม่เคยลองทำสักที&#8230;ใครลองทำได้ผลเป็นเช่นไร แวะมาบอกที</p>
<h3  class="related_post_title">Random Posts</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/05/27/one-shot-one-moment-in-my-mind/" title="one shot , one moment in my mind">one shot , one moment in my mind</a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/11/29/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a2/" title="สุดจะบรรยาย">สุดจะบรรยาย</a> (5)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/04/14/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1/" title="หลงรักโดนัทกลิ่นชินนามอน ">หลงรักโดนัทกลิ่นชินนามอน </a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/09/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-queenscliff/" title="วันนั้นที่ Queenscliff ">วันนั้นที่ Queenscliff </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/26/%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/" title="ถั่วงอกเชียงของ : เรื่องราวของวิถีชีวิตริมตลิ่งโขง">ถั่วงอกเชียงของ : เรื่องราวของวิถีชีวิตริมตลิ่งโขง</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/05/09/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a2/" title="แหวนเงิน ยาสีฟัน และน้ำยาล้างจาน">แหวนเงิน ยาสีฟัน และน้ำยาล้างจาน</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/11/16/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81/" title="ทุบตึก ">ทุบตึก </a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/02/11/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/" title="มุมที่แตกต่าง&#8230;">มุมที่แตกต่าง&#8230;</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/09/04/%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b9/" title="ใจไม่กล้าพอ&#8230;ห้ามดู">ใจไม่กล้าพอ&#8230;ห้ามดู</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/11/26/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1/" title="หนาว &#8230;แล้วเหงาไหม? ">หนาว &#8230;แล้วเหงาไหม? </a> (1)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/08/23/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รูปโดนใจ</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/08/21/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/08/21/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Aug 2010 02:43:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Australia Trip]]></category>
		<category><![CDATA[Chapel Street]]></category>
		<category><![CDATA[Prahran Market]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[รูป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5217</guid>
		<description><![CDATA[สัปดาห์ที่ผ่านมา ใจออกนอกบ้านไปตลาด &#8220;Prahran Market&#8221; ตลาดที่เปิดทำการมายาวนานที่สุดในออสเตรเลีย แต่ถึงจะเอากล้องติดต่อไปด้วย กลับไม่ได้รูปมามากมายนัก อาจจะเพราะตลาดเล็กกว่าที่คิดเอาไว้ เมื่อเทียบกับตลาดขายของที่ระลึกสำคัญของเมืองเมลเบิร์นอย่าง Victoria Market หรือตลาดที่มีอายุเก่าแก่ไม่แพ้กันอย่าง South Melbourne Market ซึ่งใจก็ตระเวณไปมาหมดแล้วก่อนหน้านี้

ตลาด Prahran Market เป็นตลาดที่เก่าก็จริง แต่ของที่ขายกลับแพงกว่าตลาดทั้งสองแห่งในเมลเบิร์น หากให้คาดเดาก็คงจะเป็นเพราะดันไปตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่ขึ้นชื่อพอสมควร อย่างน้อยก็เป็นย่านที่ถนนทั้งสายเป็นถนนแห่งการนั่งกิน เที่ยว ดื่ม ดูหนังและช็อปปิ้งแบรนด์เนมสารพัด  ที่เรียกว่า &#8220;Chapel Street&#8221;


ตัวตลาดได้ทำการทำนุบำรุงให้ดูดีขึ้น มีการทาสีให้ดูสะอาดตายิ่งขึ้น ด้านในมีของขายไม่มากนักเมื่อเทียบกับตลาดทั้งสอง (อีกนั่นแหละ) ใจใช้เวลาในการเดินวนเวียนในตลาดไม่นานนัก ก่อนผละความสนใจจากตลาดมาที่ Chapel Street

เดินจากตลาดเป็นเส้นตรง แวะกินอาหารญี่ปุ่นมื้อแรกในเมลเบิร์น หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับอาหารเวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลี จีน และไทยมาเสียนาน ก่อนจะหันหลังกลับ โดยมีเพียงถั่วแระญี่ปุ่นสองถุงแ ละแป้งทำพิซซ่าญี่ปุ่นติดมือกลับบ้าน
แต่&#8230;ถึงจะบอกว่าไม่ได้ถ่ายรูปมากนักเพราะว่าตลาดไม่ประทับใจเหมือนอย่างที่คาดหวังไว้ และ Chapel Street ก็ไม่ได้ดึงดูดสายตา อาจจะเพราะไม่ใช่วันหยุด วันที่จะมีผู้คนออกมาเดินให้ถ่ายรูปบ้าง  ถึงจะอย่างนั้น ใจก็ยังได้รูปที่ตัวเองชอบไม่น้อย

รูปของผนังที่พ่นลายกราฟฟิค หรือที่เรียกกันว่า Graffiti ศิลปะข้างถนนที่หาได้ไม่ยากเย็นนักในเมืองนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สัปดาห์ที่ผ่านมา ใจออกนอกบ้านไปตลาด &#8220;Prahran Market&#8221; ตลาดที่เปิดทำการมายาวนานที่สุดในออสเตรเลีย แต่ถึงจะเอากล้องติดต่อไปด้วย กลับไม่ได้รูปมามากมายนัก อาจจะเพราะตลาดเล็กกว่าที่คิดเอาไว้ เมื่อเทียบกับตลาดขายของที่ระลึกสำคัญของเมืองเมลเบิร์นอย่าง Victoria Market หรือตลาดที่มีอายุเก่าแก่ไม่แพ้กันอย่าง South Melbourne Market ซึ่งใจก็ตระเวณไปมาหมดแล้วก่อนหน้านี้</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5219" title="sunny_1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_1.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>ตลาด Prahran Market เป็นตลาดที่เก่าก็จริง แต่ของที่ขายกลับแพงกว่าตลาดทั้งสองแห่งในเมลเบิร์น หากให้คาดเดาก็คงจะเป็นเพราะดันไปตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่ขึ้นชื่อพอสมควร อย่างน้อยก็เป็นย่านที่ถนนทั้งสายเป็นถนนแห่งการนั่งกิน เที่ยว ดื่ม ดูหนังและช็อปปิ้งแบรนด์เนมสารพัด  ที่เรียกว่า &#8220;Chapel Street&#8221;</p>
<p><span id="more-5217"></span></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5221" title="sunny_3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_3.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>ตัวตลาดได้ทำการทำนุบำรุงให้ดูดีขึ้น มีการทาสีให้ดูสะอาดตายิ่งขึ้น ด้านในมีของขายไม่มากนักเมื่อเทียบกับตลาดทั้งสอง (อีกนั่นแหละ) ใจใช้เวลาในการเดินวนเวียนในตลาดไม่นานนัก ก่อนผละความสนใจจากตลาดมาที่ Chapel Street</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5220" title="sunny_2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_2.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>เดินจากตลาดเป็นเส้นตรง แวะกินอาหารญี่ปุ่นมื้อแรกในเมลเบิร์น หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับอาหารเวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลี จีน และไทยมาเสียนาน ก่อนจะหันหลังกลับ โดยมีเพียงถั่วแระญี่ปุ่นสองถุงแ ละแป้งทำพิซซ่าญี่ปุ่นติดมือกลับบ้าน</p>
<p>แต่&#8230;ถึงจะบอกว่าไม่ได้ถ่ายรูปมากนักเพราะว่าตลาดไม่ประทับใจเหมือนอย่างที่คาดหวังไว้ และ Chapel Street ก็ไม่ได้ดึงดูดสายตา อาจจะเพราะไม่ใช่วันหยุด วันที่จะมีผู้คนออกมาเดินให้ถ่ายรูปบ้าง  ถึงจะอย่างนั้น ใจก็ยังได้รูปที่ตัวเองชอบไม่น้อย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5222" title="sunny_4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_4.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>รูปของผนังที่พ่นลายกราฟฟิค หรือที่เรียกกันว่า Graffiti ศิลปะข้างถนนที่หาได้ไม่ยากเย็นนักในเมืองนี้ ในนั้นมีจักรยานจอดอยู่ตรงปลาย กลายเป็นภาพที่ใจชื่นชอบมากที่สุดในรอบหลายเดือนมานี้ มันเป็นรูปง่ายๆ ไม่มีอะไรในนั้นมากนัก แต่กลับเป็นรูปที่ใจรู้สึกประทับใจอยู่ตลอด</p>
<p>อาจจะเป็นเพราะสี จักรยาน ลวดลายที่ผนัง หรืออะไรก็ไม่ทราบ แต่จนถึงตอนนี้มันก็กลายเป็นรูปในความทรงจำระหว่างการเดินทางของใจไปเสียแล้ว</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5223" title="sunny_5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_5.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>ปล. แวะไปดูรูปขนาดใหญ่ได้ที่อัลบั้ม <a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157624744676288/">http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157624744676288/</a> หรือคลิกที่รูป<br />
รูปไม่มากอย่างที่บอก แต่หวังว่าจะชอบกัน</p>
<p><a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157624744676288/"><img class="alignnone size-full wp-image-5224" title="sunny_flickr" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/sunny_flickr.jpg" alt="" width="440" height="170" /></a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/" title="เล่าด้วยภาพ ">เล่าด้วยภาพ </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/02/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1/" title="ว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม">ว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/26/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7/" title="รูปงานแต่งหน้าหนาว">รูปงานแต่งหน้าหนาว</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/04/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a1/" title="ตลาดตีสาม">ตลาดตีสาม</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/05/03/%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/" title="ถ่ายรูปหลังบ้าน">ถ่ายรูปหลังบ้าน</a> (5)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/03/24/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b/" title="รูป ">รูป </a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/03/01/%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b/" title="ถ่ายรูป">ถ่ายรูป</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/11/05/%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88/" title="ถ้าไม่ก้าวเท้า..เราก็ไม่ได้เดินทาง ">ถ้าไม่ก้าวเท้า..เราก็ไม่ได้เดินทาง </a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/10/14/today-in-photos/" title="Today In Photos">Today In Photos</a> (3)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/08/21/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วันดอกไม้บาน</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/08/17/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/08/17/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Aug 2010 14:17:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Mind]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5208</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากประคบประหงมมันมาหลายวัน ล่าสุดต้นไม้ต้นเล็กก็ออกดอกงอกเงยให้เห็น ที่เหลือใจก็รอคอยเวลาให้มันเบ่งบานอย่างที่มันควรจะเป็น แอบหวังอยู่เล็กๆ ว่า ดอกจะงดงามเหมือนที่เคยเห็นในร้านขายต้นไม้ ไม่ร่วงโรยลาจากกันไปก่อนวัยอันควรเพราะพิษอากาศที่เหน็บหนาวในระยะนี้
ก่อนย้ายมาพำนักในย่านใหม่ ใจหยิบเอากระถางดอกไม้ต้นหนึ่งหลังบ้านเก่าติดมือมาด้วย กระถางพลาสติกสีน้ำเงินมีต้นไม้สีเขียวพุ่มเล็กๆ อยู่ข้างในถูกทิ้งเอาไว้อยู่หลายเดือน ใจเห็นมันล้มนอนตะแคงอยู่กับพื้นตั้งแต่ใจมาถึงที่นี่

ใจเฝ้ามองมันอยู่นาน บางทีก็คิดว่า ตัวของมันเองก็อึดน่าดู บางวันฝนก็ตกหนัก ลมก็พัดแรง แดดก็ออกไม่สม่ำเสมอ แต่ไม่ว่าเมื่อไร มันก็ยังนอนตะแคงอยู่เช่นนั้นไม่มีทีท่าจะเหี่ยวและแห้งตายไปแต่อย่างใด
และเมื่อจะย้ายออกบ้านหลังเก่า ต้นไม้กระถางนั้นกลับเป็นสิ่งแรกที่ใจหยิบติดมือมาด้วยก่อนเสื้อผ้าและข้าวของอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ ใจเก็บมันเอามาวางไว้ในห้องซักล้างที่ทาสีเสร็จแล้ว ใจเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของพุ่มใบไม้สีเขียวที่ดูอิ่มเอิบกว่าที่เคย พุ่มมันค่อยๆ เติบโตและสวยงามกว่าเดิม

ไม่เพียงเท่านั้น สามวันที่ผ่านมา ต้นไม้ก็ให้ดอกงอกเงยแทรกอยู่ตามใบเขียวนั้น ใจนับจำนวนดอกได้ราว 10 ดอก ไม่นับจำนวนที่มันกำลังจะงอกตามมาในเวลาหลังจากนี้ สองวันที่ผ่านมา ใจพามันออกไปรับแดดเมื่อมีโอกาส รดน้ำและปล่อยให้มันอยู่นอกบ้านหนึ่งคืน ก่อนโยกย้ายมันกลับมาตั้งเด่นสง่าอยู่โต๊ะกระจกข้างตู้เย็น
ใจนั่งเฝ้ามองให้ดอกสีชมพูเบ่งบาน วันแล้ววันเล่าแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าดอกจะบานเมื่อใด นี่ก็ปาเข้าไปวันที่สามแล้ว ดอกก็ยังเอาแต่ตูม ไม่ผลิกลีบงามให้เห็น
ใจเริ่มรู้สึกว่า ดอกไม้ไม่เพียงแต่อึดที่เติบโตและผลิดอกไม้สำเร็จ แต่ใจกลับอึดมากกว่าที่นั่งเฝ้ามองมันผลิดอก ออกใบอยู่ทุกวี่ทุกวัน เรียกได้ว่า ดอกว่าอึดแล้ว ใจคงจะอึดมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
พูดแล้วก็คิดถึงต้นกระบอกเพชรที่เฝ้าทนุถนอมเลี้ยงมันมาหลายปีที่ระเบียงอพาร์ทเม้นท์ในกรุงเทพฯ ทั้งเปลี่ยนกระถาง เอาไปเจอแดด ใส่ก้อนหินงามๆ จนตอนนี้ส่งต่อมันไปให้แม่ และมันก็เติบใหญ่อยู่บนศาลพระภูมิหน้าบ้าน วันดีคืนดี มันก็กลายเป็นสิ่งที่แม่แอบเฝ้ามองว่ามันจะเติบโตได้อีกสักเท่าไร ความสุขของใจกลายเป็นสมบัติในรั้วบ้านของแม่อีกหนึ่งชิ้น

บางที&#8230;ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของเราไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เราเอาแต่เฝ้ามองหาสิ่งที่เรียกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากประคบประหงมมันมาหลายวัน ล่าสุดต้นไม้ต้นเล็กก็ออกดอกงอกเงยให้เห็น ที่เหลือใจก็รอคอยเวลาให้มันเบ่งบานอย่างที่มันควรจะเป็น แอบหวังอยู่เล็กๆ ว่า ดอกจะงดงามเหมือนที่เคยเห็นในร้านขายต้นไม้ ไม่ร่วงโรยลาจากกันไปก่อนวัยอันควรเพราะพิษอากาศที่เหน็บหนาวในระยะนี้</p>
<p>ก่อนย้ายมาพำนักในย่านใหม่ ใจหยิบเอากระถางดอกไม้ต้นหนึ่งหลังบ้านเก่าติดมือมาด้วย กระถางพลาสติกสีน้ำเงินมีต้นไม้สีเขียวพุ่มเล็กๆ อยู่ข้างในถูกทิ้งเอาไว้อยู่หลายเดือน ใจเห็นมันล้มนอนตะแคงอยู่กับพื้นตั้งแต่ใจมาถึงที่นี่</p>
<p><span id="more-5208"></span></p>
<p>ใจเฝ้ามองมันอยู่นาน บางทีก็คิดว่า ตัวของมันเองก็อึดน่าดู บางวันฝนก็ตกหนัก ลมก็พัดแรง แดดก็ออกไม่สม่ำเสมอ แต่ไม่ว่าเมื่อไร มันก็ยังนอนตะแคงอยู่เช่นนั้นไม่มีทีท่าจะเหี่ยวและแห้งตายไปแต่อย่างใด</p>
<p>และเมื่อจะย้ายออกบ้านหลังเก่า ต้นไม้กระถางนั้นกลับเป็นสิ่งแรกที่ใจหยิบติดมือมาด้วยก่อนเสื้อผ้าและข้าวของอื่นๆ เสียด้วยซ้ำ ใจเก็บมันเอามาวางไว้ในห้องซักล้างที่ทาสีเสร็จแล้ว ใจเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของพุ่มใบไม้สีเขียวที่ดูอิ่มเอิบกว่าที่เคย พุ่มมันค่อยๆ เติบโตและสวยงามกว่าเดิม</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/lea1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5212" title="lea1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/lea1.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น สามวันที่ผ่านมา ต้นไม้ก็ให้ดอกงอกเงยแทรกอยู่ตามใบเขียวนั้น ใจนับจำนวนดอกได้ราว 10 ดอก ไม่นับจำนวนที่มันกำลังจะงอกตามมาในเวลาหลังจากนี้ สองวันที่ผ่านมา ใจพามันออกไปรับแดดเมื่อมีโอกาส รดน้ำและปล่อยให้มันอยู่นอกบ้านหนึ่งคืน ก่อนโยกย้ายมันกลับมาตั้งเด่นสง่าอยู่โต๊ะกระจกข้างตู้เย็น</p>
<p>ใจนั่งเฝ้ามองให้ดอกสีชมพูเบ่งบาน วันแล้ววันเล่าแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าดอกจะบานเมื่อใด นี่ก็ปาเข้าไปวันที่สามแล้ว ดอกก็ยังเอาแต่ตูม ไม่ผลิกลีบงามให้เห็น</p>
<p>ใจเริ่มรู้สึกว่า ดอกไม้ไม่เพียงแต่อึดที่เติบโตและผลิดอกไม้สำเร็จ แต่ใจกลับอึดมากกว่าที่นั่งเฝ้ามองมันผลิดอก ออกใบอยู่ทุกวี่ทุกวัน เรียกได้ว่า ดอกว่าอึดแล้ว ใจคงจะอึดมากกว่าเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>พูดแล้วก็คิดถึงต้นกระบอกเพชรที่เฝ้าทนุถนอมเลี้ยงมันมาหลายปีที่ระเบียงอพาร์ทเม้นท์ในกรุงเทพฯ ทั้งเปลี่ยนกระถาง เอาไปเจอแดด ใส่ก้อนหินงามๆ จนตอนนี้ส่งต่อมันไปให้แม่ และมันก็เติบใหญ่อยู่บนศาลพระภูมิหน้าบ้าน วันดีคืนดี มันก็กลายเป็นสิ่งที่แม่แอบเฝ้ามองว่ามันจะเติบโตได้อีกสักเท่าไร ความสุขของใจกลายเป็นสมบัติในรั้วบ้านของแม่อีกหนึ่งชิ้น</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/lea2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5213" title="lea2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/lea2.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>บางที&#8230;ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของเราไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย เราเอาแต่เฝ้ามองหาสิ่งที่เรียกว่า &#8220;ความสุข&#8221; ในปริมาตร ปริมาณ และขนาดที่ใหญ่จนเกินไป แต่สิ่งที่ใกล้ตัวและเล็กน้อย กลับรอคอยให้เราได้หยิบมันมาใส่ตัว กลายเป็นความสุขที่อยู่กับเราหลายชั่วคืน หากเราหยิบจับมารวมกัน ไม่เพียงแต่ปริมาณจะเพิ่มมหาศาลและคุณค่ามันก็ทวีคูณตามไปด้วย&#8230;. นั่นสินะ เราจะถามความสุขที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้ทำไม ในเมื่อเราก็มีความสุขเล็กๆ อยู่แล้วในมือ</p>
<p>แต่ถึงจะอย่างไร&#8230;ใจก็อยากจะมีความสุขเล็กๆ อีกสักนิด ความสุขที่ได้เห็นดอกไม้บานก่อนที่จะมันตูมแล้วตายไปเลย&#8230;บานเมื่อไร ใจจะเก็บรูปมาอวดทันที</p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/09/02/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%86/" title="วันที่ดอกไม้บาน&#8230;จริงๆ ">วันที่ดอกไม้บาน&#8230;จริงๆ </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/07/29/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%99/" title="ถอยหลังเพื่อต้นไม้ต้นนั้น&#8230; ">ถอยหลังเพื่อต้นไม้ต้นนั้น&#8230; </a> (8)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/08/17/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กักกันน้องต่าย</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/08/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/08/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Aug 2010 01:53:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[My Mind]]></category>
		<category><![CDATA[กระต่าย]]></category>
		<category><![CDATA[กักกัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5200</guid>
		<description><![CDATA[กว่าใจจะยอมลุกจากที่นอนก็ปาเข้าไป 11 โมงเช้า อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันหยุดว่างเว้นจากการทำงาน ใจเลยรู้สึกไม่ต้องเร่งรีบตื่นขึ้นมาล้างหน้า แปรงฟันและอาบน้ำ เตรียมตัวไปทำงานเหมือนวันอื่นๆ
อันที่จริงจะบอกว่าตื่นเองก็ดูเหมือนผิดไปจากความเป็นจริงนัก เพราะใจตื่นเสียงชายหนุ่มปลุกให้มาดูแปรงสีฟันที่แม่ส่งมาจากเมืองไทย หลังจากรอคอยร่วมสัปดาห์ของทุกอย่างที่สั่งไปก็มาอยู่ตรงหน้าสมใจ
แม้จะบอกว่ามันมาตรงเวลาคือใช้เวลาไปสัปดาห์กว่า แต่อันที่จริงของทั้งหมดควรจะมาถึงมือเราเมื่อวานหรือไม่ก็วันศุกร์ที่แล้ว ใจเพิ่งจะสังเกตเห็นที่ข้างกล่องมีแถบพลาสติกสีเหลืองแปะเอาไว้ และนั่นเองเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าทำไมของที่แม่ฝากมาให้ถึงได้มาช้ากว่ากำหนด


