แม้พื้นที่รอบข้างบ้านจะคับแคบ แต่แม่ก็ขยันยัดรวมต้นไม้แทบที่ทุกอย่างใส่ลงไปในที่แคบๆ นั้นเท่าที่จะทำได้ หลายวันก่อนเราเกิดไอเดียกระฉูดกันทั้งพ่อแม่ และลูก
ใจกับพี่สาวลงมือหว่านผักกาด ผักชี ผักบุ้ง ดอกทานตะวัน ลงในกระถางเล็กๆ รวมถึงกระถางไม้ไผ่ที่พ่อลงมือผ่าและเจาะรูให้น้ำระบายออกมาได้ หลังจากนั้นเราก็ยกขึ้นด้านบนของรั้วบ้าน
แม้ขอบรั้วจะเป็นทางเดินของแมวในบ้าน แต่พอเอากระถางวาง แมวทั้งหลายก็ย้ายที่เดินไปโดยปริยาย เหมือนจะรู้ว่ามีใครเอาของไปขวางเดินของมัน
“ใครอยากจะต่อย ขึ้นบนเวทีเลยครับ” เสียงโปรโมเตอร์เจ้าของงานวัดข้างๆ บ้านแบบ 5 คืนติด ที่ทำหน้าที่เป็นผู้พากย์มวยไปในตัวบอกเด็กหนุ่มวัยเสียงทุ้ม ที่มีใจรักศิลปะที่ทำให้เนื้อตัวของเขาเขียวช้ำได้
ปีที่แล้วใจแวะไปที่งานวัดที่โปรโมเตอร์รายเดียวกันนี้จัดบนพื้นที่เดียวกัน ใจได้เห็นภาพของการประกาศหาเด็กหนุ่มให้ขึ้นมาชกแบบไม่ได้จัดเตรียมไว้ก่อนเหมือนเวทีมวยส่วนใหญ่
หนนี้ใจได้ความรู้เพิ่มเติมว่า แทบทุกคืนโปรโมเตอร์รายนี้จะหามวยสดมาขึ้นชกให้ผู้ชมได้โยกหัว และโยกตัวเชียร์สีน้ำเงินและสีแดงที่ตัวเองชื่นชอบ
อาจจะเพราะใจยังติดภาพงานวัดแบบเก่าๆ ที่เคยสัมผัสในช่วงวัยเด็ก ทำให้งานกลางคืนที่จัดขึ้นในหมู่บ้านในช่วงหลายปีมานี้ กลายเป็นงานวัดรุ่นใหม่ที่เห็นแล้วแม้จะรู้สึกว่ามันมีอะไรให้เที่ยวยามค่ำคืนหลังหกโมงตรงบ้างแถวๆ บ้านนอกแบบนี้ แต่ก็อดรู้สึกขัดหูขัดตา และขัดใจเสียไม่ได้
ก่อนหน้านี้ งานกลางคืน แบบที่ใจเหมาเรียกว่า “งานวัด” ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่งานที่วัดจัดขึ้น แต่เป็นงานที่เกิดขึ้นปีละหนและมีโปรโมเตอร์เป็นคนจัดขึ้น โดยมากงานแบบนี้จะมีในช่วงฤดูหนาว วนไปแต่ละหมู่บ้าน แล้วแต่ว่าจะมีหมู่บ้านไหนจัด แต่มักจะไม่ชนวันเดียวกัน ใจจำได้ลางๆ ว่าเขามักจะใช้ชื่องานเสียส่วนใหญ่ว่า “งานฤดูหนาวบ้าน…..” (ต่อท้ายด้วยชื่อหมู่บ้าน)
หากไม่นับเรื่องอกหักรักคุดแล้ว ใจว่าในบรรดาชื่อที่ผู้คนในลิสต์หลายร้อยคนในโปรแกรมสนทนา MSN Messenger ของใจเลือกใช้มากที่สุดคงจะเป็นเรื่อง “งาน”
ผู้คนมักจะบ่นเรื่องงานที่แม้จะทำใจว่ามันควรจะแยกออกจากชีวิตประจำวันได้ แต่สุดท้ายแล้วใจก็เชื่อว่ามันยากเสียเหลือเกินที่จะแยกเอาเรื่องการงานออกจากชีวิตประจำวันของแต่ละคนได้ ก็เพราะหากนับกันง่ายๆ แล้ว หากอายุขัยเฉลี่ยของคนเราอยู่ที่ 60 ปี (หลังๆ มีคนบอกว่าอายุเฉลี่ยของคนทั้งโลกอยู่ที่99 ปี) และ 1 ปี มี 365 วัน เราจะมีอายุอยู่บนโลกนี้ราว 21,900 วัน
