คืนก่อนหน้าที่รู้ว่าจะได้ไปทุ่งทานตะวัน ทำเอาใจนอนไม่ค่อยหลับ…. นี่มันตั้งเกือบ 10 ปีแล้วนะ ที่ใจไม่ได้ไปดูดอกทานตะวันเลย หลังจากครั้งนั้น…ครั้งที่นั่งรถไฟไปกับการรถไฟ เขาเอาพวกเราไปปล่อยตรงสันเขื่อน และภาพที่ถ่ายมาทั้งหมดก็หายไปกับฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ที่พัง หลงเหลือเอาไว้แต่ภาพความทรงจำที่พอจะจำได้ว่า “เคยไป”
อันที่จริงใจเคยไปทุ่งทานตะวันขนาดย่อมที่เชียงรายกับพี่สาวเหมือนกัน แต่มันก็นานร่วม 3 ปีเห็นจะได้แล้ว ที่สำคัญมันไม่ใช่ทุ่งทานตะวันใหญ่ยักษ์เหมือนลพบุรี เหมือนกับที่ข้าวซอยต้องไปกินที่เชียงใหม่ จะกินไข่เค็มก็ต้องไปที่ไชยาโน่นกระมัง….แม้วอย่างใจเลยโหยหาการไปยืนอยู่ทุ่งทานตะวันยิ่งนัก
เมื่อวันก่อนใจเห็นข่าวในทีวี เขาชักชวนให้คนไปเที่ยวที่ตลาดคลองสวน 100 ปีที่ฉะเชิงเทรา ใจก็อดนึกถึงทริปที่ตัวเองเคยไปที่นี่เสียไม่ได้ ว่าแล้วก็เปิดดูรูปในกรุ และนับจากนั้นความทรงจำเกี่ยวกับทริปในตลาดเก่าแก่เกินอายุแม่ พ่อ และปู่ย่าตายายก็เริ่มผุดขึ้น ชัดขึ้นๆ ….
ปีนี้ทั้งปี ใจไปพิพิธภัณฑ์มาเยอะพอสมควร เฉพาะที่ออสเตรเลียประเทศเดียว ไปใจพิพิธภัณฑ์ไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง แต่ละที่ไม่เล็กอย่างที่คิด เคยไปที่พิพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในซิดนีย์ ไม่เพียงแต่ใหญ่ แต่ยังเป็นสถานที่ที่ใจประทับใจและชอบมากที่สุดในทุกๆ สถานที่ที่ได้ไปเยือนใน 3 เมืองใหญ่ของออสเตรเลียตลอดระยะเวลา 15 วันนั้น ใจเดินไปเกือบสองชั่วโมงยังดูของไม่ครบ ยังอดเสียดายที่มีเวลากับการเดินที่นี่น้อยไป
การไปพิพิธภัณฑ์ในออสเตรเลียในหันนั้น ทำให้ใจกลับมาพร้อมกับคำถามในใจว่า “ทำไมเมืองไทยไม่มีพิพิธภัณฑ์แบบนี้บ้าง”
นั่งเปิดดูรูปใน external hardisk ของตัวเอง
หวังว่าจะลบรูปเก่าๆ ที่ถ่ายเอาไว้แล้วไม่ได้ใช้งานออกไปบ้าง
เพราะเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีแถบสีแดงเตือนว่าพื้นที่ฮาร์ดดิสก์เต็มเสียแล้ว
ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ back up เข้าไปอยู่ในแผ่นดีวีดีบ้าง ลบบ้างบางรูปที่ไม่จำเป็น
คลิกไปคลิกมาก็ได้เห็นรูปเก่าๆ ที่ไม่ได้เปิดดูเสียนาน
โดยเฉพาะรูปที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอลตัวแรกๆ ที่มีโอกาสได้ใช้
หนึ่งในนั้นเป็นรูปที่ไปเที่ยวฉะเชิงเทรา
ถ่ายด้วยกล้องคาสิโอ ขนาด 2 ล้านพิกเซล ราคาเหยียบ 3 หมื่นบาท
เวลานั้นไฮโซมาก…แต่ตอนนี้ ในมือถือยังมีกล้อง 5 ล้านพิกเซลเข้าไปแล้วล่ะน้อออ
สองสามวันนี้ใจจะทะยอยเอาของเล่นแผลงๆ มาฝากกัน
ดูว่าตอนไปออสเตรเลียเมื่อไม่นานมานี้
ใจไปเล่นเครื่องเล่นอะไรบ้างที่มันไม่มีที่เมืองไทย
หลังจากที่ติดค้างมานานนม หมักหมมจนเป็นออสเตรเลียดองเค็มกันเต็มที่แล้ว
ปล่อยให้คนทวงแล้วทวงอีก
หลายคนบอกว่านั่งดูภาพอย่างเดียว บอกว่าไม่เห็นภาพช่วยกรุณาบรรยายภาพด้วย
ใจเลยตั้งสติและลงมือตั้งใจเขียนเล่ากันสักที… เอาน่ะ มาช้าดีกว่าไม่มาใช่ไหมละ
วันนี้ใจไปที่ “โรงภาษีร้อยชักสาม” มาหลังจากที่นั่งเรือผ่านไปทำงานที่นั่นยาวนานติดต่อกันหลายปี
แต่ก็ไม่มีโอกาสแวะเวียนเข้าไปดูของจริงถึงที่กันสักครั้ง…
โรงภาษีร้อยชักสาม หรือ โรงภาษีเก่า (custom house) หรือ อาคารศุลกสถาน ตั้งอยู่ที่ ถนนเจริญกรุง 36 เขตบางรัก
ที่ดินแปลงนี้เป็นเขตราชพัสดุซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เดิมในสมัยรัชกาลที่ 5 ตึกนี้ทรงคุณค่าในฐานะของการเป็นโรงเก็บภาษี
ซึ่งรัชกาลที่ 5 ได้ทรงให้ย้ายโรงภาษีเก่าจากปากคลองผดุงกรุงเกษมให้มาอยู่ที่ตึกทรงคลาสสิกนี้
Recent Comments