&#8220;Opened by Australia Post for inspection by quarantine&#8221; และ &#8220;Passed quarantine&#8221; ประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ บอกว่า ของของเราถูกกักเอาไว้โดยไปรษณีย์ออสเตรเลียเพื่อตรวจสอบว่ามีของที่ผิดกฎหมายหรือต้องสงสัยหรือไม่ ก่อนจะแปะแถบเหมือนกันต่อมาว่าผ่านการกักกันแล้ว
ใจมีประสบการณ์รับของจากเมืองไทยเพียงไม่กี่หนตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ และนี่เป็นหนแรกที่เห็นแถบพลาสติกสีเหลืองแปะเอาไว้เช่นนี้ เมื่อแอบคิดถึงของที่แม่ส่งมาให้แล้วก็แอบขำว่า ฝรั่งพนักงานของไปรษณีย์ออสเตรเลียคงจะแอบสงสัยว่าส่งมาให้ทำไม

เพราะเมื่อเปิดกล่องพัสดุที่จ่อหน้าเป็นชื่อใจ ในนั้นเราจะพบข้าวของที่ผู้เห็นอาจจะพาลคิดไปไกลได้ว่า &#8220;ส่งมาทำไมฟะ&#8230;.&#8221; เพราะมีทั้ง แปรงสีฟันจำนวน 5 ด้าม กางเกงเชฟที่วานให้แม่ตัดให้ชายหนุ่มจำนวน 3 ผืน และตุ๊กตาน้องต่ายที่แม่เย็บล็อตใหม่ส่งให้กับรุ่นพี่ ใจเลยขอเผื่อมาให้ชายหนุ่มด้วย 8 ตัว
พอมานั่งพินิจข้าวของในกล่องดูดีๆ ก็สมควรแล้วกระมัง กล่องของเราถึงได้โดนกักกันเอาไว้ตรวจสอบ อย่างน้อยก็เอากระต่ายน้อยของใจไปเข้าเครื่องสแกนก่อนว่ามีใครในพุงมันไหม&#8230;.  ไม่อยากจะบอกเลยว่า งวดหน้า แกได้เหนื่อยอีกแน่เจ้าเครื่องสแกน เพราะจะให้แม่ส่งกระต่ายมามากกว่านี้&#8230;&#8230;เอ๊ะหรือเขาจะชิน ระบุเป็นกรณีศึกษาเลยสำหรับงวดหน้า ถ้าเจอกระต่ายแบบนี้ให้ผ่านไปเลยไม่ต้องกักกัน ???

Related Postน้องต่ายลายใหม่  (6)คำถามชิงรางวัลน้องต่าย&#8230;ของรางวัลในการให้กำลังใจ (0)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">กว่าใจจะยอมลุกจากที่นอนก็ปาเข้าไป 11 โมงเช้า อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันหยุดว่างเว้นจากการทำงาน ใจเลยรู้สึกไม่ต้องเร่งรีบตื่นขึ้นมาล้างหน้า แปรงฟันและอาบน้ำ เตรียมตัวไปทำงานเหมือนวันอื่นๆ</span></p>
<p>อันที่จริงจะบอกว่าตื่นเองก็ดูเหมือนผิดไปจากความเป็นจริงนัก เพราะใจตื่นเสียงชายหนุ่มปลุกให้มาดูแปรงสีฟันที่แม่ส่งมาจากเมืองไทย หลังจากรอคอยร่วมสัปดาห์ของทุกอย่างที่สั่งไปก็มาอยู่ตรงหน้าสมใจ</p>
<p>แม้จะบอกว่ามันมาตรงเวลาคือใช้เวลาไปสัปดาห์กว่า แต่อันที่จริงของทั้งหมดควรจะมาถึงมือเราเมื่อวานหรือไม่ก็วันศุกร์ที่แล้ว ใจเพิ่งจะสังเกตเห็นที่ข้างกล่องมีแถบพลาสติกสีเหลืองแปะเอาไว้ และนั่นเองเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าทำไมของที่แม่ฝากมาให้ถึงได้มาช้ากว่ากำหนด</p>
<p><span id="more-5200"></span></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/post2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5204" title="post2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/post2.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/post1.jpg"></a></p>
<p>&#8220;Opened by Australia Post for inspection by quarantine&#8221; และ &#8220;Passed quarantine&#8221; ประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆ บอกว่า ของของเราถูกกักเอาไว้โดยไปรษณีย์ออสเตรเลียเพื่อตรวจสอบว่ามีของที่ผิดกฎหมายหรือต้องสงสัยหรือไม่ ก่อนจะแปะแถบเหมือนกันต่อมาว่าผ่านการกักกันแล้ว</p>
<p>ใจมีประสบการณ์รับของจากเมืองไทยเพียงไม่กี่หนตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ และนี่เป็นหนแรกที่เห็นแถบพลาสติกสีเหลืองแปะเอาไว้เช่นนี้ เมื่อแอบคิดถึงของที่แม่ส่งมาให้แล้วก็แอบขำว่า ฝรั่งพนักงานของไปรษณีย์ออสเตรเลียคงจะแอบสงสัยว่าส่งมาให้ทำไม</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/post1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5203" title="post1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/post1.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>เพราะเมื่อเปิดกล่องพัสดุที่จ่อหน้าเป็นชื่อใจ ในนั้นเราจะพบข้าวของที่ผู้เห็นอาจจะพาลคิดไปไกลได้ว่า &#8220;ส่งมาทำไมฟะ&#8230;.&#8221; เพราะมีทั้ง แปรงสีฟันจำนวน 5 ด้าม กางเกงเชฟที่วานให้แม่ตัดให้ชายหนุ่มจำนวน 3 ผืน และตุ๊กตาน้องต่ายที่แม่เย็บล็อตใหม่ส่งให้กับรุ่นพี่ ใจเลยขอเผื่อมาให้ชายหนุ่มด้วย 8 ตัว</p>
<p>พอมานั่งพินิจข้าวของในกล่องดูดีๆ ก็สมควรแล้วกระมัง กล่องของเราถึงได้โดนกักกันเอาไว้ตรวจสอบ อย่างน้อยก็เอากระต่ายน้อยของใจไปเข้าเครื่องสแกนก่อนว่ามีใครในพุงมันไหม&#8230;.  ไม่อยากจะบอกเลยว่า งวดหน้า แกได้เหนื่อยอีกแน่เจ้าเครื่องสแกน เพราะจะให้แม่ส่งกระต่ายมามากกว่านี้&#8230;&#8230;เอ๊ะหรือเขาจะชิน ระบุเป็นกรณีศึกษาเลยสำหรับงวดหน้า ถ้าเจอกระต่ายแบบนี้ให้ผ่านไปเลยไม่ต้องกักกัน ???</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/post3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5205" title="post3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/post3.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/10/03/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88/" title="น้องต่ายลายใหม่ ">น้องต่ายลายใหม่ </a> (6)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/09/20/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/" title="คำถามชิงรางวัลน้องต่าย&#8230;ของรางวัลในการให้กำลังใจ">คำถามชิงรางวัลน้องต่าย&#8230;ของรางวัลในการให้กำลังใจ</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/08/17/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องของน้องหมา เรื่องเล็กน้อยแต่มหาศาล&#8230;</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/08/12/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/08/12/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Aug 2010 04:29:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[วิคทอเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติหมา]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติแมว]]></category>
		<category><![CDATA[หมา]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมหมา]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมแมว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5189</guid>
		<description><![CDATA[หลายวันก่อน เปิดหนังสือพิมพ์ The Herald Sun อ่านระหว่างชั่วโมงการทำงาน ในหน้ากลางของหนังสือพิมพ์ฉบับวันนั้นพูดถึงเรื่องราวค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้คนในรัฐวิคทอเรียที่ใจอาศัยอยู่ แต่โดยเฉพาะค่าครองชีพที่หมดไปกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว นก ไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์เลื้อยคลาน
ใจเสียเวลาไปกับการอ่านข่าวนั้นอยู่นาน และอ่านอย่างตั้งใจ อาจจะเพราะ ความน่าสนใจของตัวเลขและสิ่งที่ทำให้เราเห็นว่า บ้านเมืองต้องเป็นระบบระเบียบมากแค่ไหนถึงจะมีข้อมูลให้เราได้เห็นกันขนาดนี้ หากใครไม่เคยชินกับเมืองไทย ก็ต้องตกใจกับที่นี่ ที่ที่มีการเก็บข้อมูลสัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัด มีการลงทะเบียนทั้งรัฐเอาไว้อย่างชัดเจน ทำให้บทความเล็กๆ ที่ตีพิมพ์ลงในหน้าหนังสือพิมพ์เพียงครึ่งดูโดดเด่นและน่าสนใจขึ้นมาในทันที


ในข้อหัวของบทความที่ว่า &#8220;Pets put pep into economy&#8221; ระบุว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของออสเตรเลียโดยรวมได้เป็นอย่างดี จากการสำรวจพบว่าในปี 2009 มีวงเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายโดยรวมของธุรกิจหมาแมวเพียงอย่างเดียวทั่วทั้งประเทศถึง 6.02 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นจากปี 2005 ถึง 4.62 พันล้านดอลลาร์ โดยเหมารวมถึงค่าใช้จ่ายที่ประกอบไปด้วย ค่าอาหาร ค่าของเล่น ค่าที่นอน หมอนมุ้ง ตัดขน อาบน้ำ ค่าสัตวแพทย์ ทำศพ ค่าจ้างอื่นๆ อีกมากมาย

ว่ากันว่า ประชากรสัตว์เลี้ยง ทั้ง หมา แมว ปลา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">หลายวันก่อน เปิดหนังสือพิมพ์ The Herald Sun อ่านระหว่างชั่วโมงการทำงาน ในหน้ากลางของหนังสือพิมพ์ฉบับวันนั้นพูดถึงเรื่องราวค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้คนในรัฐวิคทอเรียที่ใจอาศัยอยู่ แต่โดยเฉพาะค่าครองชีพที่หมดไปกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว นก ไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์เลื้อยคลาน</span></p>
<p>ใจเสียเวลาไปกับการอ่านข่าวนั้นอยู่นาน และอ่านอย่างตั้งใจ อาจจะเพราะ ความน่าสนใจของตัวเลขและสิ่งที่ทำให้เราเห็นว่า บ้านเมืองต้องเป็นระบบระเบียบมากแค่ไหนถึงจะมีข้อมูลให้เราได้เห็นกันขนาดนี้ หากใครไม่เคยชินกับเมืองไทย ก็ต้องตกใจกับที่นี่ ที่ที่มีการเก็บข้อมูลสัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัด มีการลงทะเบียนทั้งรัฐเอาไว้อย่างชัดเจน ทำให้บทความเล็กๆ ที่ตีพิมพ์ลงในหน้าหนังสือพิมพ์เพียงครึ่งดูโดดเด่นและน่าสนใจขึ้นมาในทันที</p>
<p><span id="more-5189"></span></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/pet.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5191" title="pet" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/pet.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>ในข้อหัวของบทความที่ว่า &#8220;Pets put pep into economy&#8221; ระบุว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของออสเตรเลียโดยรวมได้เป็นอย่างดี จากการสำรวจพบว่าในปี 2009 มีวงเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายโดยรวมของธุรกิจหมาแมวเพียงอย่างเดียวทั่วทั้งประเทศถึง 6.02 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นจากปี 2005 ถึง 4.62 พันล้านดอลลาร์ โดยเหมารวมถึงค่าใช้จ่ายที่ประกอบไปด้วย ค่าอาหาร ค่าของเล่น ค่าที่นอน หมอนมุ้ง ตัดขน อาบน้ำ ค่าสัตวแพทย์ ทำศพ ค่าจ้างอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/pet3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5194" title="pet3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/pet3.jpg" alt="" width="411" height="331" /></a></p>
<p>ว่ากันว่า ประชากรสัตว์เลี้ยง ทั้ง หมา แมว ปลา นก ม้า กระต่าย และสัตว์เลื้อยคลาน มีจำนวนมากถึง 33 ล้านตัว ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าประชากรทั้งประเทศออสเตรเลียจากการสำรวจปีที่ผ่านมาที่มีอยู่เพียง 22 ล้านคนเท่านั้น</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/pet1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5192" title="pet1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/pet1.jpg" alt="" width="411" height="331" /></a></p>
<p>โดยหน่วยงานที่ชื่อ The Australian Companion Animal Council ได้ทำการสำรวจและพบว่า แม้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผู้คนก็ยังยินดีจ่าย อีกทั้งยังจ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะผู้คนมองสัตว์เลี้ยงที่ว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว หลายคนเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงช่วยให้เด็กๆ ในบ้านรู้จักเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ใส่ใจและห่วงใยคนรอบข้าง มีความรับผิดชอบ พอๆ กับยกระดับความรู้สึกการมีส่วนร่วมในชีวิตของผู้อื่นในเวลาเดียวกัน</p>
<p>ไม่เพียงแต่สัตว์เลี้ยงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในแง่จำนวนเงินอันเกิดจากการซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงยังช่วยเพิ่มจำนวนคนงานให้เข้าสู่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ ตัดขน รวมถึงสัตวแพทย์ได้มากถึง 44,700 คน เฉพาะในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มเป็น 37,627 ในปีที่แล้ว</p>
<p>ขณะที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่ผู้คนจะหมดไปกับสัตว์เลี้ยงอันดับหนึ่งเป็นค่าหมอ หรือ Veterinary service ที่มากถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย คิดเป็น 37% ของค่าใช้จ่ายในธุรกิจนี้ทั้งประเทศ และนี่เองสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนใส่ใจและเห็นค่าของชีวิตสัตว์เลี้ยงตัวน้อยมากแค่ไหน ส่วนค่าใช้จ่ายรองลงมาได้แก่ค่า อาหาร คิดเป็น 1.83 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/pet2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5193" title="pet2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/pet2.jpg" alt="" width="411" height="331" /></a></p>
<p>และหากนับเป็นรายวันแล้ว ผู้คนจะใช้จ่ายหรือซื้อของให้กับน้องหมา โดยเฉลี่ยราว 3 ดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่ซื้อของให้แมวราว 1.50 ดอลลาร์ต่อวัน  ในด้านท้ายบนความยังมีตัวเลขสถิติที่เก็บไว้อย่างละเอียด บอกถึงจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ทำการสำรวจหรือทำสำมะโนครัวเอาไว้ทั่วทั้งประเทศ แบ่งแยกตามรัฐและเจาะจงเฉพาะในรัฐที่ใจอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน อ่านไปดูไปเห็นภาพยิ่งนัก</p>
<p>หลายสัปดาห์ก่อนเจ้านายใจถามว่า &#8220;ทำไมไม่ซื้อหมาเลี้ยงที่นี่&#8221; ใจยิ้มแต่ตอบไปเพียงสั้นๆ กลับไปว่า &#8220;หมาแพงกว่ารถอีกนะคะ&#8221; เจ้านายใจหันมามองหน้าใจแล้วก็เงียบไปสักพักก่อยจะตอบกลับมาอย่างเห็นด้วยว่า</p>
<p>&#8220;เออ ก็จริงของมัน&#8221;</p>
<p>จนถึงตอนนี้ใจก็ยังยืนว่า ค่าเลี้ยงดูเจ้าพวกนี้มีราคามากกว่ารถบางคันเสียอีก&#8230;. โดยเฉพาะที่ประเทศนี้ &#8230;</p>
<p>ปล. 1เรื่องนี้ใจลงทุนเขียนด้วยมือก่อนแล้วเก็บดองไว้เสียนานกว่าจะเอามาลงให้อ่าน</p>
<p>ปล. 2 เขียนเรื่องนี้นานกว่าเรื่องไหนในรอบเดือนที่ผ่านมา&#8230;เพราะว่าลงมือทำกราฟด้วยตัวเอง เหนื่อยจริง อะไรจริง 555</p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/04/29/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-walhalla-%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%84/" title="จาก Walhalla ถึงปาย&#8230;ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี">จาก Walhalla ถึงปาย&#8230;ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/14/%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7/" title="หมากับแมว ">หมากับแมว </a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/04/30/%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%81/" title="เสียงเห่าเราไม่เหมือนกัน&#8230; ">เสียงเห่าเราไม่เหมือนกัน&#8230; </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/04/09/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2/" title="โคอาล่าขี้เมา? ">โคอาล่าขี้เมา? </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/02/12/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88/" title="มันนี่">มันนี่</a> (6)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/09/06/the-colonail-tramcar-restaurant/" title="The colonail tramcar restaurant">The colonail tramcar restaurant</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/08/12/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โอ้&#8230;โรตี</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/08/02/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/08/02/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Aug 2010 04:03:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Things]]></category>
		<category><![CDATA[โรตี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5181</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;โรตี&#8221; ในความทรงจำของใจ คือ แผ่นแป้งสดที่คนขายมักจะป้อนเป็นก้อนกลม ใส่ในโถหรือถังพลาสติกปิดผามิดชิด พอสั่งหนึ่งแผ่น เขาหรือเธอก็มักจะหยิบมันออกมาวางบนรถเข็นซึ่งมีแผ่นอะลูมิเนียมปูทับยาวทั้งคัน
เขาจะใช้น้ำหนักของส่วนมือติดกับข้อมือกดทับแป้งก้อนกลมนั้นให้คลี่ออก ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างจับแป้งแผ่นนั้นตวัดไปตวัดมา จนแป้งมีลักษณะเป็นแผ่นกว้างขนาดเท่าจานรองถ้วยกาแฟ ว่าแล้วก็แผ่แผ่นแป้งลงกลางกะทะแบนที่ฝังเอาไว้บนตัวรถเข็น ตักเนยลงผสมให้เป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้โรตีสุกและหอมได้ที่

หากเราสั่งแบบไร้ไข่ โรตีแผ่นนั้นก็จะถูกตักขึ้นพักน้ำมันและเนยก่อนโรยน้ำตาลหรือนมข้น แต่หากว่าเราสั่งแบบพิเศษใส่ไข่ ไข่ไก่หนึ่งฟองจะถูกตอกและตีใส่แป้งนั้นขณะที่กำลังวางอยู่บนกะทะร้อน ก่อนถูกโรยด้วยน้ำตาลและนมเช่นกันในเวลาต่อมา

โรตีแบบแป้งพิสดาร ตามกาลเวลาและความคิดสร้างสรรค์ของคนขายในยุคไฮเทค ก็คือ โรตีใส่กล้วยหอม ใส่ไส้สารพัดจะใส่ ทั้งแยมผลไม้ ช็อคโกแลต และอื่นๆ อีกมากมาย อันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับราคาโรตีได้เป็นอย่างดี
เอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกอย่างหนึ่งของโรตีที่ใจจำได้ก็คือ การห่อในกระดาษที่ด้านในเคลือบมันเหมือนกระดาษห่อบะหมี่แห้งร้านอาแปะ เขาจะม้วนโรตีเป็นแผ่นกลม พับปลายกระดาษทั้งสองข้างเข้าหากัน เวลาเราจะทานก็ฉีกกระดาษด้านหนึ่งออก ใช้มือจับอีกด้านหนึ่งไม่เลอะเทอะ เปรอะเปือนแต่อย่างใด
เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ โรตี มีแขกเป็นผู้รับเหมาสัมปะทานแบบกลายๆ โรตีของแท้ต้องเป็นคนแขกขาย&#8230;
ขณะที่โรตีที่เมลเบิร์น เป็นโรตีจากดินแดนภารตะของแท้ ด้วยความที่เป็นเมืองแห่งความหลากหลาย หรือ เมืองอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างที่ใจเข้าใจเสมอมา คุณจะเห็นมนุษย์หลากหลายสัญชาติอยู่รวมกันได้อย่างแปลกสายตากว่าบ้านเรา ที่คนต่างชาติมักกลายเป็นผู้มาเยือนชั่วคราว ขณะที่ผู้ที่มีหน้าตาหลากหลาย อาจเป็นคนมาเยือนและถือสัญชาติออสเตรเลียเสียอย่างนั้น
ร้านอาหารไทยหลายแห่งขายโรตี หรือ roti bread ให้กับฝรั่ง และคนไทยด้วยกัน roti กลายเป็นเมนูอีกอย่างหนึ่งที่ฝรั่งมักถามหาหากเข้าไปในร้านอาหารไทย ทั้งๆ ที่มันเป็นโรตีของอินเดียวแต่ใจเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจว่าทำไมฝรั่งถึงคิดว่ามันจะมีขายเสมอในร้านอาหารไทย นอกเหนือจากมีขายในร้านอาหารอินเดียเป็นปกติ

อาจจะเป็นเพราะในร้านอาหารไทยในเมลเบิร์นมีเมนูจำพวก แกงกระหรี่ ทั้งแกงเขียวหวาน มัสมั่น พะแนง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;โรตี&#8221; ในความทรงจำของใจ คือ แผ่นแป้งสดที่คนขายมักจะป้อนเป็นก้อนกลม ใส่ในโถหรือถังพลาสติกปิดผามิดชิด พอสั่งหนึ่งแผ่น เขาหรือเธอก็มักจะหยิบมันออกมาวางบนรถเข็นซึ่งมีแผ่นอะลูมิเนียมปูทับยาวทั้งคัน</p>
<p>เขาจะใช้น้ำหนักของส่วนมือติดกับข้อมือกดทับแป้งก้อนกลมนั้นให้คลี่ออก ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างจับแป้งแผ่นนั้นตวัดไปตวัดมา จนแป้งมีลักษณะเป็นแผ่นกว้างขนาดเท่าจานรองถ้วยกาแฟ ว่าแล้วก็แผ่แผ่นแป้งลงกลางกะทะแบนที่ฝังเอาไว้บนตัวรถเข็น ตักเนยลงผสมให้เป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้โรตีสุกและหอมได้ที่</p>
<p><span id="more-5181"></span></p>
<p>หากเราสั่งแบบไร้ไข่ โรตีแผ่นนั้นก็จะถูกตักขึ้นพักน้ำมันและเนยก่อนโรยน้ำตาลหรือนมข้น แต่หากว่าเราสั่งแบบพิเศษใส่ไข่ ไข่ไก่หนึ่งฟองจะถูกตอกและตีใส่แป้งนั้นขณะที่กำลังวางอยู่บนกะทะร้อน ก่อนถูกโรยด้วยน้ำตาลและนมเช่นกันในเวลาต่อมา</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/roti2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5186" title="roti2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/roti2.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/roti3.jpg"></a></p>
<p>โรตีแบบแป้งพิสดาร ตามกาลเวลาและความคิดสร้างสรรค์ของคนขายในยุคไฮเทค ก็คือ โรตีใส่กล้วยหอม ใส่ไส้สารพัดจะใส่ ทั้งแยมผลไม้ ช็อคโกแลต และอื่นๆ อีกมากมาย อันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับราคาโรตีได้เป็นอย่างดี</p>
<p>เอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกอย่างหนึ่งของโรตีที่ใจจำได้ก็คือ การห่อในกระดาษที่ด้านในเคลือบมันเหมือนกระดาษห่อบะหมี่แห้งร้านอาแปะ เขาจะม้วนโรตีเป็นแผ่นกลม พับปลายกระดาษทั้งสองข้างเข้าหากัน เวลาเราจะทานก็ฉีกกระดาษด้านหนึ่งออก ใช้มือจับอีกด้านหนึ่งไม่เลอะเทอะ เปรอะเปือนแต่อย่างใด</p>
<p>เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ โรตี มีแขกเป็นผู้รับเหมาสัมปะทานแบบกลายๆ โรตีของแท้ต้องเป็นคนแขกขาย&#8230;</p>
<p>ขณะที่โรตีที่เมลเบิร์น เป็นโรตีจากดินแดนภารตะของแท้ ด้วยความที่เป็นเมืองแห่งความหลากหลาย หรือ เมืองอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างที่ใจเข้าใจเสมอมา คุณจะเห็นมนุษย์หลากหลายสัญชาติอยู่รวมกันได้อย่างแปลกสายตากว่าบ้านเรา ที่คนต่างชาติมักกลายเป็นผู้มาเยือนชั่วคราว ขณะที่ผู้ที่มีหน้าตาหลากหลาย อาจเป็นคนมาเยือนและถือสัญชาติออสเตรเลียเสียอย่างนั้น</p>
<p>ร้านอาหารไทยหลายแห่งขายโรตี หรือ roti bread ให้กับฝรั่ง และคนไทยด้วยกัน roti กลายเป็นเมนูอีกอย่างหนึ่งที่ฝรั่งมักถามหาหากเข้าไปในร้านอาหารไทย ทั้งๆ ที่มันเป็นโรตีของอินเดียวแต่ใจเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจว่าทำไมฝรั่งถึงคิดว่ามันจะมีขายเสมอในร้านอาหารไทย นอกเหนือจากมีขายในร้านอาหารอินเดียเป็นปกติ</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/roti1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5185" title="roti1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/roti1.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>อาจจะเป็นเพราะในร้านอาหารไทยในเมลเบิร์นมีเมนูจำพวก แกงกระหรี่ ทั้งแกงเขียวหวาน มัสมั่น พะแนง แกงแดง (แกงเผ็ด) ให้บริการอยู่ด้วย และโดยมากแกงกระหรี่ก็มักจะนิยมกินกับโรตี แบบฉีกโรตีแล้วจิ้มกับแกงกะหรี่ก็เป็นได้</p>
<p>เพียงแต่ว่า โรตีที่ใจรู้จักที่นี่ไม่เหมือนโรตีที่บ้านเรา แป้งสดที่ถูกคลี่หรือตีเป็นแผ่นกลมบางอยู่แล้ว เจ้าของจะบรรจุแป้งด้วยการประกบแผ่นพลาสติกทั้งสองข้างของแผ่นแป้งเอาไว้ หลังจากนั้นก็จัดการเอาแช่แข็งรักษารูปร่างของแป้งเอาไว้</p>
<p>หากเราซื้อมาเราก็จะแช่แข็งมันไว้ตลอดอายุการรับประทานที่ระบุไว้ ถึงเวลาอยากทานก็จะเอามันใส่กะทะร้อน ฉีดน้ำมันใส่เล็กน้อยลงกะทะหรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ใจชอบ หลังจากนั้นยืนรอให้แป้งโดนความร้อนจนพองออกและเริ่มส่งกลิ่นหอม สีเปลี่ยนไปเป็นเกือบไหม้ แต่ไม่ไหม้</p>
<p>พลิกแป้งอีกด้านหนึ่งขึ้นมา ให้มันโดนความร้อนด้วยเช่นกัน ก่อนมันจะพองออกเหมือนด้านก่อนหน้า เมื่อแป้งพองและสีได้ที่ก็ตักใส่จาน ตัดมันออกเป็นชิ้นๆ กินกับแกงกะหรี่ กินเปล่าๆ หรือราดนมข้น ขณะที่ในร้านอาหารก็มักจะเสิร์ฟกับน้ำจิ้มสะเต๊ะหรือ peanut sauce (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า satay sauce)</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/roti3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5183" title="roti3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/08/roti3.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>เช้านี้ ใจเปิดตู้เย็น หยิบแป้งโรตีออกมาวางบนกะทะร้อน แล้วก็นั่งพิจารณาโรตีที่กำลังพองอยู่ในกะทะร้อนๆ อย่างตั้งใจ&#8230;.. นี่คือสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตที่เราได้พบเจอ นอกเหนือจากเรื่องสถานที่ และสภาพอากาศที่แตกต่างจากบ้านเราอย่างชัดเจน ก็ยังมีโรตีให้เราได้เรียนรู้และรู้จักมันด้วย</p>
<p>โรตีก็เหมือนชีวิต บางทีเราก็มักจะมีอะไรใหม่ๆ ให้ได้ลิ้มลองเสมอ&#8230;.. ลูกสาวเจ้าของร้านอาหารไทยที่ใจทำงานอยู่พูดประโยคหนึ่งกับใจวานนี้ ซึ่งเข้ากันกับเรื่องที่ใจเขียนในตอนนี้ได้ดี</p>
<p>เธอบอกว่า &#8220;แม่บอกว่า ทำอะไรได้ก็ทำ ทำอะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ ดีกว่า&#8230;ไม่ได้ทำอะไรเลย&#8221;  เหมือนจะจริง &#8230;. แม้จะไม่เกี่ยวอะไรกับโรตี แต่ใจก็มันเข้ากันดี&#8230;.</p>
<h3  class="related_post_title">Random Posts</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/10/24/%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94/" title="แก้เครียด ">แก้เครียด </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/09/24/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81/" title="การ์ตูนสุดรัก ">การ์ตูนสุดรัก </a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/06/09/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%aa/" title="น้ำก๊อกในขวดใส">น้ำก๊อกในขวดใส</a> (7)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/08/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/" title="&#8220;สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ!!‏&#8221;">&#8220;สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ!!‏&#8221;</a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/12/15/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b2/" title="รูปเก่า ฝันเก่า ">รูปเก่า ฝันเก่า </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/03/28/%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c/" title="บะหมี่ชามยักษ์ ">บะหมี่ชามยักษ์ </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/11/28/%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99/" title="ส้มตำแซ่บวัน ">ส้มตำแซ่บวัน </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/12/04/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b2/" title="ดาดาดา ">ดาดาดา </a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/05/29/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%ad/" title="เรื่องจริง เรื่องหลอกตอนที่ 1 ">เรื่องจริง เรื่องหลอกตอนที่ 1 </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2008/11/19/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/" title="น้ำเงินแดง + เหลืองแดง ">น้ำเงินแดง + เหลืองแดง </a> (1)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/08/02/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%89-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่องลาวเหนือตอน 6 : กว่าจะถึงปลายทาง&#8230;หนองเขียว</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/07/30/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/07/30/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 03:37:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ลาวเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนองเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพระบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวลาว]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำอู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5166</guid>
		<description><![CDATA[แม้อากาศจะเหน็บหนาว หมอกลงแต่เช้า แต่พอรุ่งสายแดดก็มาเยือน ในเงาของแม่น้ำอูในยามนี้มีทั้งก้อนเมฆสีขาว สีรุ้งอันเกิดจากการส่องกระทบของแดดบางๆ บนผิวน้ำ เรือของเราแล่นออกจากที่จอดอย่างช้าๆ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เราก็รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เพียงแต่ว่า&#8230;เรากลับไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เราจะถึงที่นั่น&#8230;.
หลังจากค่ำคืนที่มืดมิดในเมืองขวาผ่านพ้นไป เช้าวันนี้เราต้องอาศัยเรือของรีสอร์ทใหญ่แห่งหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองหนองเขียว เมืองในหุบเขาในเขตของหลวงพระบางที่อยู่ห่างออกไปหลายชั่วโมงของการขับเรือ

เรือที่มีชายหนุ่มร่างใหญ่กำยำหน้าตาดีเป็นสารถี และมีสามีของน้องสาวหรือเขยน้องเป็นผู้คุมท้ายอีกนายหนึ่ง ค่อยๆ แล่นไปตามสายตาแบบตามกระแสน้ำแม่น้ำอู ผ่านหมู่บ้านชาวลาวหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า เรานั่งชมความงามของสองข้างทางอย่างน่าพิสมัย นี่คือช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราจะหามันได้ยากยิ่ง การนั่งเรือไปตามแม่น้ำสีเขียวใสเห็นก้อนหินข้างล่าง สองข้างทางเป็นแนวป่าเขียวขจี บางทีคนบางคนอาจจะไม่เคยได้ลิ้มรสอะไรแบบนี้อย่างที่เราได้รับเลยด้วยซ้ำ


นอกเหนือจากหน้าคอมพิวเตอร์แล้ว เขาก็แทบจะไม่เห็นอะไรรอบข้าง หลายครั้งใจมักจะเชื่อประโยคของตัวเองที่เคยพูดกับเพื่อนพ้องบางคนเสมอมา &#8220;เรื่องง่ายๆ อย่างการนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกในแต่ละวัน บางครั้งก็กลายเป็นเรื่องยากเย็นเข็ญใจเสียเหลือเกินสำหรับคนบางคน&#8221;
บางทีใจก็อยากจะนึกขอบคุณเพื่อนสาวของใจเสียเหลือเกิน อาจจะได้กลับบ้านในช่วงที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของใจในหนนี้ จะไม่มีประโยชน์และผ่านไปอย่างเชื่องช้าหากไม่มีเพื่อนคนนี้คอยพาไปไหนต่อไหน ทำให้เห็นอะไรอีกหลายอย่าง รวมถึงการเดินทางในแบบที่ไม่เคยได้เจอแบบหนนี้ด้วย

เรือแล่นมาไม่ถึงชั่วโมง ก็มาเทียบท่าตรงหมู่บ้านชาวลาวแห่งหนึ่ง สองหนุ่มเทียบเรือแล้วเชื้อเชิญเราขึ้นไปริมตลิ่ง เขาเดินนำเราขึ้นเนินดินที่ถูกปรับพื้นให้เหมือนขั้นบันไดไปยังจุดที่ตั้งของหมู่บ้านที่อยู่สูงกว่าแม่น้ำหลายเมตร เราเดินตามไปยังบ้านของเขา ซึ่งเปิดบริการขายของชำจำนวนหนึ่ง ก่อนได้รับคำบอกเล่าว่า เขาจะออกไปหาปลาพร้อมกับญาติของเขาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หน้าที่ของพวกเราคือต้องรอเขา ตามคำสัญญาและการเจรจาที่มีต่อกันเมื่อวานค่ำว่า &#8220;หากเรายอมรับเงื่อนไขจะจ่ายค่าเรือในการเดินทางไปหนองเขียวที่น้อยกว่าปกติ เราต้องยินดีนั่งรอเขาไปหาปลากับญาติพี่น้องของเขาก่อน&#8221;

แม้จะมิอาจเลี่ยงการเจรจาได้ แต่นัยหนึ่งแล้ว เรากลับโหยหาที่จะได้พบเจอการเดินทางที่แปลกใหม่เช่นนี้ หลังจากที่ขอเข้าห้องน้ำในตัวบ้านของชายหนุ่ม เราก็ตัดสินใจจะซื้อปลาตัวหนึ่งที่แม่ของเขาขังเอาไว้ในถังน้ำ เพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับมื้อกลางวันของเรา เราหยิบไข่จากลังไข่ในร้านขายของชำนั้นมาด้วยจำนวนหนึ่ง พร้อมกับบะหมี่ไวไวที่ขายดีนักหนาในประเทศลาวมาอีกสองสามห่อ ก่อนหันหลังให้กับหมู่บ้าน ล่องเรือไปยังจุดหมายอันเป็นที่พักพิงเพื่อให้ชายหนุ่มทั้งหมดออกไปหาปลาตามคำขอ
เรือเลี้ยวตัดเข้าไปจอดริมตลิ่งกว้าง ซึ่งเป็นทางตัดของลำคลองขนาดย่อมที่ต่อเชื่อมกับแม่น้ำอูซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากหมู่บ้านที่เราเพิ่งจากมา สารถีจอดเรือและผูกมันเอาไว้กับหลัก ก่อนเปลี่ยนไปนั่งเรืออีกลำของญาติที่ล่องติดตามกันมา พวกเขาทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังลำคลองเล็กๆ นั้น และลับสายตาไปกับหัวโค้งของคลองน้ำไหลเชี่ยวตรงหน้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">แม้อากาศจะเหน็บหนาว หมอกลงแต่เช้า แต่พอรุ่งสายแดดก็มาเยือน ในเงาของแม่น้ำอูในยามนี้มีทั้งก้อนเมฆสีขาว สีรุ้งอันเกิดจากการส่องกระทบของแดดบางๆ บนผิวน้ำ เรือของเราแล่นออกจากที่จอดอย่างช้าๆ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เราก็รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เพียงแต่ว่า&#8230;เรากลับไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เราจะถึงที่นั่น&#8230;.</span></p>
<p>หลังจากค่ำคืนที่มืดมิดในเมืองขวาผ่านพ้นไป เช้าวันนี้เราต้องอาศัยเรือของรีสอร์ทใหญ่แห่งหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองหนองเขียว เมืองในหุบเขาในเขตของหลวงพระบางที่อยู่ห่างออกไปหลายชั่วโมงของการขับเรือ</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5169" title="lo1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo1.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>เรือที่มีชายหนุ่มร่างใหญ่กำยำหน้าตาดีเป็นสารถี และมีสามีของน้องสาวหรือเขยน้องเป็นผู้คุมท้ายอีกนายหนึ่ง ค่อยๆ แล่นไปตามสายตาแบบตามกระแสน้ำแม่น้ำอู ผ่านหมู่บ้านชาวลาวหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า เรานั่งชมความงามของสองข้างทางอย่างน่าพิสมัย นี่คือช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราจะหามันได้ยากยิ่ง การนั่งเรือไปตามแม่น้ำสีเขียวใสเห็นก้อนหินข้างล่าง สองข้างทางเป็นแนวป่าเขียวขจี บางทีคนบางคนอาจจะไม่เคยได้ลิ้มรสอะไรแบบนี้อย่างที่เราได้รับเลยด้วยซ้ำ</p>
<p><span id="more-5166"></span></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5170" title="lo2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo2.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>นอกเหนือจากหน้าคอมพิวเตอร์แล้ว เขาก็แทบจะไม่เห็นอะไรรอบข้าง หลายครั้งใจมักจะเชื่อประโยคของตัวเองที่เคยพูดกับเพื่อนพ้องบางคนเสมอมา &#8220;เรื่องง่ายๆ อย่างการนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกในแต่ละวัน บางครั้งก็กลายเป็นเรื่องยากเย็นเข็ญใจเสียเหลือเกินสำหรับคนบางคน&#8221;</p>
<p>บางทีใจก็อยากจะนึกขอบคุณเพื่อนสาวของใจเสียเหลือเกิน อาจจะได้กลับบ้านในช่วงที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของใจในหนนี้ จะไม่มีประโยชน์และผ่านไปอย่างเชื่องช้าหากไม่มีเพื่อนคนนี้คอยพาไปไหนต่อไหน ทำให้เห็นอะไรอีกหลายอย่าง รวมถึงการเดินทางในแบบที่ไม่เคยได้เจอแบบหนนี้ด้วย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5171" title="lo3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo3.jpg" alt="" width="330" height="495" /></a></p>
<p>เรือแล่นมาไม่ถึงชั่วโมง ก็มาเทียบท่าตรงหมู่บ้านชาวลาวแห่งหนึ่ง สองหนุ่มเทียบเรือแล้วเชื้อเชิญเราขึ้นไปริมตลิ่ง เขาเดินนำเราขึ้นเนินดินที่ถูกปรับพื้นให้เหมือนขั้นบันไดไปยังจุดที่ตั้งของหมู่บ้านที่อยู่สูงกว่าแม่น้ำหลายเมตร เราเดินตามไปยังบ้านของเขา ซึ่งเปิดบริการขายของชำจำนวนหนึ่ง ก่อนได้รับคำบอกเล่าว่า เขาจะออกไปหาปลาพร้อมกับญาติของเขาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง หน้าที่ของพวกเราคือต้องรอเขา ตามคำสัญญาและการเจรจาที่มีต่อกันเมื่อวานค่ำว่า &#8220;หากเรายอมรับเงื่อนไขจะจ่ายค่าเรือในการเดินทางไปหนองเขียวที่น้อยกว่าปกติ เราต้องยินดีนั่งรอเขาไปหาปลากับญาติพี่น้องของเขาก่อน&#8221;</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5172" title="lo4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo4.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></span></p>
<p>แม้จะมิอาจเลี่ยงการเจรจาได้ แต่นัยหนึ่งแล้ว เรากลับโหยหาที่จะได้พบเจอการเดินทางที่แปลกใหม่เช่นนี้ หลังจากที่ขอเข้าห้องน้ำในตัวบ้านของชายหนุ่ม เราก็ตัดสินใจจะซื้อปลาตัวหนึ่งที่แม่ของเขาขังเอาไว้ในถังน้ำ เพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับมื้อกลางวันของเรา เราหยิบไข่จากลังไข่ในร้านขายของชำนั้นมาด้วยจำนวนหนึ่ง พร้อมกับบะหมี่ไวไวที่ขายดีนักหนาในประเทศลาวมาอีกสองสามห่อ ก่อนหันหลังให้กับหมู่บ้าน ล่องเรือไปยังจุดหมายอันเป็นที่พักพิงเพื่อให้ชายหนุ่มทั้งหมดออกไปหาปลาตามคำขอ</p>
<p>เรือเลี้ยวตัดเข้าไปจอดริมตลิ่งกว้าง ซึ่งเป็นทางตัดของลำคลองขนาดย่อมที่ต่อเชื่อมกับแม่น้ำอูซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากหมู่บ้านที่เราเพิ่งจากมา สารถีจอดเรือและผูกมันเอาไว้กับหลัก ก่อนเปลี่ยนไปนั่งเรืออีกลำของญาติที่ล่องติดตามกันมา พวกเขาทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังลำคลองเล็กๆ นั้น และลับสายตาไปกับหัวโค้งของคลองน้ำไหลเชี่ยวตรงหน้า ขณะที่พวกเรามีหน้าที่นั่งรอเขานับจากนี้เป็นต้นไป</p>
<p>เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมง การนั่งรอเฉยๆ ผ่านพ้นไปแล้ว เราตัดสินใจที่จะทำให้ท้องอิ่มแทนที่จะต้องนั่งรอปลาที่พวกเขาจะหาได้ ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมาเยือน</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5173" title="lo5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo5.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>มาถึงตรงนี้ เราเริ่มนึกถึงวิชาลูกเสือและเนตรนารี หรือยุวกาชาดที่ได้ร่ำเรียนมาในวัยเด็ก การหากิ่งไม้ และใช้ไฟเช็คจุดกิ่งไม้ก่อเป็นกองไฟ หยิบก้อนหินใหญ่ๆ มาล้อมรอบเป็นที่ตั้งหม้อดำๆ เพื่อหุงหาอาหารนั้น เป็นสิ่งที่เราเองก็ไม่ค่อยได้ทำ หากไม่ได้เดินทางมาในถิ่นธุรกันดารหรือมีเหตุจะต้องมาติดเกาะติดป่าเช่นนี้</p>
<p>เราทำสิ่งที่ว่าข้างต้นทั้งหมด ก่อนเทน้ำในขวดในหม้อต้มที่ชายหนุ่มเจ้าของเรือติดมาด้วยจากบ้าน เราเอาบะหมี่ไวไวใส่ลงไปเมื่อน้ำเดือด ตอกไข่ใส่ลงไปเล็กน้อย และเทเครื่องปรุงลงคลุกเคล้า ส่วนเมนูถัดมาคือไข่เจียว ใจว่าเมนูที่ว่าทำให้อาณาเขตแถวนี้มีกลิ่นฟุ้งไปทั่ว แอบนึกอยู่ว่าหากใครแล่นเรือผ่านมามีอันต้องหิวท้องร้องเพราะกลิ่นที่ว่าเป็นแน่</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo6.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5174" title="lo6" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo6.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>เพื่อนน้อย ใจ และน้องเอ๋ สามคน เริ่มกินบะหมี่และไข่เจียวไปล่วงหน้า พลางคิดถึงเพื่อนอีกหนึ่งคนที่เดินทางไปหาปลากับชายหนุ่มเมืองลาวก่อนหน้านี้ เขาคงจะเสียดายหากได้รับรู้ว่าเรากำลังกินไข่เจียวและไวไวไปก่อนเขาแล้ว&#8230;.</p>
<p>เมื่อเราอิ่มท้อง ทุกคนก็ทะยอยกลับมาพร้อมกับสายน้ำ ชายหนุ่มทั้งหมดได้ปลามาจำนวนหนึ่ง เขาเริ่มก่อไฟอย่างเชี่ยวชาญ ไม่ทันไรกองไฟก็ใหญ่และให้เปลวไฟร้อนแรง แตกต่างกับพวกเราที่กิ่งไม้ก็เล็ก เปลวไฟเลยไม่ร้อนแรง แถมเน้นไปทางมีควันคลุ้งเสียมากกว่า</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo7.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5175" title="lo7" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo7.jpg" alt="" width="330" height="495" /></a></p>
<p>เขาตัดไม้ไผ่ ผ่ามันออกเป็นส่องซีก ประกบปลาตัวเล็กเอาไว้ตรงกลาง รัดปลายไม้สองซีกที่ผ่าเอาไว้ด้วยตอกไม้ไผ่ ก่อนย่างปลาทั้งหมด ส่วนปลาตัวที่เราซื้อมา เขาจัดการผ่ามันเป็นชิ้นๆ โยนใส่หม้อ พร้อมกับเกลือและน้ำขามเปรี้ยว กลายเป็นปลาต้ม</p>
<p>ชายหนุ่มสารถีเดินกลับไปที่เรือลำเดิมที่เราอาศัยมา ขนเสื่อ ขันโตก ข้าวเหนียว ถ้วย จาน และช้อน และที่นั่งเตี้ยๆ ออกมา เขาปูเสื่อ ยกขันโตกเอาไว้ตรงกลาง และเอาอาหารทั้งหมดใส่บนขันโตก ก่อนเรียกทุกคนมาล้อมวง</p>
<p>เพื่อนทุกคนของใจเข้าร่วมวงขันโตกปลาย่างกันอย่างเต็มใจ ยกเว้นใจที่ไม่ชื่นชอบการกินปลามาแต่ไหนแต่ไร การที่จะหันหลังให้ขันโตกและเดินถ่ายรูปไปทั่วๆ บริเวณถึงเป็นอะไรที่ทำใจได้ไม่ยากเย็นนัก</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo8.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5176" title="lo8" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo8.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>พวกเขาใช้เวลาไปนานร่วมชั่วโมงกับขันโตกชุดนั้น ก่อนเราจะจากลาลำคลองน้ำเชี่ยวกรากไปกับแดดยามบ่ายที่เริ่มร้อนแรงขึ้นมาทุกที เราโบกมือลาญาติพี่น้องของสารถีเรือ และเริ่มออกเดินทางไปยังจุดหมายของเราอีกครั้ง ครั้งนี้คงจะไม่ได้แวะที่ไหน เรารู้ว่าเราจะไปถึงจุดหมายของเราในเร็วๆ นี้ &#8230;. จุดหมายที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางไปยังที่อื่นอีกในเวลาข้างหน้า</p>
<p>เราผ่านสายน้ำระลอกแล้วระลอกเล่า ความเร้าใจของการเกาะขอบเรือเอาไว้แน่น เพราะเกรงว่าเรือจะโคลงหรือส่ายไปส่ายมาเพราะสายน้ำที่เชี่ยวนั้นเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เราตื่นเต้นเสมอ แต่ก็เผลอแอบงีบไปหลายคราเพราะลมที่พัดโชยตลอดเวลา ประกอบกับสารถีช่างขับเรือได้นิ่งในระยะที่น้ำนิ่งเสียเหลือเกิน</p>
<p>ผ่านมาหลายชั่วโมงนับจากการเริ่มต้นเดินทางในช่วงเช้า เราผ่านหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า ผ่านความเร้าใจหลายหน แดดใกล้จะลาลับท้องฟ้าไปแล้ว เราเห็นทิวเขาข้างหน้าเริ่มสวยงามบาดตา และนั่นบ่งบอกได้ว่าเราใกล้ถึงหนองเขียวเข้าไปทุกทีแล้ว &#8230; ยิ่งใกล้เราก็ยิ่งใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo9.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5177" title="lo9" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo9.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>มันน่าแปลก ที่ใจไม่รู้สึกเสียดายช่วงเวลาที่ต้องนั่งรอคอยคนกลุ่มหนึ่งไปหาปลาเลยแม้แต่น้อย ร่มเงาของต้นไม้ในป่าริมตลิ่งนั้นทำให้ใจได้พักผ่อนอิริยาบทที่เมื่อยล้ามาตลอดจากการเดินทางหลายวันมานี้ แพไม้ไผ่ที่มีชาวบ้านสร้างเอาไว้และทิ้งมันไว้ริมตลิ่งทำให้ใจได้เก็บรูปแมลงปอปีกสวยๆ ที่มาเกาะเพื่อดื่มน้ำ และได้นั่งมันเอาเท้าแช่น้ำเย็นๆ อย่างสบายใจ</p>
<p>เราได้มีโอกาสเดินลุยน้ำเย็นและใส โดยไม่กลัวว่าจะมีปลิงจะดูดกินเลือด แถมยังได้กินบะหมี่ไวไวและไข่เจียวแบบที่ไม่เคยต้องก่อไฟในป่าแบบนี้มาเสียนาน </p>
<p>บางทีจุดหมายก็มีไว้ให้ไปถึง แต่ความสำคัญของการแวะพักข้างทางหาใช่จะลดเลือนและหายไป มันไม่เพียงแต่ทำให้เราหายเหนื่อย แต่บางครั้งมันก็ทำให้เราชุ่มชื่นหัวใจได้เทียบเท่ากับการไปถึงปลายทางเช่นกัน เพราะฉะนั้น มิควรเพียงแต่จะมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายแบบตรงดิ่งเพียงอย่างเดียว การให้ความสำคัญสิ่งรอบข้างและที่พักริมทางก็พึงจะมีเช่นกัน&#8230;.อย่าสนใจแต่เป้าหมายให้ความสำคัญกับสิ่งอื่น ๆ ด้วย&#8230;.วันนี้ใจก็ได้เรียนรู้แล้ว</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo10.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5178" title="lo10" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/lo10.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>ปล. แวะไปชมภาพอัลบั้มการเดินทางทั้งทริปได้ที่ <a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623207701337/">http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623207701337/</a><br />
และทริปภาคต่อในลาวอีกครั้งที่ <a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623752356302/">http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623752356302/</a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/02/02/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ได้เวลา ">ได้เวลา </a> (9)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/12/02/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ติสก์แตกแบกกระเป๋าไปลาว">ติสก์แตกแบกกระเป๋าไปลาว</a> (8)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82/" title="ท่องลาวเหนือตอน 5 : เมืองขวา เมืองที่หลับใหลในสายตาเรา">ท่องลาวเหนือตอน 5 : เมืองขวา เมืองที่หลับใหลในสายตาเรา</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/" title="ท่องลาวเหนือตอน 4 : ริมทางที่เมืองหลา ">ท่องลาวเหนือตอน 4 : ริมทางที่เมืองหลา </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/12/09/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/" title="ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว">ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว</a> (10)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/06/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/" title="ท่องลาวเหนือตอน 3 : แวะอุดมไซ">ท่องลาวเหนือตอน 3 : แวะอุดมไซ</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/01/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-2-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%82/" title="ท่องลาวเหนือตอน 2 : ล่องโขงลงปากแบง">ท่องลาวเหนือตอน 2 : ล่องโขงลงปากแบง</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/11/13/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1/" title="ไปเมาที่งานดอง ภาคงานยังไม่เริ่ม">ไปเมาที่งานดอง ภาคงานยังไม่เริ่ม</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/28/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/" title="ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว : ภาคขึ้นเขา">ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว : ภาคขึ้นเขา</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/27/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a2/" title="ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว: ภาคย้ายที่ยืน">ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว: ภาคย้ายที่ยืน</a> (6)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/07/30/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บนเส้นทางของ Shire of Mornington Peninsula</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-shire-of-mornington-peninsula/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-shire-of-mornington-peninsula/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 04:30:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Australia Trip]]></category>
		<category><![CDATA[Shire of Mornington Peninsula]]></category>
		<category><![CDATA[Sorrento]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเมลเบิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[เมลเบิร์น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5151</guid>
		<description><![CDATA[ชีวิตที่นี่ไม่มีอะไรมากนัก นอกเหนือจากการทำงาน นอน และหาของกินแล้ว เห็นจะมีเรื่องเที่ยวนี่แหละที่ทำให้ชีวิตของใจกระชุ่มกระชวยอยู่ตลอดเวลา
แม้เราจะเริ่มหาที่เที่ยวได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา เราตระเวณไปกันมาเสียทั่ว แต่ความพยายามที่มีก็ไม่สิ้นสุด เราพยายามมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ จากคำแนะนำของเพื่อนฝูง เปิดเว็บไซต์ และไปหาเจ้าหน้าที่แนะนำการท่องเที่ยวด้วยตนเอง

แต่หลายครั้ง เราจนด้วยปัญญา และหาทางออกด้วยการไปยังสถานที่เดิมๆ และซ้ำวนเวียนอยู่เช่นนั้น หรือไม่ก็ไปยังจุดหมายเดิมแต่ผ่านเส้นทางใหม่ เพื่อหาความแปลกใหม่ให้กับสายตาของเราเอง


การเดินทางเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านพ้นก็เช่นกัน เราแวะเวียนไปสถานที่ใกล้บ้านที่เรียกว่า &#8220;Sorrento&#8221;  เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเขตของ Shire of Mornington Peninsula  ซึ่งเป็นทางผ่านไปยัง Phillip Island สถานที่ชมเพนกวินจิ๋วอันเลื่องชื่อของเมลเบิร์น ที่ใจเคยไปเยี่ยมเยือนมาแล้วราวสองปีที่ผ่านมา แต่ทว่า การเดินทางในเส้นทางเดียวกันแต่มีปลายทางที่ยาวกว่าเดิมนั้นทำให้การเดินทางมีคุณค่าและน่าสนใจยิ่งขึ้น

จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทำให้เราสามารถขับรถผ่านแต่ละเมืองโดยเลาะขอบทะเลหรือ Port Phillip Bay ไปได้เรื่อยๆ เราเริ่มต้นจากเมือง Frankston ก่อนขับตามทางเล็กๆ ติดทะเลไปยังเมือง Mount Eliza ทะลุผ่านไปที่ Mornington ,  Mount Martha แวะที่ Dromana เพื่อนั่งจิบกาแฟและกินเค้กให้อิ่มท้องก่อนเดินทางต่อไปยัง Rosebud , Rye , [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">ชีวิตที่นี่ไม่มีอะไรมากนัก นอกเหนือจากการทำงาน นอน และหาของกินแล้ว เห็นจะมีเรื่องเที่ยวนี่แหละที่ทำให้ชีวิตของใจกระชุ่มกระชวยอยู่ตลอดเวลา</span></p>
<p>แม้เราจะเริ่มหาที่เที่ยวได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา เราตระเวณไปกันมาเสียทั่ว แต่ความพยายามที่มีก็ไม่สิ้นสุด เราพยายามมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ จากคำแนะนำของเพื่อนฝูง เปิดเว็บไซต์ และไปหาเจ้าหน้าที่แนะนำการท่องเที่ยวด้วยตนเอง</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5154" title="mornington1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington1.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>แต่หลายครั้ง เราจนด้วยปัญญา และหาทางออกด้วยการไปยังสถานที่เดิมๆ และซ้ำวนเวียนอยู่เช่นนั้น หรือไม่ก็ไปยังจุดหมายเดิมแต่ผ่านเส้นทางใหม่ เพื่อหาความแปลกใหม่ให้กับสายตาของเราเอง</p>
<p><span id="more-5151"></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5158" title="mornington5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington5.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></span></p>
<p>การเดินทางเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านพ้นก็เช่นกัน เราแวะเวียนไปสถานที่ใกล้บ้านที่เรียกว่า &#8220;Sorrento&#8221;  เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเขตของ Shire of Mornington Peninsula  ซึ่งเป็นทางผ่านไปยัง Phillip Island สถานที่ชมเพนกวินจิ๋วอันเลื่องชื่อของเมลเบิร์น ที่ใจเคยไปเยี่ยมเยือนมาแล้วราวสองปีที่ผ่านมา แต่ทว่า การเดินทางในเส้นทางเดียวกันแต่มีปลายทางที่ยาวกว่าเดิมนั้นทำให้การเดินทางมีคุณค่าและน่าสนใจยิ่งขึ้น</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5155" title="mornington2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington2.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทำให้เราสามารถขับรถผ่านแต่ละเมืองโดยเลาะขอบทะเลหรือ Port Phillip Bay ไปได้เรื่อยๆ เราเริ่มต้นจากเมือง Frankston ก่อนขับตามทางเล็กๆ ติดทะเลไปยังเมือง Mount Eliza ทะลุผ่านไปที่ Mornington ,  Mount Martha แวะที่ Dromana เพื่อนั่งจิบกาแฟและกินเค้กให้อิ่มท้องก่อนเดินทางต่อไปยัง Rosebud , Rye , Blairgowrie และมาถึงจุดหมายที่ Sorrento และพ่วงต่อการเดินทางปิดท้ายสุดเขตแผ่นดินก่อนเป็นทะเลที่ Portsea</p>
<p>ใจยอมรับว่า บางทีใจก็ไม่ต้องการนั่งอยู่กับที่นานๆ การขับรถไปเรื่อยๆ ชมบ้านเรือนใหญ่โตของผู้คนแถวนี้ ก็ทำให้อิ่มตาได้ไม่น้อย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5156" title="mornington3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington3.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>อาจจะเพราะที่นี่เป็นเมืองพักผ่อน บ้านเรือนใหญ่โตจึงถูกปลูกขึ้นติดกับชายหาด โดยมากบ้านหลังยักษ์จะถูกปลูกขึ้นให้สูงหลายชั้น อย่างน้อยก็สองชั้นขึ้นไป เพื่อหวังที่จะให้บ้านนั้นสูงเลยเขตต้นไม้ที่ปลูกหรือขึ้นติดกับทะเล สุดท้ายแล้วบ้านหลังนั้นจะกลายเป็นบ้านติดทะเลที่สมบูรณ์แบบ คือ ตื่นขึ้นมาก็จะเห็นทะเลโดยไม่มีอะไรมาบังสายตา</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington6.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5159" title="mornington6" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington6.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>ใจว่า Mornington Peninsula  ไม่ได้มีเพียงทะเลและบ้านสีที่ติดกับทะเลอันเลื่องชื่อเหมือนกับ Brighton Beach เท่านั้น แต่ยังมีบ้านหลังยักษ์ของเศรษฐีและคนมีเงินให้ชมด้วยในเวลาเดียวกัน ว่ากันว่า บ้านหลังหนึ่งที่สร้างติดทะเลมักจะแพงกว่าบ้านโดยปกติที่สร้างอยู่ในพื้นที่ธรรมดาทั้งในเมืองหรือชานเมือง เมื่อบวกกับความใหญ่โต มโหฬารหรือขนาดของบ้านเข้าไปแล้ว ทำให้บ้านเหล่านี้แพงขึ้นหูฉี่ตามไปด้วย</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5157" title="mornington4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington4.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>มันน่าแปลกตรงที่ ใจไม่ได้อะไรมากจากการไป Mornington Peninsula   นอกเหนือจากการขับรถผ่านบ้านหลังใหญ่  แวะใจกลางเมือง Sorrento เมืองท่าสำคัญที่มีท่าเรือใหญ่สำหรับขนส่งผู้คนและรถข้ามทะเลไปยังอีกชายฝั่งหนึ่งของเมืองท่า Geelong ที่อยู่ตรงกันข้าม เพื่อหาขนมกิน และเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แวะเดินริมทะเลที่ Portsea อีกเล็กน้อย และก็เดินทางกลับบ้าน</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington7.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5160" title="mornington7" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington7.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>แต่มันกลับทำให้อิ่มใจ และอิ่มตาเสียเหลือเกิน หรือเป็นเพราะแค่ออกจากบ้านเดินทางไปให้ไกลอีกนิดเดียว ก็ทำให้เราสุขได้ หรือเป็นเพราะแค่เหตุผลอย่างหลังเพียงอย่างเดียว&#8230;..</p>
<p>ปล. แวะไปดูรูปทั้งหมดของ Mornington Peninsula ได้ที่นี่ <a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157624481673299/">http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157624481673299/</a></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington8.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5161" title="mornington8" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mornington8.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0/" title="ขอได้ แต่อย่าขอเยอะ">ขอได้ แต่อย่าขอเยอะ</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/02/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1/" title="ว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม">ว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/02/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99/" title="สวยไม่เท่าตาเห็น ">สวยไม่เท่าตาเห็น </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/" title="เล่าด้วยภาพ ">เล่าด้วยภาพ </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/22/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-mt-buller/" title="ในวันที่แดดส่องสะท้อนหิมะขาวบน Mt.Buller ">ในวันที่แดดส่องสะท้อนหิมะขาวบน Mt.Buller </a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/09/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-queenscliff/" title="วันนั้นที่ Queenscliff ">วันนั้นที่ Queenscliff </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/05/27/one-shot-one-moment-in-my-mind/" title="one shot , one moment in my mind">one shot , one moment in my mind</a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/05/25/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9a/" title="ไม่มีน้ำ ไม่มีอนาคต : วิบากกรรมของเมืองขาดน้ำ">ไม่มีน้ำ ไม่มีอนาคต : วิบากกรรมของเมืองขาดน้ำ</a> (5)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/04/29/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-walhalla-%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%84/" title="จาก Walhalla ถึงปาย&#8230;ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี">จาก Walhalla ถึงปาย&#8230;ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/04/05/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2/" title="หายหน้าหายตา ">หายหน้าหายตา </a> (9)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-shire-of-mornington-peninsula/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เล่าด้วยภาพ</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2010 03:10:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photo]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[รูป]]></category>
		<category><![CDATA[เมลเบิร์น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5141</guid>
		<description><![CDATA[มีเพื่อนพ้องหลายคนแวะเวียนมาทักทาย ไถ่ถามความเป็นไป และสรุปตรงข้อความสุดท้ายก่อนจากลาว่า &#8220;อย่าลืมหาเวลาเขียนเรื่องราวลงบนที่ว่างของใจบ้าง&#8221;
ใจเองตอบกลับเพื่อนบางคนว่า &#8220;เวลาน่ะมี แต่ที่ไม่มีคือความรู้สึกอยากจะเขียน&#8221; ผลที่ได้ก็คือ กำลังใจและคำแนะนำหลายอย่าง แต่ที่ต่างกันออกไปก็คือ มีคำพูดของน้องสาวคนหนึ่งที่บอกกับใจว่า &#8220;เล่าด้วยภาพสิคะ พี่ใจถ่ายรูปเยอะออก&#8221;


นั่นสินะ&#8230;. บางทีใจก็รู้สึกว่าใจไปขลุกอยู่กับหน้า facebook มากกว่าที่จะมาใช้ชีวิตอยู่ในที่ว่างของตัวเอง นั่นอาจเป็นเพราะ ที่นั่นใจสามารถแสดงรูปรูปเดียว พร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพได้ โดยไม่ต้องลงมือเขียนอะไรให้ยืดยาว ซึ่งนั่นก็เพียงพอกับความรู้สึกอยากจะระบายอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว

 มันอาจจะดีก็ได้ หากใจไม่ต้องเขียนอะไรยืดยาวนัก แต่เพียงแต่แวะเอารูปมาแปะไว้ ฝากให้เพื่อนๆ ชม อย่างน้อยก็คอยบอกกันได้ว่า ใจไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน แวะเวียนมาที่หน้าเว็บไซต์แห่งนี้ทุกวัน แม้จะไม่มีข้อความยาวๆ มาฝากกันก็ตามที&#8230;

เพราะฉะนั้น ก็เริ่มกันตั้งแต่ตรงนี้&#8230;ใจมีเพียงแต่รูปมาบอกเล่า รูปที่แทนข้อความยาวๆ ได้อีกตั้งมากมาย&#8230;รูปเซ็ตนี้มาจากการเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟหลายวันก่อน ใจนั่งรถไฟเป็นเวลาร่วมชั่วโมงเข้าไปยังตัวเมืองเมลเบิร์น ถ่ายรูปไม่กี่รูปติดมือกลับมา

หากใครสังเกตได้ ใจไม่ค่อยถนัดเรื่องถ่ายภาพวิวมากนัก หากเป็นไปได้ ใจจะเลือกถ่ายรูปผู้คนมากกว่า ผู้คนที่นี่ไม่เหมือนผู้คนที่บ้านเรา หากยกกล้องไปหาเขาจะไม่ชูสองนิ้วให้ การเฝ้าทองระยะไกลๆ จึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับการถ่ายภาพคนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้

ใจมีรูปมาฝากเล็กน้อย รูปที่บอกได้ว่า ในวันที่แดดออกกลางฤดูหนาว เขาทำอะไรกันอยู่บ้าง&#8230;
ปล. แวะไปดูรูปไซต์ใหญ่ๆ ได้ที่อัลบั้ม flickr ของใจได้เลย http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157621183908873/
Related Postว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม (3)รูปโดนใจ  (1)บนเส้นทางของ Shire [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">มีเพื่อนพ้องหลายคนแวะเวียนมาทักทาย ไถ่ถามความเป็นไป และสรุปตรงข้อความสุดท้ายก่อนจากลาว่า &#8220;อย่าลืมหาเวลาเขียนเรื่องราวลงบนที่ว่างของใจบ้าง&#8221;</span></p>
<p>ใจเองตอบกลับเพื่อนบางคนว่า &#8220;เวลาน่ะมี แต่ที่ไม่มีคือความรู้สึกอยากจะเขียน&#8221; ผลที่ได้ก็คือ กำลังใจและคำแนะนำหลายอย่าง แต่ที่ต่างกันออกไปก็คือ มีคำพูดของน้องสาวคนหนึ่งที่บอกกับใจว่า &#8220;เล่าด้วยภาพสิคะ พี่ใจถ่ายรูปเยอะออก&#8221;</p>
<p><span id="more-5141"></span></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5144" title="ci1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci1.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>นั่นสินะ&#8230;. บางทีใจก็รู้สึกว่าใจไปขลุกอยู่กับหน้า facebook มากกว่าที่จะมาใช้ชีวิตอยู่ในที่ว่างของตัวเอง นั่นอาจเป็นเพราะ ที่นั่นใจสามารถแสดงรูปรูปเดียว พร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพได้ โดยไม่ต้องลงมือเขียนอะไรให้ยืดยาว ซึ่งนั่นก็เพียงพอกับความรู้สึกอยากจะระบายอารมณ์ของตัวเองได้แล้ว</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5146" title="ci3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci3.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"> </span>มันอาจจะดีก็ได้ หากใจไม่ต้องเขียนอะไรยืดยาวนัก แต่เพียงแต่แวะเอารูปมาแปะไว้ ฝากให้เพื่อนๆ ชม อย่างน้อยก็คอยบอกกันได้ว่า ใจไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน แวะเวียนมาที่หน้าเว็บไซต์แห่งนี้ทุกวัน แม้จะไม่มีข้อความยาวๆ มาฝากกันก็ตามที&#8230;</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5145" title="ci2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci2.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>เพราะฉะนั้น ก็เริ่มกันตั้งแต่ตรงนี้&#8230;ใจมีเพียงแต่รูปมาบอกเล่า รูปที่แทนข้อความยาวๆ ได้อีกตั้งมากมาย&#8230;รูปเซ็ตนี้มาจากการเดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟหลายวันก่อน ใจนั่งรถไฟเป็นเวลาร่วมชั่วโมงเข้าไปยังตัวเมืองเมลเบิร์น ถ่ายรูปไม่กี่รูปติดมือกลับมา</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5147" title="ci4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci4.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>หากใครสังเกตได้ ใจไม่ค่อยถนัดเรื่องถ่ายภาพวิวมากนัก หากเป็นไปได้ ใจจะเลือกถ่ายรูปผู้คนมากกว่า ผู้คนที่นี่ไม่เหมือนผู้คนที่บ้านเรา หากยกกล้องไปหาเขาจะไม่ชูสองนิ้วให้ การเฝ้าทองระยะไกลๆ จึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับการถ่ายภาพคนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5142" title="ci5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ci5.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>ใจมีรูปมาฝากเล็กน้อย รูปที่บอกได้ว่า ในวันที่แดดออกกลางฤดูหนาว เขาทำอะไรกันอยู่บ้าง&#8230;</p>
<p>ปล. แวะไปดูรูปไซต์ใหญ่ๆ ได้ที่อัลบั้ม flickr ของใจได้เลย <a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157621183908873/">http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157621183908873/</a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/02/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1/" title="ว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม">ว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/08/21/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88/" title="รูปโดนใจ ">รูปโดนใจ </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-shire-of-mornington-peninsula/" title="บนเส้นทางของ Shire of Mornington Peninsula  ">บนเส้นทางของ Shire of Mornington Peninsula  </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0/" title="ขอได้ แต่อย่าขอเยอะ">ขอได้ แต่อย่าขอเยอะ</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/22/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-mt-buller/" title="ในวันที่แดดส่องสะท้อนหิมะขาวบน Mt.Buller ">ในวันที่แดดส่องสะท้อนหิมะขาวบน Mt.Buller </a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/09/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-queenscliff/" title="วันนั้นที่ Queenscliff ">วันนั้นที่ Queenscliff </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/02/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99/" title="สวยไม่เท่าตาเห็น ">สวยไม่เท่าตาเห็น </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/05/27/one-shot-one-moment-in-my-mind/" title="one shot , one moment in my mind">one shot , one moment in my mind</a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/05/25/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9a/" title="ไม่มีน้ำ ไม่มีอนาคต : วิบากกรรมของเมืองขาดน้ำ">ไม่มีน้ำ ไม่มีอนาคต : วิบากกรรมของเมืองขาดน้ำ</a> (5)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/04/29/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-walhalla-%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%84/" title="จาก Walhalla ถึงปาย&#8230;ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี">จาก Walhalla ถึงปาย&#8230;ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี</a> (2)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขอได้ แต่อย่าขอเยอะ</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/07/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/07/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2010 02:36:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Australia Trip]]></category>
		<category><![CDATA[Mt. Dandenong]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเมลเบิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[เมลเบิร์น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5132</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากใช้เวลาอยู่นาน เราก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าเราจะไปไหนกันดี สำหรับวันหยุดที่ไม่ต้องทำงาน 1 วันของเรา ทั้งๆ ที่เราก็รอคอยจะให้ถึงวันหยุดมาตั้ง 6 วัน แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็หาที่เที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับยากเย็นเสียเหลือเกิน บางทีเราก็สงสัยว่า มันจะยังมีทีที่ไหนที่เรายังไม่ได้ไปอีกไหมในเมืองนี้&#8230;. มันอาจจะมี และรอคอยเราอยู่ เพียงแต่เราไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน&#8230;.
ในเวลาต่อมา เราต่างเห็นพ้องที่จะนอนตื่นสายเพื่อพักผ่อนร่างกายที่ทำงานมาเหนื่อยล้าตลอดช่วงสัปดาห์ และออกจากบ้านไปยังสถานที่ใกล้ๆ ไม่ต้องเดินทางไกลนัก ตัดใจกับการเดินทางไกลๆ ซึ่งต้องขับรถยาวนานติดต่อกันร่วมสามสี่ชั่วโมง และใช้เวลาในช่วงเย็นที่เหลือหลังการท่องเที่ยวใกล้บ้านไปกับการเดินทางไปซื้อของเข้าห้องนอนใหม่ของเรา


พักนี้อากาศที่นี่ก็ยังไม่เลิกหนาวเหน็บ แม้แดดจะออกแต่นั่นก็แค่ช่วยให้แสงสว่างและทำให้ท้องฟ้าเปิดกว้าง ไม่ได้ช่วยเพิ่มอุณหภูมิ หรือทำให้อบอุ่นขึ้นแต่อย่างใด แต่ใจก็ยอมรับว่า แค่ฟ้าเปิดทางให้เราได้ถ่ายรูปได้สะดวกก็เพียงพอแล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่จะช่วยประทังความเหน็บหนาวได้เป็นอย่างดี
วันนี้ก็เช่นกัน อากาศก็ยังเหน็บหนาว แต่ว่าฟ้าเปิดกว้างอย่างที่เราหวัง เราขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่ไม่ไกลจากบ้าน เรียกว่า Mt. Dandenong หนทางลาดชันเพราะขึ้นเขา สองข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่สูง มีช่องว่างให้แดดลอดผ่านให้เห็นเป็นลำแสงสวยงาม
เราขับรถขึ้นทางลาดชันนั้นไปอีกนาน ก่อนจะแวะจอดพักที่หมู่บ้าน Olinda หมู่บ้านเล็กๆ ที่ใจเคยเห็นในหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวของย่านนี้ บางทีความเงียบของวันต้นสัปดาห์เช่นนี้ก็ทำให้ Olinda ดูมีเสน่ห์ไม่น้อย ความพลุกพล่านของผู้คน ไม่ได้เป็นเครื่องหมายการันตีว่าที่แห่งนั้นจะน่าพิสมัยเสมอไป &#8230;ใจเชื่อเช่นนั้น

เราเสียเวลากับ Olinda ไม่นานนัก ก่อนเดินทางมุ่งหน้าไปยัง SkyHigh จุดชมวิวที่เลื่องชื่อของ Mt.Dandenong รถของเราแวะจอดที่ทางเข้าเพื่อเสียค่าเข้าชม 5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">หลังจากใช้เวลาอยู่นาน เราก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าเราจะไปไหนกันดี สำหรับวันหยุดที่ไม่ต้องทำงาน 1 วันของเรา ทั้งๆ ที่เราก็รอคอยจะให้ถึงวันหยุดมาตั้ง 6 วัน แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็หาที่เที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับยากเย็นเสียเหลือเกิน บางทีเราก็สงสัยว่า มันจะยังมีทีที่ไหนที่เรายังไม่ได้ไปอีกไหมในเมืองนี้&#8230;. มันอาจจะมี และรอคอยเราอยู่ เพียงแต่เราไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน&#8230;.</span></p>
<p>ในเวลาต่อมา เราต่างเห็นพ้องที่จะนอนตื่นสายเพื่อพักผ่อนร่างกายที่ทำงานมาเหนื่อยล้าตลอดช่วงสัปดาห์ และออกจากบ้านไปยังสถานที่ใกล้ๆ ไม่ต้องเดินทางไกลนัก ตัดใจกับการเดินทางไกลๆ ซึ่งต้องขับรถยาวนานติดต่อกันร่วมสามสี่ชั่วโมง และใช้เวลาในช่วงเย็นที่เหลือหลังการท่องเที่ยวใกล้บ้านไปกับการเดินทางไปซื้อของเข้าห้องนอนใหม่ของเรา</p>
<p><span id="more-5132"></span></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5135" title="mt1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt1.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>พักนี้อากาศที่นี่ก็ยังไม่เลิกหนาวเหน็บ แม้แดดจะออกแต่นั่นก็แค่ช่วยให้แสงสว่างและทำให้ท้องฟ้าเปิดกว้าง ไม่ได้ช่วยเพิ่มอุณหภูมิ หรือทำให้อบอุ่นขึ้นแต่อย่างใด แต่ใจก็ยอมรับว่า แค่ฟ้าเปิดทางให้เราได้ถ่ายรูปได้สะดวกก็เพียงพอแล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่จะช่วยประทังความเหน็บหนาวได้เป็นอย่างดี</p>
<p>วันนี้ก็เช่นกัน อากาศก็ยังเหน็บหนาว แต่ว่าฟ้าเปิดกว้างอย่างที่เราหวัง เราขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่ไม่ไกลจากบ้าน เรียกว่า Mt. Dandenong หนทางลาดชันเพราะขึ้นเขา สองข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่สูง มีช่องว่างให้แดดลอดผ่านให้เห็นเป็นลำแสงสวยงาม</p>
<p>เราขับรถขึ้นทางลาดชันนั้นไปอีกนาน ก่อนจะแวะจอดพักที่หมู่บ้าน Olinda หมู่บ้านเล็กๆ ที่ใจเคยเห็นในหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวของย่านนี้ บางทีความเงียบของวันต้นสัปดาห์เช่นนี้ก็ทำให้ Olinda ดูมีเสน่ห์ไม่น้อย ความพลุกพล่านของผู้คน ไม่ได้เป็นเครื่องหมายการันตีว่าที่แห่งนั้นจะน่าพิสมัยเสมอไป &#8230;ใจเชื่อเช่นนั้น</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5136" title="mt2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt2.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<p>เราเสียเวลากับ Olinda ไม่นานนัก ก่อนเดินทางมุ่งหน้าไปยัง SkyHigh จุดชมวิวที่เลื่องชื่อของ Mt.Dandenong รถของเราแวะจอดที่ทางเข้าเพื่อเสียค่าเข้าชม 5 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ก่อนเลี้ยวเข้าจอดที่ลานจอดรถกว้างขวาง อาจจะเพราะเป็นวันที่ผู้คนยังไม่ได้หยุดพักผ่อนเหมือนเรา สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้มีผู้คนมากนัก พอๆกับการหยุดให้บริการบางจุด อาทิ เขาวงกตต้นไม้ อันเป็นสถานที่ยอดฮิตของเด็กๆ และครอบครัว</p>
<p>ใจเดินห่างมาจากที่จอดรถไม่ไกลนัก ก็เห็นต้นไม้รูปร่างแปลกตา แม้มันจะเหมือนต้นไม้ในฤดูกาลนี้ที่ไร้ใบ ปล่อยให้เห็นแต่กิ่งก้านสาขา ก่อนรอคอยให้ถึงเวลาผลิใบในฤดูกาลหน้าก็ตามที แต่เป็นเพราะรูใหญ่ใจกลางลำต้นของมันทำให้ใจอดเดินเข้าไปหามันเสียไม่ได้</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5133" title="mt4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt4.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>ใต้ต้นไม้นั่น มีป้ายบอกเล่าถึงความเป็นมาและความน่าสนใจของตัวมันเอง &#8220;The wishing tree&#8221; เขาเรียกต้นไม้ที่มีช่องวงกลมว่าแบบนี้&#8230;ตำนานของต้นไม้เริ่มต้นขึ้นราวปี คศ.1900 ในช่วงนั้นในย่านนี้หนาแน่นไปด้วยต้นไม้ เรียกว่าเป็นป่าใหญ่กว่าปัจจุบัน วันหนึ่งเด็กน้อยวัย 4 ขวบปี ชื่อ Billy Langton ได้พลัดหลงเข้าไปอยู่ในป่าแห่งนี้</p>
<p>ผู้เป็นพ่อของเขาค้นหาทุกที่ก็ไม่พบ ในระหว่างการค้นหานั้น เขาหยุดพักที่ต้นไม้แห่งนี้ เขาเริ่มต้นอธิษฐานให้เขาหาลูกชายพบ และเมื่อเงยหน้ามองลอดผ่านช่องตรงกลางลำต้นของต้นไม้นี้ไป เขาก็เห็น Billy ลูกชายของเขาอยู่ใกล้ลำธารอีกฟากหนึ่ง และนั่นเป็นที่มาของ  The wishing tree</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5137" title="mt3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt3.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>ผู้คนแถวนี้เชื่อกันว่า หากคุณอธิษฐานและมองลอดช่องต้นไม้นั้นไป จะเกิดปาฏิหาริย์ทำให้พรที่คุณอธิษฐานเป็นจริง เพียงแต่ว่า&#8230;.อย่าขอมากไปเท่านั้นเอง</p>
<p>ใจไม่มีเรื่องเล่าอื่นใดระหว่างการท่องเที่ยวนี้อีกแล้ว เพราะตั้งใจจะพูดถึงเรื่องเล่านี้เท่านั้นเอง บางทีมันอาจจะจริงก็ได้ ทุกอย่างอาจจะเป็นจริง หากเราไม่ได้คาดหวังที่อยากจะได้มากเกินไป อยากได้แต่พอดี และแต่พอตัว ใจเชื่อว่าเราจะได้มันทุกอย่างที่เราหวัง&#8230;.</p>
<p>ว่าแล้วใจก็สูดลมหายไป อธิษฐานสิ่งที่หวังเอาไว้และมองลอดช่องต้นไม้บ้าง..ขออย่างเดียว ถูกหวยสักร้อยล้านดอลลาร์ ขออย่างเดียวเท่านั้น มากไปไหมนะ??</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5138" title="mt5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/mt5.jpg" alt="" width="440" height="330" /></a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-shire-of-mornington-peninsula/" title="บนเส้นทางของ Shire of Mornington Peninsula  ">บนเส้นทางของ Shire of Mornington Peninsula  </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/02/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b1/" title="ว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม">ว่าด้วยเรื่องรูป&#8230;กังหันลม</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/02/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99/" title="สวยไม่เท่าตาเห็น ">สวยไม่เท่าตาเห็น </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/29/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/" title="เล่าด้วยภาพ ">เล่าด้วยภาพ </a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/22/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-mt-buller/" title="ในวันที่แดดส่องสะท้อนหิมะขาวบน Mt.Buller ">ในวันที่แดดส่องสะท้อนหิมะขาวบน Mt.Buller </a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/09/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-queenscliff/" title="วันนั้นที่ Queenscliff ">วันนั้นที่ Queenscliff </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/05/27/one-shot-one-moment-in-my-mind/" title="one shot , one moment in my mind">one shot , one moment in my mind</a> (4)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/05/25/%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%9a/" title="ไม่มีน้ำ ไม่มีอนาคต : วิบากกรรมของเมืองขาดน้ำ">ไม่มีน้ำ ไม่มีอนาคต : วิบากกรรมของเมืองขาดน้ำ</a> (5)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/04/29/%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-walhalla-%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%84/" title="จาก Walhalla ถึงปาย&#8230;ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี">จาก Walhalla ถึงปาย&#8230;ในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/04/05/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2/" title="หายหน้าหายตา ">หายหน้าหายตา </a> (9)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/07/28/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่องลาวเหนือตอน 5 : เมืองขวา เมืองที่หลับใหลในสายตาเรา</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2010 12:19:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวลาว]]></category>
		<category><![CDATA[พงสาลี]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ลาวเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมไซ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองขวา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5113</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ในปี 2007-2008 มีนักท่องเที่ยวมาพักแรมอยู่เมืองขวา จำนวน 2,038 คน มีคนลาว 1,000 คน เฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวมาพักแรมอยู่เมืองขวา จำนวน 67 คน ต่อคืน และ 169 คนต่อเดือน&#8221; นี่คือความหมายที่เขียนได้เป็นภาษาไทย หากแปลจากภาษาลาวในท้ายกระดาษเอสี่ที่จั่วหัวว่า &#8220;statistic of tourist arrival to Muong Khoua 2007-2008&#8243; ซึ่งแปะเอาไว้ข้างฝา ณ ที่ทำการหน่วยงานท่องเที่ยวเมืองขวา
เมื่อเริ่มแรกเดิมที ที่มาถึงเมืองขวา ซึ่งอยู่ในเขตของแขวงพงสาลี ส่วนบนสุดของประเทศลาว พวกเราต่างก็สังเกตกันว่าไม่เจอนักท่องเที่ยวชาวไทยสักราย ที่เราเห็นนั่นก็คือฝรั่งหัวทอง นอกเหนือจากนั้นก็คือชาวเวียด และชาวจีนเสียส่วนใหญ่

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ข้อมูลที่เราเห็นบนฝาหนังของหน่วยงานท่องเที่ยวเมืองขวาก็ไม่ผิดเพี้ยนไปจากนั้นนัก ในปี 2008 นั้นมีคนไทยมาที่นี่เพียง 55 คน ขณะที่ชาวเยอรมนีเหมือนจะให้ความสำคัญกับเมืองนี้มากที่สุดเพราะทั้งปีมีนักท่องเที่ยวมามากถึง 269 คน ถัดลงมาถึงจะเป็นชาวนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเดนมาร์ค และโดยมากที่เหลือก็จะเป็นนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรปเสียมาก

&#8220;ทำไมคนไทยไม่ค่อยมาเที่ยวที่นี่&#8221; คือ คำถามสั้นๆ ที่ผุดขึ้นในหัวสมองของใจในเช้าวันที่ตื่นมาพบปะกับความหนาวเหน็บที่เมืองขวา หลังจากเมื่อวานเย็นเรามาถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">&#8220;ในปี 2007-2008 มีนักท่องเที่ยวมาพักแรมอยู่เมืองขวา จำนวน 2,038 คน มีคนลาว 1,000 คน เฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวมาพักแรมอยู่เมืองขวา จำนวน 67 คน ต่อคืน และ 169 คนต่อเดือน&#8221; นี่คือความหมายที่เขียนได้เป็นภาษาไทย หากแปลจากภาษาลาวในท้ายกระดาษเอสี่ที่จั่วหัวว่า &#8220;statistic of tourist arrival to Muong Khoua 2007-2008&#8243; ซึ่งแปะเอาไว้ข้างฝา ณ ที่ทำการหน่วยงานท่องเที่ยวเมืองขวา</span></p>
<p>เมื่อเริ่มแรกเดิมที ที่มาถึงเมืองขวา ซึ่งอยู่ในเขตของแขวงพงสาลี ส่วนบนสุดของประเทศลาว พวกเราต่างก็สังเกตกันว่าไม่เจอนักท่องเที่ยวชาวไทยสักราย ที่เราเห็นนั่นก็คือฝรั่งหัวทอง นอกเหนือจากนั้นก็คือชาวเวียด และชาวจีนเสียส่วนใหญ่</p>
<p><span id="more-5113"></span></p>
<p>ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ข้อมูลที่เราเห็นบนฝาหนังของหน่วยงานท่องเที่ยวเมืองขวาก็ไม่ผิดเพี้ยนไปจากนั้นนัก ในปี 2008 นั้นมีคนไทยมาที่นี่เพียง 55 คน ขณะที่ชาวเยอรมนีเหมือนจะให้ความสำคัญกับเมืองนี้มากที่สุดเพราะทั้งปีมีนักท่องเที่ยวมามากถึง 269 คน ถัดลงมาถึงจะเป็นชาวนิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเดนมาร์ค และโดยมากที่เหลือก็จะเป็นนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรปเสียมาก</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5117" title="m1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m1.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>&#8220;ทำไมคนไทยไม่ค่อยมาเที่ยวที่นี่&#8221; คือ คำถามสั้นๆ ที่ผุดขึ้นในหัวสมองของใจในเช้าวันที่ตื่นมาพบปะกับความหนาวเหน็บที่เมืองขวา หลังจากเมื่อวานเย็นเรามาถึง และเดินสำรวจเมืองกันเล็กน้อย ก่อนพักผ่อนนอนหลับไปกับความมืดมิดของเมืองที่ยังไม่มีไฟฟ้าจากหน่วยงานราชการให้บริการ มีเพียงเสียงไฟฟ้าที่มีเสียงดังระงมของเครื่องปั่นไดนาโมใช้น้ำมันเป็นแรงงาน และแสงไฟจากเทียนไขทำหน้าที่ของมันได้ดีในยามไร้แสงเช่นนี้</p>
<p>คำตอบอาจจะมีหลายอย่าง หนึ่ง คือคนไม่ชอบเมืองเล็กๆ ที่ต้องเดินทางกันเกินสี่ชั่วโมงจากแขวงอุดมไซ (ไม่นับการเดินทางจากเมืองไทยมาถึงอุดมไซซึ่งก็ใช้เวลาอย่างที่ใจเคยผ่านมา) สอง คือ เมืองขวาไม่ใช่เมืองแห่งแสงสีที่ใครมาแล้วจะมีไฟฟ้าใช้ มีน้ำอุ่นให้อาบกันสบายตัว สามคือ เรายังไม่รู้จักเมืองนี้ เพราะเราเอาแต่ไปที่หลวงพระบาง เวียงจันทร์ และวังเวียง</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5118" title="m2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m2.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>แม้เมืองขวา จะมายาก ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ในยามค่ำคืน หากเดินไปทั่วๆ ก็จะเห็นว่าเมืองค่อนข้างสกปรกเสียด้วยซ้ำ แต่ใจก็ยอมรับว่า เมืองขวาเป็นเมืองหนึ่งที่ใจยกนิ้วให้ว่า &#8220;สวยงามและน่าค้นหา&#8221;</p>
<p>อาจจะเพราะความเป็นเมืองเล็กๆ มีแต่คนท้องถิ่น หรือไม่ก็เพื่อนบ้านอย่างชาวเวียดนามซึ่งอยู่ห่างกันเพียงแม่น้ำกั้น ต้องใช้เวลายาวไกลกว่าจะเดินทางมาถึง รวมถึงการเป็นเมืองที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกันและตัดผ่ากลางเมือง เมืองบนที่สูงมองลงมาหาแม่น้ำที่อยู่ต่ำกว่า รวมกันแล้ว กลายเป็นเมืองที่ใจถึงได้ยกนิ้วให้ง่ายๆ</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5119" title="m3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m3.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดซึ่งหนุ่มชาวลาวผู้เป็นสามีของหญิงสาวที่นั่งติดกันกับใจ ระหว่างการเดินทางบนรถโดยสารจากแขวงอุดมไซมาที่เมืองขวาบอกกับใจว่า &#8220;จากอุดมไซถึงเมืองขวาหลายร้อยกิโลเมตร ขวามือของเราจะเป็นแม่น้ำอูทั้งเส้น&#8221;  นั่นหมายถึงว่า ตลอดระยะเวลาการเดินทางหลายชั่วโมงของเรากว่าจะถึงจุดหมาย เราต่างได้นั่งมองชื่นชมความงามของแม่น้ำเส้นหลักของแขวงนี้ตลอดเวลา ใจเองตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่มีโอกาสได้นั่งรถโดยสารลัดเลาะไปกับแม่น้ำที่ยาวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต และดูเหมือนสิ่งนี้เองจะติดตามาโดยตลอดจนถึงทุกวันนี้</p>
<p>ในแง่ของโลเกชั่นแล้ว เมืองขวาอาจจะไม่สวยเท่าวังเวียงที่มีภูเขาซ้อนทับกันหลายอัน แต่ในแง่ของความบริสุทธิ์แล้ว เมืองขวามีมากกว่านั้น ภูเขาไม่สวยเท่า แต่ภูเขาที่อยู่ตรงหน้า มีแม่น้ำผ่ากลางก็สวยไม่เบา</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5120" title="m4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m4.jpg" alt="" width="330" height="440" /></a></p>
<p>เช้าวันนั้นใจตื่นมาพร้อมกับหมอกหนา ลมหนาวมาเยือน ดูเหมือนใครๆ บางคนจะรู้มาอยู่บ้างว่า เมืองที่หนาวกว่าเมืองขวาคือใจกลางของเขตพงสาลี หรือเมืองพงสาลี ซึ่งใจยังไม่เคยไปถึง ยกเว้นเพื่อนน้อย คล้อยหลังที่ใจกลับออสเตรเลียมาแล้ว เธอดั้นด้นกลับไปถึงพงสาลีอีกหนเพียงลำพัง สร้างความอิจฉาให้กับใจยิ่งนัก และหากมีโอกาสที่จะกลับไปที่นั่นสักหน&#8230;ใจจะขอกลับไปยลพงสาลีสักครากับตาของตนเอง แต่ถึงจะอย่างนั้น เมืองขวาก็หนาวขึ้นชื่อพอที่จะทำให้คุยกับคนลาวที่อยู่ในอาณาเขตที่ต่ำกว่าเช่น หลวงพระบาง ว่าเราไปเมืองขวามาแล้วและหนาวเพียงใด</p>
<p>ตลาดเช้าเล็กๆ ที่มุงด้วยสังกะสีกลางเมืองขวา เป็นที่นัดชุมนุมของแม่บ้าน และพ่อครัว ที่มาจับจ่ายใช้สอยกันตั้งแต่เช้ามืด ดังนั้น เราใจจึงไม่พลาดที่จะไปเก็บภาพ และหาของกินลงท้องก่อนที่วันนี้ทั้งวันจะต้องเดินทางจากที่นี่ไป</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5121" title="m5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m5.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ผู้คนคราคร่ำยิ่งนักในเช้าวันนี้ หลังจากอิ่มท้องใจก็เดินไปเรื่อยๆ ทั่วเมือง แวะเวียนไปที่ทำการไปรษณีย์ส่งไปรษณียบัตรข้ามประเทศในราคาที่พอยอมรับได้ ก่อนเดินย้อนกลับและมองหาที่น่าสนใจกว่านี้</p>
<p>โดยปกติแล้ว หากใครเดินทางมาที่เมืองขวา รถโดยสารมักจะมาไม่ถึงตรงกลางชุมชน ที่ทำการขนส่งเล็กๆ อยู่ห่างเมืองออกไปเล็กน้อย ก่อนที่จะต้องเสียค่าบริการรถสองแถวเข้ามาที่เมืองขวา ตรงกลางลานที่รถจะจอดนี่เองดูเหมือนจะเป็นลานกว้าง ข้างๆ ลานเป็นที่ทำการของเจ้าหน้าทหารที่คอยดูแลความเป็นไปของเมือง เนื่องจากเมืองนี้อยู่ติดกับชายแดนเดียนเบียนฟูของประเทศเวียดนาม หากข้ามแม่น้ำไปและนั่งรถไปสักหลายอึดใจก็จะถึงเวียดนามทันที</p>
<p>ด้านหลังของที่ทำการทหาร มีถนนเดินขึ้นไปยังบ้านเรือนของชาวลาวที่ลาดชันพอสมควร มีบ้านอยู่หลายหลังด้านบน พอให้เราได้ยลความงามแบบระยะที่สูงกว่าได้อีก ขณะที่ด้านขวามือตรงกันข้ามกับที่ทำการทหาร มีซอยเล็กๆ เดินทะลุเข้าไป ด้านในจะเป็นบ้านคนอีกเล็กน้อย ก่อนจะเห็นสะพานเหล็กรุ่นเก่าที่เขาใช้งานกันมานาน</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m6.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5122" title="m6" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m6.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>ใจยอมรับว่าใจไม่กล้าพอที่จะข้ามสะพานนั่นได้ สะพานเหล็กที่เห็นเหมือนสนิมเกาะ แม้จะรู้ว่าทนเท่าไร แต่ใจกลับกลัวความสูงที่มองเห็นเบื้องล่างเป็นแม่น้ำนั่นมากกว่า ขณะที่สะพานจะส่ายไปมาตามแรงเหวี่ยงที่เกิดจากการย่ำลงบนแผ่นเหล็กหนาของเท้าคน และแรงบดของรถมอเตอร์ไซค์ที่คนลาวใช้สัญจรข้ามระหว่างฝั่งแม่น้ำนั่นเอง</p>
<p>จากคำพูดของคนแถบนี้ สะพานคอนกรีตแห่งใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งเราก็พอจะเห็นด้วยสายตาอยู่บ้าง สะพานใหม่จะทำให้ผู้คนข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งที่จะไปเวียดนามได้ง่าย แทนที่จะใช้เรือขนานยนต์หรือเรือหางยาวขนคนข้ามไปมาอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่ถึงจะอย่างนั้น ดูเหมือนสะพานเหล็กเก่าที่ยังอยู่ก็คงจะเป็นที่พึ่งของคนแถวนี้ไปอีกนาน</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m7.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5123" title="m7" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m7.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>นอกเหนือจากตลาดเช้า และสะพานแล้ว สินค้าของจีนยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะเห็นที่นี่ ร้านค้าหลายแห่งมีสินค้าของจีนวางขายอยู่ทั่ว บางทีก็ทำให้นึกกลัวเสียไม่ได้ อิทธิของจีนไม่ใช่เพียงเรื่องต้นทุน แต่หมายถึงการแผ่ขยายความเคยชินในการเสพย์สินค้าของจีนต่างหาก</p>
<p>ใจเดินเมืองขวาจนทั่ว เก็บภาพหลายมุมจนฉ่ำใจ ก็เดินกลับทางเดิมเข้าซอยที่ลัดเลาะกลับมาถึงห้องพักราคาร้อยกว่าบาทต่อหนึ่งคืน ห้องพักที่อยู่บนชั้นสองของตัวบ้านไม้หลังเก่า จากหน้าต่างของพักเราจะเห็นแม่น้ำและอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำได้ชัดเจน  เสน่ห์ของห้องพักไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามของวิวตรงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่การที่ใจได้เดินลัดเลาะผ่านบ้านเรือของผู้คนซึ่งตั้งอยู่บนเนินชัน และลดหลั่นที่ต่ำลงมา ขึ้นๆ ลงๆ ทำให้รู้สึกว่ามีอะไรให้ทำมากกว่าการเดินผ่านป่าและต้นไม้ที่ขุดมาปลูกยามที่มันโตเต็มที่แล้ว</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m8.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5124" title="m8" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m8.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>สายแล้ว ใจคว้ากระเป๋าลงจากเรือนพัก เดินมุ่งหน้ามายืนรอเรือที่เราจะเดินทางไปยังเมืองหนองเขียว เขตหลวงพระบางในวันนี้ เรือของรีสอร์ทหรูที่นักท่องเที่ยวเช่าเหมาเรือมาส่งที่นี่ และพลขับก็จะตีเปล่ากลับหนองเขียว แต่เป็นเพราะความสามารถของเพื่อนน้อยที่ช่างเจรจาเป็นภาษาลาวได้คล่อปรื๋อ เราเลยสามารถเหมาเรือลำนั้นกลับหนองเขียวได้ราคาที่ต่ำกว่าการเหมาเรือปกติ ว่ากันว่า จากที่นี่หากจะเดินทางไปหนองเขียวทางเรือ คุณจะต้องโดยสารเรือในราคาต่อหัว 100,000 กีบ แต่หากว่าผู้โดยสารนั่งไม่เต็มเรือ เรือลำเล็กก็จะให้คุณเหมาในราคา 1,000,000 กีบต่อลำ</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m9.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5125" title="m9" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m9.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>แม้เราจะเหมาเรือได้ในราคาที่ต่ำแต่เรามีเงื่อนไขที่ไม่สามารถปฏิเสธได้จากพลขับเรือของเรา&#8230;นั่นก็คือ เราต้องแวะบ้านกับเขาระหว่างการเดินทาง นั่งรอเขาหาปลา จนกว่าจะเสร็จ เราถึงจะได้เดินทางต่อ นี่คือเงื่อนไขที่เราต้องเผชิญระหว่างการเดินทางทางน้ำทั้งวัน&#8230;.</p>
<p>ของถูกมักจะมีเงื่อนไขเสมอ &#8230;. เห็นจะจริง</p>
<p>ปล. ตอนหน้าเราจะล่องเรือยาวทั้งวัน แวะหาปลา กินมาม่าต้มฟืน ก่อนถึงที่หมายในพลบค่ำที่หนองเขียว</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m10.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5126" title="m10" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/m10.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/" title="ท่องลาวเหนือตอน 4 : ริมทางที่เมืองหลา ">ท่องลาวเหนือตอน 4 : ริมทางที่เมืองหลา </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/30/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0/" title="ท่องลาวเหนือตอน 6 : กว่าจะถึงปลายทาง&#8230;หนองเขียว ">ท่องลาวเหนือตอน 6 : กว่าจะถึงปลายทาง&#8230;หนองเขียว </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/06/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/" title="ท่องลาวเหนือตอน 3 : แวะอุดมไซ">ท่องลาวเหนือตอน 3 : แวะอุดมไซ</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/01/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-2-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%82/" title="ท่องลาวเหนือตอน 2 : ล่องโขงลงปากแบง">ท่องลาวเหนือตอน 2 : ล่องโขงลงปากแบง</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/02/02/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ได้เวลา ">ได้เวลา </a> (9)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/12/09/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/" title="ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว">ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว</a> (10)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/12/02/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ติสก์แตกแบกกระเป๋าไปลาว">ติสก์แตกแบกกระเป๋าไปลาว</a> (8)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/11/13/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1/" title="ไปเมาที่งานดอง ภาคงานยังไม่เริ่ม">ไปเมาที่งานดอง ภาคงานยังไม่เริ่ม</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/28/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/" title="ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว : ภาคขึ้นเขา">ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว : ภาคขึ้นเขา</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/27/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a2/" title="ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว: ภาคย้ายที่ยืน">ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว: ภาคย้ายที่ยืน</a> (6)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่องลาวเหนือตอน 4 : ริมทางที่เมืองหลา</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2010 09:59:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ลาว]]></category>
		<category><![CDATA[ลาวเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมไซ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองขวา]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองหลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5094</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;เราอาจจะถึงที่หมายช้าไปบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ได้อะไรเลยระหว่างแวะข้างทาง&#8221;
ดูเหมือนว่า ประโยคนี้จะเหมาะสมกับการเดินทางในแบบฉบับของพวกเรามากที่สุด นั่นเป็นเพราะการที่ไม่มีแผนการเดินทางที่แน่นอน เราจึงรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ถูกบังคับและเข้าข่ายเป็นทัวร์ลูกเป็ด ถือธง ใส่หมวกเดินตามไกด์เป็นเวลา แม้ในอีกแง่มุมหนึ่งมันจะทำให้เราไปถึงที่หมายแต่ละจุดได้ช้ากว่าเดิม แต่เราก็ได้เห็นอะไรเพิ่มเติมจากการแวะรายทางอยู่เสมอ
เช้าวันนี้ เพื่อนน้อยออกจากที่พักก่อนใคร เธอเรียกมอเตอร์ไซค์ไปยังท่ารถที่เราลงเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ และบอกกับใจว่าเธอจะกับมาพร้อมกับข้อมูลเวลาการเดินรถของรถโดยสารที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองขวา แขวงพงสาลี ซึ่งเป็นจุดหมายของเราวันนี้


เมื่อน้อยกลับมาถึง เธอบอกว่า เราจะออกจากที่พัก ขึ้นรถสองแถวไปแวะไหว้พระที่หลา (La) ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก แวะไหว้พระสำคัญของแถบนี้ก่อนที่จะนั่งรอรถโดยสารไปเมืองขวาซึ่งจะผ่านที่เมืองหลาในเวลาไล่เลี่ยกันพอดี
แต่ทว่า พวกเราใช้เวลาไปกับการนั่งรอรถสองแถวที่จะไปเมืองหลานานกว่าที่คิด ผู้โดยสารจำนวนน้อยนิด ไม่ยั่วใจให้ชายเจ้าของรถออกเดินทางตามกำหนดเวลาได้ เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเสนอที่จะซื้อที่นั่งที่เหลือให้เต็ม เพื่อให้รถได้ออกเร็วกว่าที่จะนั่งรอเวลาที่เนิ่นนาน  พาลจะทำให้เราพลาดรถโดยสารที่จะไปถึงเมืองหลาในเวลาที่เราตั้งใจได้
เมื่อมีการเสนอ จึงการตอบสนอง รถจึงค่อยๆ เลื่อนล้อออกไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยว แต่ไม่สูงชัน ผู้โดยสารที่ร่วมเดินทางมีเด็กหนุ่มชาวลาวนั่งอยู่ท้ายรถ ชาวไทยอย่างเรานั่งปะปนไปทั่วรถอีกสี่ชีวิต ที่เหลือเป็นคุณยายใส่ผ้าซิ่นพร้อมด้วยสัมภาระจำนวนหนึ่ง

ใจถ่ายรูปยาย ก่อนส่งให้ยายชมจากหน้าจอกระจกกล้องแบบดิจิตอลที่เมื่อก่อนไม่เคยมี ยายเห็นหน้าตัวเองในนั้น พร้อมกับหัวเราะชอบใจ นี่คงเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับเขาเหล่านั้น ความรู้สึกตื่นเต้นกับการเห็นของใหม่ที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อนช่างน่าโหยหา แต่ว่า มันนานเท่าไรแล้วนะ ที่เราไม่เคยได้พบเจอกับมัน&#8230;
บทสนทนาตอนหนึ่งของใจกับยายเริ่มต้นขึ้นเมื่อเราต่างหยิบยื่นมิตรภาพให้แก่กันบนรถสองแถวคันนั้น
ใจ (เมื่อยื่นกล้องให้ยายชมภาพของตัวเองในนั้น) : สวยเนอะยาย
ยาย : สวยที่ไหน ผิวหนังเหี่ยวไปหมดแล้ว

ประโยคสั้นๆ แต่กินใจและให้ความหมายได้ดียิ่งนัก บางครั้งความงามก็หดหายไปกับการกาลเวลา ความสวยงามภายนอกหาจีรังไม่ ต่อให้งามบาดตาเพียงใด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">&#8220;เราอาจจะถึงที่หมายช้าไปบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ได้อะไรเลยระหว่างแวะข้างทาง&#8221;</span></p>
<p>ดูเหมือนว่า ประโยคนี้จะเหมาะสมกับการเดินทางในแบบฉบับของพวกเรามากที่สุด นั่นเป็นเพราะการที่ไม่มีแผนการเดินทางที่แน่นอน เราจึงรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ถูกบังคับและเข้าข่ายเป็นทัวร์ลูกเป็ด ถือธง ใส่หมวกเดินตามไกด์เป็นเวลา แม้ในอีกแง่มุมหนึ่งมันจะทำให้เราไปถึงที่หมายแต่ละจุดได้ช้ากว่าเดิม แต่เราก็ได้เห็นอะไรเพิ่มเติมจากการแวะรายทางอยู่เสมอ</p>
<p>เช้าวันนี้ เพื่อนน้อยออกจากที่พักก่อนใคร เธอเรียกมอเตอร์ไซค์ไปยังท่ารถที่เราลงเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ และบอกกับใจว่าเธอจะกับมาพร้อมกับข้อมูลเวลาการเดินรถของรถโดยสารที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองขวา แขวงพงสาลี ซึ่งเป็นจุดหมายของเราวันนี้</p>
<p><span id="more-5094"></span></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5097" title="la1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la1.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>เมื่อน้อยกลับมาถึง เธอบอกว่า เราจะออกจากที่พัก ขึ้นรถสองแถวไปแวะไหว้พระที่หลา (La) ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก แวะไหว้พระสำคัญของแถบนี้ก่อนที่จะนั่งรอรถโดยสารไปเมืองขวาซึ่งจะผ่านที่เมืองหลาในเวลาไล่เลี่ยกันพอดี</p>
<p>แต่ทว่า พวกเราใช้เวลาไปกับการนั่งรอรถสองแถวที่จะไปเมืองหลานานกว่าที่คิด ผู้โดยสารจำนวนน้อยนิด ไม่ยั่วใจให้ชายเจ้าของรถออกเดินทางตามกำหนดเวลาได้ เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเสนอที่จะซื้อที่นั่งที่เหลือให้เต็ม เพื่อให้รถได้ออกเร็วกว่าที่จะนั่งรอเวลาที่เนิ่นนาน  พาลจะทำให้เราพลาดรถโดยสารที่จะไปถึงเมืองหลาในเวลาที่เราตั้งใจได้</p>
<p>เมื่อมีการเสนอ จึงการตอบสนอง รถจึงค่อยๆ เลื่อนล้อออกไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยว แต่ไม่สูงชัน ผู้โดยสารที่ร่วมเดินทางมีเด็กหนุ่มชาวลาวนั่งอยู่ท้ายรถ ชาวไทยอย่างเรานั่งปะปนไปทั่วรถอีกสี่ชีวิต ที่เหลือเป็นคุณยายใส่ผ้าซิ่นพร้อมด้วยสัมภาระจำนวนหนึ่ง</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5098" title="la2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la2.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ใจถ่ายรูปยาย ก่อนส่งให้ยายชมจากหน้าจอกระจกกล้องแบบดิจิตอลที่เมื่อก่อนไม่เคยมี ยายเห็นหน้าตัวเองในนั้น พร้อมกับหัวเราะชอบใจ นี่คงเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับเขาเหล่านั้น ความรู้สึกตื่นเต้นกับการเห็นของใหม่ที่เราไม่เคยได้เห็นมาก่อนช่างน่าโหยหา แต่ว่า มันนานเท่าไรแล้วนะ ที่เราไม่เคยได้พบเจอกับมัน&#8230;</p>
<p>บทสนทนาตอนหนึ่งของใจกับยายเริ่มต้นขึ้นเมื่อเราต่างหยิบยื่นมิตรภาพให้แก่กันบนรถสองแถวคันนั้น</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ใจ (เมื่อยื่นกล้องให้ยายชมภาพของตัวเองในนั้น) : สวยเนอะยาย<br />
ยาย : สวยที่ไหน ผิวหนังเหี่ยวไปหมดแล้ว</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5100" title="la4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la4.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></span></p>
<p>ประโยคสั้นๆ แต่กินใจและให้ความหมายได้ดียิ่งนัก บางครั้งความงามก็หดหายไปกับการกาลเวลา ความสวยงามภายนอกหาจีรังไม่ ต่อให้งามบาดตาเพียงใด เมื่อถึงเวลา ทุกอย่างก็โรยราและร่วงลงสู่ดินในท้ายที่สุดนั่นเอง</p>
<p>บรรยากาศช่างเป็นใจสำหรับการเดินทางยิ่งนัก ในช่วงที่เราเริ่มต้นเดินทาง ฤดูหนาวกำลังย่างกรายเข้ามาเยือนลาวเหนือ ลมเย็นพัดโชยเข้ามา สายตาของใจจับจ้องไปทั้งสองข้างทาง อากาศในลาวช่างบริสุทธิ์ พอๆ กับผู้คนที่นี่ เขาถึงว่า &#8220;อยากเห็นเมืองไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้วอย่างไรก็ให้ไปที่ลาว&#8221; ใจก็เห็นด้วยว่าจริงอย่างที่เขาบอกเอาไว้</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5099" title="la3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la3.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>เมื่อรถมาถึงที่หมาย พวกเราเป็นกลุ่มสุดท้ายที่โดยสารรถสองแถวคันนั้น คนขับเลี้ยวเข้าซอยในหมู่บ้าน ก่อนจะขึ้นเนินที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ ไม่เพียงแต่เนื้อตัวเลอะเทอะไปด้วยฝุ่น แต่ทำเอาเกือบสำลักฝุ่นกันเป็นทิวแถว</p>
<p>รถมาหยุดกลางเนิน ด้านขวามือเป็นบันไดไม่สูงนัก ทอดยาวขึ้นเนิน ด้านบนมองเห็นชัดเจนว่าเป็นประตูวัด เราหอบสัมภาระทั้งบนขึ้นไหล่และเดินขึ้นบันได มุ่งตรงสู่วัด ก่อนใช้เวลาเดินรูป ไหว้พระ และหันหลังให้วัด เดินลัดเลาะออกอีกประตูหนึ่ง เข้าสู่ตัวหมู่บ้านอีกฟากหนึ่งซึ่งติดกับคลองขนาดเล็ก</p>
<p>อันที่จริง เราอยากจะข้ามไปฝั่งตรงกันข้าม แต่ติดก็ตรงที่หามีสะพานให้เราข้ามไปฝั่งโน้นได้ไม่ สาวเจ้านางหนึ่งเดินผ่านมา เราถามไถ่จึงได้ความว่า เขาใช้เรือข้ามไปฝั่งตรงกันข้ามแทนสะพาน</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5101" title="la5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la5.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>เราเลิกล้มที่จะข้ามน้ำ หันมาเดินชมความงามของหมู่บ้าน และเดินผ่านถนนที่ทอดยาวไปยังถนนหลักที่รถสองแถวคันก่อนหน้าใช้ในการเดินทางมา อย่างน้อยก็เพราะเวลาที่รถโดยสารจะไปเมืองขวาใกล้ถึงเวลาจะผ่านมาทางนี้แล้วนั่นเอง</p>
<p>ใจแวะถ่ายรูปชาวบ้านกำลังตาก &#8220;ไค&#8221; หรือสาหร่ายน้ำจืด สาหร่ายสีเขียวที่ว่ากันว่า อยากจะกินของดีก็ต้องมาที่เมืองลาว น้ำที่ใส สะอาดและไหลอยู่ตลอดเวลา เป็นที่ที่อุดมไปด้วยไคเสมอ ชาวบ้านจะใช้มือสาวไคขึ้นมา ก่อนล้างอยู่หลายรอบเพื่อให้เศษดิน หิน และทรายออกไปให้หมด</p>
<p>ไคที่สะอาดและล้างจนหมดจดจะถูกนำมาแผ่เรียงเป็นแผ่นบนแตะไม้ไผ่ที่สานขัดกันดูงามตา ผึ่งแดดจนแห้ง เมื่อถึงเวลาจะกิน ไคจะถูกย่าง ผ่านไฟเบาๆ หรือ ทอดกรอบ ปรุงรสด้วยเกลือ หรืองาว่ากันไปแล้วแต่ความชอบ</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la6.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5102" title="la6" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la6.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ละจากไก เราก็ไปที่ถนนหลักอย่างที่ตั้งใจไว้ ระหว่างทาง เราสังเกตเห็นรีสอร์ทที่มีรั้วสูงกั้นไม่ให้เห็นด้านใน แต่เราสัมผัสได้ว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่ของชาวบ้านเป็นแน่ อย่างน้อยก็ศิลปะในการออกแบบตัวอาคารเรือนไม้ที่สูงเลยรั้วพอให้เราเห็นจากด้านนอกได้ พอๆ กับต้นไม้ที่ถูกตกแต่งประดับประดาอย่างดี หรือไม่ก็เพราะมีการรดน้ำฝุ่นหนาหน้ารีสอร์ทเอาไว้เพื่อไม่ให้ฝุ่นคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณได้</p>
<p>น้อยเล่าให้เราฟังว่า อันที่จริงแล้ว เมืองหลา เคยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว เพราะเคยเป็นแหล่งน้ำแร่ที่ขึ้นชื่อ ในเวลาต่อมา คนของรัฐให้สัมปะทานแก่ฝรั่ง สร้างรีสอร์ททับผืนดินที่เป็นแหล่งบ่อน้ำแร่สำคัญ ฝรั่งผู้นั้นได้ปรับปรุงที่ และเปลี่ยนวิถีของเส้นทางการเดินน้ำในคลองหลักของหมู่บ้าน</p>
<p>เราเองก็ตอบไม่ได้ว่า ชาวบ้านได้อะไรกับรีสอร์ทบ้าง แต่ที่พอจะเดาได้คือ ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนแถบนี้คงจะแตกต่างไปพร้อมๆ กับสายน้ำที่ถูกเขาทำให้ต้องไหลไปอีกทางหนึ่งเป็นแน่</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la7.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5103" title="la7" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la7.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>เมื่อเดินมาถึงถนนหลัก เราใช้เวลาไปกับการนั่งรอรถโดยสารอยู่พักใหญ่ และเมื่อก้าวเท้าขึ้นรถโดยสารคันที่จะมุ่งหน้าไปเมืองขวา เราก็ได้พบปะกับฝรั่งตาน้ำข้าวนายเดิมที่คืนก่อนหน้า อาสาพาพวกเราเข้าไปยังดิสโก้เทคอันเลื่องชื่อในเมืองอุดมไซด้วยตัวเขาเอง</p>
<p>ฝรั่งที่ข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาทำงานในเมืองลาว กำลังจะเดินทางไปในเส้นทางเดียวกันกับเรา และเขาผู้นี้นี่เองที่จะแนะนำที่พักพิงในราคาย่อมเยาให้กับเราในค่ำคืนที่มืดมิดเพราะไร้แสงไฟ หรือ ไฟจักร ค่ำคืนนี้&#8230;.</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la9.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5104" title="la9" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la9.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p><span style="color: #ff6600;">ค่ำคืนที่มีปีๆ หนึ่งมีคนไทยไปเยือนไม่ถึง 100 คน&#8230;. พบกันตอนหน้ากับเมืองขวา เมืองชายแดนเดียนเบียนฟู </span></p>
<p>ปล. แวะไปชมภาพการเดินทางในลาวเหนือได้ที่คลังภาพของใจได้เช่นเดิมที่ <a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623207701337/">http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623207701337/</a></p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la10.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5105" title="la10" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/la10.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82/" title="ท่องลาวเหนือตอน 5 : เมืองขวา เมืองที่หลับใหลในสายตาเรา">ท่องลาวเหนือตอน 5 : เมืองขวา เมืองที่หลับใหลในสายตาเรา</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/30/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0/" title="ท่องลาวเหนือตอน 6 : กว่าจะถึงปลายทาง&#8230;หนองเขียว ">ท่องลาวเหนือตอน 6 : กว่าจะถึงปลายทาง&#8230;หนองเขียว </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/06/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/" title="ท่องลาวเหนือตอน 3 : แวะอุดมไซ">ท่องลาวเหนือตอน 3 : แวะอุดมไซ</a> (3)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/01/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-2-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%82/" title="ท่องลาวเหนือตอน 2 : ล่องโขงลงปากแบง">ท่องลาวเหนือตอน 2 : ล่องโขงลงปากแบง</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/02/02/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ได้เวลา ">ได้เวลา </a> (9)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/12/09/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/" title="ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว">ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว</a> (10)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/12/02/%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2/" title="ติสก์แตกแบกกระเป๋าไปลาว">ติสก์แตกแบกกระเป๋าไปลาว</a> (8)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/11/13/%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b1/" title="ไปเมาที่งานดอง ภาคงานยังไม่เริ่ม">ไปเมาที่งานดอง ภาคงานยังไม่เริ่ม</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/28/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/" title="ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว : ภาคขึ้นเขา">ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว : ภาคขึ้นเขา</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/10/27/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a2/" title="ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว: ภาคย้ายที่ยืน">ข้ามโขงไปเยี่ยมม้งลาว: ภาคย้ายที่ยืน</a> (6)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ท่องลาวเหนือตอน 3 : แวะอุดมไซ</title>
		<link>http://www.jaispace.com/2010/07/06/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.jaispace.com/2010/07/06/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jul 2010 14:04:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>jai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ลาวเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[อุดมไซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.jaispace.com/?p=5078</guid>
		<description><![CDATA[เป็นเพราะใจเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะออกจากบ้านแบบมีแผนการณ์ส่วนตัวตั้งแต่แรก ดังนั้น ใจจึงไม่แปลกใจอะไรเลย หากเพื่อนร่วมทริป ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้ร่วมเดินทางไปกับเจ้าหล่อน เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับทำธุรกิจท่องเที่ยวลาวโดยเฉพาะ จะออกปากด้วยเช่นกันว่า &#8220;เธอก็ไม่มีแผนการณ์เดินทางแบบเจาะจงเวลา สถานที่ ที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน&#8221; 
ดังนั้น การเดินทางของเราทั้งสี่ อันประกอบไปด้วยเพื่อนสาว ที่รู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นแม่ของเราสองคน เพื่อนร่วมงานของสาวเจ้า และรุ่นน้องของเพื่อนร่วมงานเจ้าหล่อน จึงเป็นอย่างที่คาดคิดไว้ คือ ไม่สนใจเวลา และเปลี่ยนตารางกันได้ตลอดเวลา

เช่นเดียวกันกับ เช้าวันนี้ หลังจากที่ใช้เวลากับปากแบงกันข้ามคืน เราก็ตื่นไม่ทันรถโดยสารรอบเช้าที่ออกเดินทางไปอุดมไซ เราจึงต้องนั่งรอเพื่อจะโดยสารรถคันต่อไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ ใจว่าการท่องเที่ยวโดยลาว หากไม่ได้ขับรถข้ามประเทศไปเอง สิ่งที่เราจะต้องพบเจอก็คือ เวลาครึ่งหนึ่ง จะหมดไปกับการนั่งเรือ ต่อรถ ต่อราคา เรียกได้ว่า เสียเวลาไปกับการเดินทางไปไม่น้อย นั่นคือ สิ่งที่เราต้องก้มหน้ายอมรับว่าจะต้องเจอะเจอกับมันหากคิดจะเดินทางข้ามไปเยือนถิ่นลาว

รถบัสโดยสารของลาวมักจะมีหน้าตาเหมือนรถตู้ขนาดที่ใหญ่กว่ารถตู้ที่รับส่งผู้โดยสารในบ้านเรา กระจกรอบคันรถจะบานใหญ่และกว้างกว่ากันมาก ไม่มีการติดฟิล์มกันแดดและผ้าม่านให้เสียเงินตรา เก้าอี้โดยสารจะเล็กและแคบกว่าปกติ  ขณะที่ เก้าอี้เสริม แบบเก้าอี้พลาสติกในร้านข้าวข้างทางเหมือนบ้านเรา จะถูกจัดเตรียมไว้ในกรณีที่มีผู้โดยสารมากกว่าจำนวนเก้าอี้นิ่มๆ
วันนี้ การเดินทางจากปากแบงมายังตัวแขวงอุดมไซนั้น มีผู้โดยสารร่วมเดินทางไปกับเราจนเต็มรถ เก้าอี้พลาสติกจึงถูกดึงมาวางเรียงตรงกลางทางเดิน ผู้สารที่หย่อนก้นลงต้องใช้มือข้างหนึ่งจับเบาะนิ่มที่อยู่ติดกันเมื่อรถโค้งไปตามทาง เผลอปล่อยมือเมื่อไรก็มีหล่นจากเก้าอี้ได้เมื่อนั้น นี่เป็นภาพที่ไม่มีให้เห็นที่บ้านเรา นอกเหนือจากไม่แบ่งให้กันนั่งแล้ว หลังๆ เราชักจะไม่ช่วยคนถือของแล้วด้วยเช่นกัน

รถต้องผ่านหลายจุด แวะพักข้างทางก็หายครั้ง ผู้โดยสารชาวลาวขึ้นรถมาพร้อมกับสัมภาระ จำพวกผ้าห่ม ข้าวสาร ของคาว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;">เป็นเพราะใจเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะออกจากบ้านแบบมีแผนการณ์ส่วนตัวตั้งแต่แรก ดังนั้น ใจจึงไม่แปลกใจอะไรเลย หากเพื่อนร่วมทริป ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้ร่วมเดินทางไปกับเจ้าหล่อน เพื่อเก็บข้อมูลสำหรับทำธุรกิจท่องเที่ยวลาวโดยเฉพาะ จะออกปากด้วยเช่นกันว่า &#8220;เธอก็ไม่มีแผนการณ์เดินทางแบบเจาะจงเวลา สถานที่ ที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน&#8221; </span></p>
<p>ดังนั้น การเดินทางของเราทั้งสี่ อันประกอบไปด้วยเพื่อนสาว ที่รู้จักกันมาตั้งแต่รุ่นแม่ของเราสองคน เพื่อนร่วมงานของสาวเจ้า และรุ่นน้องของเพื่อนร่วมงานเจ้าหล่อน จึงเป็นอย่างที่คาดคิดไว้ คือ ไม่สนใจเวลา และเปลี่ยนตารางกันได้ตลอดเวลา</p>
<p><span id="more-5078"></span></p>
<p>เช่นเดียวกันกับ เช้าวันนี้ หลังจากที่ใช้เวลากับปากแบงกันข้ามคืน เราก็ตื่นไม่ทันรถโดยสารรอบเช้าที่ออกเดินทางไปอุดมไซ เราจึงต้องนั่งรอเพื่อจะโดยสารรถคันต่อไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ ใจว่าการท่องเที่ยวโดยลาว หากไม่ได้ขับรถข้ามประเทศไปเอง สิ่งที่เราจะต้องพบเจอก็คือ เวลาครึ่งหนึ่ง จะหมดไปกับการนั่งเรือ ต่อรถ ต่อราคา เรียกได้ว่า เสียเวลาไปกับการเดินทางไปไม่น้อย นั่นคือ สิ่งที่เราต้องก้มหน้ายอมรับว่าจะต้องเจอะเจอกับมันหากคิดจะเดินทางข้ามไปเยือนถิ่นลาว</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou1.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5083" title="ou1" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou1.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></span></p>
<p>รถบัสโดยสารของลาวมักจะมีหน้าตาเหมือนรถตู้ขนาดที่ใหญ่กว่ารถตู้ที่รับส่งผู้โดยสารในบ้านเรา กระจกรอบคันรถจะบานใหญ่และกว้างกว่ากันมาก ไม่มีการติดฟิล์มกันแดดและผ้าม่านให้เสียเงินตรา เก้าอี้โดยสารจะเล็กและแคบกว่าปกติ  ขณะที่ เก้าอี้เสริม แบบเก้าอี้พลาสติกในร้านข้าวข้างทางเหมือนบ้านเรา จะถูกจัดเตรียมไว้ในกรณีที่มีผู้โดยสารมากกว่าจำนวนเก้าอี้นิ่มๆ</p>
<p>วันนี้ การเดินทางจากปากแบงมายังตัวแขวงอุดมไซนั้น มีผู้โดยสารร่วมเดินทางไปกับเราจนเต็มรถ เก้าอี้พลาสติกจึงถูกดึงมาวางเรียงตรงกลางทางเดิน ผู้สารที่หย่อนก้นลงต้องใช้มือข้างหนึ่งจับเบาะนิ่มที่อยู่ติดกันเมื่อรถโค้งไปตามทาง เผลอปล่อยมือเมื่อไรก็มีหล่นจากเก้าอี้ได้เมื่อนั้น นี่เป็นภาพที่ไม่มีให้เห็นที่บ้านเรา นอกเหนือจากไม่แบ่งให้กันนั่งแล้ว หลังๆ เราชักจะไม่ช่วยคนถือของแล้วด้วยเช่นกัน</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5084" title="ou2" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou2.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></span></p>
<p>รถต้องผ่านหลายจุด แวะพักข้างทางก็หายครั้ง ผู้โดยสารชาวลาวขึ้นรถมาพร้อมกับสัมภาระ จำพวกผ้าห่ม ข้าวสาร ของคาว ของแห้ง ลูกเด็กเล็กแดง และคนขับก็แวะ &#8220;เบ้า&#8221; ข้างทางกันหลายหน</p>
<p>คำศัพท์ง่ายๆ จำพวก &#8220;เบ้า&#8221; หรือ ฉี่ นั้นเป็นคำศัพท์ที่เราต้องเรียนรู้ไว้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อใดที่ปวดท้องอยากจะถ่ายเบาหรือฉี่ขึ้นมา หากบอกคนขับว่า &#8220;อยากเบ้า&#8221; เขาก็จะจอดรถเข้าข้างทาง ให้เราวิ่งเข้าป่าละเมาะได้ทันที อย่าได้หวังจะฉี่ในปั้ม หรือรอจนถึงปลายทาง เพราะว่า ทางที่ลาดชัน อุดมไปด้วยโค้งจำนวนมาก การแวะเบ้ารายทางเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในลาว</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou3.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5085" title="ou3" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou3.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>เรานั่งรถกันเกินสามชั่วโมง รถของเราก็มาถึงอุดมไซในช่วงบ่ายคล้อย ชะรอยทำให้เราตกรถที่จะเดินทางไปเมืองขวา อันเป็นเมืองเป้าหมายที่เพื่อนสาวหมายมั่นปั้นมือว่า อย่างไรเสียก็ต้องไปเหยียบสักหนให้ได้</p>
<p>เราทำอะไรไม่ได้ เมื่อรถที่จะเดินทางไปเมืองขวานั้นเพิ่งจะออกเดินทางก่อนเรามาถึงที่สถานีขนส่งของอุดมไซไปได้ 5 นาทีเท่านั้น ครั้นนายท่าจะเรียกรถทั้งคันกลับมารับพวกเราเพียงสี่คนก็หาใช่จะทำได้ เราจึงตัดสินใจว่า ค่ำคืนนี้จะหาที่ซุกหัวนอนกันที่อุดมไซกันสักคืน แล้วค่อยว่ากันต่อกับการเดินทางในวันพรุ่งนี้</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou4.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5086" title="ou4" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou4.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>สำหรับอุดมไซ (Oudomxai) แล้วการเป็นเมืองแขวงที่แยกตัวออกจากแขวงหลวงพระบางมาได้ยังไม่ถึง 50 ปี และโอบล้อมหรือเชื่อมต่อเข้ากับแขวงสำคัญๆ อาทิ แขวงพงสาลี หลวงน้ำทา หรือแม้แต่หลวงพระบาง ทำให้อุดมไซ กลายเป็นเมืองท่าสำคัญในการขนส่งในระแวกของลาวเหนือ</p>
<p>นอกเหนือจากนี้แล้ว อุดมไซยังเป็นเมืองท่าสำคัญในการขนส่งขนและข้าวของจากจีน เข้าลาว จากลาวเข้าจีน  ที่สถานีขนส่งของอุดมไซ จึงกว้างกว่าสถานีขนส่งไหนๆ ในระแวกนี้ แถมยังมีรถโดยสารคันยักษ์ที่นั่งต่อผ่านไปยังจีนได้ทันที นอกจากนี้ตัวตึก อาคาร และสถานที่ค้าขายจำนวนมาก ยังถูกจับจองทำการค้าด้วยพ่อค้าแม่ขายชาวจีนที่อาศัยวิถีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างรัฐบาลข้ามถิ่นมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou5.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5087" title="ou5" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou5.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>ตัวอักษรภาษาจีนจำนวนมากมีให้เห็นที่เมืองนี้ พอๆ กับสินค้ายี่ห้อที่ผลิตจากจีนโดยเฉพาะ ก็วางกันเกลื่อนกลาดในตลาดกลางเมืองอุดมไซ  ที่นี่จึงไม่ได้เป็นหัวใจของการเดินทางย่านนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของการบุกตลาดลาวของจีนไปด้วย</p>
<p>หลังจากที่เราเดินเท้าเข้าไปถามราคาที่พักที่อยู่ห่างจากสถานีขนส่งของอุดมไซอยู่หลายที่ เราก็มาตกลงปลงใจกับที่พักสะอาดสะอ้านราคาสองร้อยกว่าบาทต่อคืน เราตัดสินใจวางกระเป๋า และเดินออกจากโรงแรม เพื่อหาอะไรลงท้องที่ตอนนี้ว่างเปล่าเสียนี่กระไร</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou6.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5088" title="ou6" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou6.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>เราเดินออกจากโรงแรมไปตามทาง แวะสนามฟุตบอลยืนดูผู้คนแข่งบอลซึ่งดูเหมือนจะเป็นนัดสำคัญพอควร ก่อนเดินต่อไปข้างหน้า ในเวลาเลิกงานเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่า ท้องถนนของอุดมไซเต็มไปด้วยรถรา และผู้คนที่มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย หรือแม้แต่มุ่งหน้ากลับบ้านของตัวเอง</p>
<p>ฟ้าเริ่มโพล้เพล้เข้าไปทุกที ควันไฟที่สาวชาวจีน และ สาวชาวลาวใช้หุงหาอาหารเพื่อขายรายทางเริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้น ในเพลานี้แหละ ภาพที่เห็นจะทำให้เราคิดถึงบ้าน และคิดถึงคนไกลได้จับใจ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน เราก็จะคิดถึงบ้าน และคิดถึงคนที่เรารักเสมอ ต่อให้เดินทางไกลสักเท่าไร ที่ๆ เราจะใกล้กันที่สุดนั่นก็คือ &#8220;ความคิดถึง&#8221; นั่นเอง</p>
<p>เราเดินเลยจากโรงแรมไปจนถึงตลาดกลางเมือง ที่นี่มีสินค้าทุกอย่างจากจีนวางขาย ก่อนหยิบเอาถุงเท้าติดมือกลับมาเพื่อใช้งานกันคนละคู่สองคู่ และแวะซื้อไวน์อีกหนึ่งขวดติดมือกลับมา ก่อนจะหันหลังย้อนกลับมาทางเดิม และตัดสินใจที่จะนั่งจิบระหว่างทานข้าวมื้อเย็นในร้านอาหารลาวที่อยู่ตรงกันข้ามกับโรงแรม ทั้งๆ ที่เดินไปเสียไกลหลายร้อยเมตร</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou8.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5091" title="ou8" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou8.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>ไฟเริ่มดับมืดลงไปแล้ว แสงสว่างจากไฟฟ้าเริ่มเข้ามาแทนที่ เราอิ่มท้องกันแล้ว และวางแผนกันต่อว่า ค่ำคืนนี้เราจะพาตัวเองโลดแล่นไปกับเสียงเพลงของคนลาว มันจะเป็นที่ไหนเสียไม่ได้ หากไม่ใช่ &#8220;ดิสโก้เทค&#8221; ซึ่งที่นี่นอกจากจะมีเสียงเพลงของคนลาวแล้ว เราก็จะได้เห็นรูปแบบการเต้นแบบบัดสลบ หรือ การรำวงแบบลาว</p>
<p>ใจยอมรับว่า ตัวเองไม่เหมาะกับการสำเริงสำราญ ออกท่าทางบนลานเต้นรำอะไรพวกนี้นัก หนก่อนเคยข้ามโขงไปกับเพื่อนสาว เพื่อร่วมงานดอง หรืองานแต่งของชนชาวลาว ใจก็ไม่สามารถตอบสนองพี่น้องลาวด้วยการเต้นตามจังหวะเหมือนพวกเขาได้ ดังนั้นค่ำคืนที่อุดมไซนั้น ใจจึงได้แต่นั่งจิบเบียร์ลาวไปพลางๆ กับนั่งชมเพื่อนฝูงออกไปขยับแข้ง เขย่าขาบนฟลอร์เต้นรำกับสาวและหนุ่มชาวลาว แต่ถึงจะไม่ได้ออกไปเต้นรำกับใครเขา ใจก็อยากจะแนะนำเหลือเกินว่า หากมีโอกาสได้แวะพักนอนค้างคืนในลาวกันสักหน การเดินทางไปดิสโก้เทคของลาว เพื่อชมวัฒนธรรมการเต้นรำของลาวก็เป็นอะไรที่จำเป็นยิ่งนัก</p>
<p><a href="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou9.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-5082" title="ou9" src="http://www.jaispace.com/wp-content/uploads/2010/07/ou9.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a></p>
<p>บนฟลอร์เต้นรำนั่น หนุ่มสาวจะเต้นรำในท่าทางเดียวกัน จังหวะเพลงรำวงที่สนุกและเร้าใจในสไตล์ของชนชาติลาวจะถูกบรรเลงเอาใจนักเต้นรำโดยเฉพาะ ก่อนจะเว้นวรรคด้วยการเล่นเพลงฝรั่ง เพลงไทย สลับกันไป ก่อนกลับมาให้เราได้เต้นรำที่เรียกว่า บัดสลบกันอีกหน วนเวียนกันไป</p>
<p>มันน่าแปลกก็ตรงที่ ในดิสโก้เทคแห่งนี้เต็มไปด้วยหนุ่มสาวชาวลาวที่ใส่กางเกงยีนส์แทนผ้าซิ่นเหมือนอย่างช่วงกลางวัน หลายคนสั่งเครื่องดื่มมึนเมามาตั้งบนโต๊ะเพื่อดื่มกิน แต่เมื่อออกไปวาดลวดลายบนฟลอร์เต้นรำ ทุกคนกลับเต้นรำวงแบบดั้งเดิมที่ชนชาติเคยมีมาแต่นานนมได้แบบไม่ขัดเขิน สลับกับความเพลิดเพลินแบบสากลได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>ต่างกับชนชาติอย่างเรา ที่เมื่อต้องออกไปวาดลวดลายเต้นรำทีไร เพลงไทยก็หาว่าเชย เพลงฝรั่งเท่านั้นที่ถือเราต้องการ&#8230;. อย่างน้อยลาวก็ยังหลงเหลืออะไรอยู่บ้าง อย่างที่เราไม่เคยได้มันกลับมา</p>
<p>ปล. แวะไปชมภาพในทริปลาวทั้งหมดได้จากคลังภาพของใจที่ <a href="http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623207701337/">http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623207701337/</a></p>
<h3  class="related_post_title">Related Post</h3><ul class="related_post"><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-5-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82/" title="ท่องลาวเหนือตอน 5 : เมืองขวา เมืองที่หลับใหลในสายตาเรา">ท่องลาวเหนือตอน 5 : เมืองขวา เมืองที่หลับใหลในสายตาเรา</a> (2)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/07/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1/" title="ท่องลาวเหนือตอน 4 : ริมทางที่เมืองหลา ">ท่องลาวเหนือตอน 4 : ริมทางที่เมืองหลา </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/06/01/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-2-%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%82/" title="ท่องลาวเหนือตอน 2 : ล่องโขงลงปากแบง">ท่องลาวเหนือตอน 2 : ล่องโขงลงปากแบง</a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2010/07/30/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0/" title="ท่องลาวเหนือตอน 6 : กว่าจะถึงปลายทาง&#8230;หนองเขียว ">ท่องลาวเหนือตอน 6 : กว่าจะถึงปลายทาง&#8230;หนองเขียว </a> (1)</li><li><a href="http://www.jaispace.com/2009/12/09/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-1-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/" title="ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว">ท่องลาวเหนือตอนที่ 1 : จากเชียงของออกไปลาว</a> (10)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.jaispace.com/2010/07/06/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99-3-%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