สัปดาห์ที่ผ่านมา วัดประจำหมู่บ้านมีคณะทอดกฐินมาเยือน ที่บ้านของใจเลยดูวุ่นวายไปด้วย ไม่ใช่เพราะว่าที่บ้านจะยกขบวนกฐินไปที่วัด แต่เป็นเพราะว่าแม่และสมาคมแม่บ้านวัยทองทั้งหลายเป็นเจ้าภาพช่วยเหลือทำบายศรีสู่ขวัญที่ใช้ในงานทอดกฐิน ทุกคนช่วยออกแรง นอกเหนือจากช่วยออกเงิน ที่หลวงพี่เจ้าอาวาสแจกกระปุกมาให้ช่วยใส่เหรียญเพื่อเอาไปช่วยสร้างอุโบสถหลังใหม่ แทนของเก่าที่สร้างมานานเสียจนคานหักกันเห็นๆ
ใจเองไม่ได้มีฝีมือเหมือนแม่ที่กลายเป็นหัวหน้างานทำบายศรีหลายต่อหลายงานบุญ หลังๆ แม่ชักทำเป็นธุรกิจบ้าง หากมีใครแต่งงานแม่ก็รับทำให้หากเจ้าภาพมาจ้างวาน
เมื่อวานน้อยชักชวนไปดูชาวบ้านอีกหมู่บ้านหนึ่งเตรียมงานต้อนรับ จุลกฐินที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่น้อยมีธุระในการเอากล้องถ่ายรูปไปให้พี่สาวที่บังเอิญโยกย้ายสถานที่สัญจรไปทำงานที่วัดนั่นพอดิบพอดี
ชาวบ้านไทลื้อแบ่งพวกกันอย่างชัด คือ พวกผู้ชายและพวกผู้หญิง … แต่ก็เพราะว่าแบ่งกันทำงานในอย่างที่ตัวเองถนัด ฝ่ายผู้หญิงนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทางซ้ายมือ เห็นได้ชัดเมื่อเราขับรถเข้าวัดไป ขณะที่บางส่วนกระจายกันอยู่ตามศาลาขนาดเล็กที่ขนาบข้างต้นไม้อยู่
เราใช้เวลาราวสองชั่วโมงบนท้องถนนของเชียงใหม่ เพื่อวนหา “454″ เลขสามตัวท้ายบนสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือล็อตเตอรี่ ดูเหมือนความพยายามจะสัมฤทธิ์ผลอยู่บ้าง เพราะในมือของเรามี 454 อยู่จำนวนหนึ่งพอทำให้หัวใจชุ่มชื่นประหนึ่งได้ซื้อความฝันเอามาไว้ในมือ และนั่งลุ้นว่าฝันนั้นจะจริงหรือไม่….ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
ป้ายพลาสติกห้อยอยู่กับขอบเก้าอี้สีแดง น้ำเงินสดใสบอกคำสั้นๆ ที่เข้าใจง่ายตลอดทางที่รถเราขับผ่านจากดอยสะเก็ด สันกำแพง และมุ่งหน้าเข้าสู่ย่านหนองหอยของเชียงใหม่
พื้นที่ข้างบ้านของใจไม่ใหญ่นัก พอให้เราเดินโดยรอบบ้านได้ แต่ไม่มากพอที่จะลงแปลงผักอย่างที่ต้องการได้ แต่กระนั้น มันก็สวนทางกับความต้องการและอุปนิสัยของผู้เป็นแม่ที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ
แม่บอกว่าแม่เป็นคนมือเย็น ใครๆ ก็เห็นว่าเป็นอย่างนั้น ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่มีเลยสักครั้งที่ใจจะไม่เห็นแม่ปลูกผัก ลงต้นไม้ และตัดดอกไม้ไปวัดก่อนวันพระหนึ่งวัน
ใจกลับมาถึงบ้าน พร้อมความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ขณะที่รอบตัวของใจก็มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายเช่นกัน อย่างน้อย บ้านข้าง ๆ ก็สร้างเสร็จแล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนใจจะเดินทางไปเมลเบิร์น เขาเพิ่งจะรื้อบ้านไม้หลังเก่า ปรับพื้นที่เพื่อรอคอยการปลูกบ้านหลังใหม่
เจ้าของบ้านตัดต้นไม้เสียเกลี้ยง รวมถึงทิวไผ่หลังบ้าน ใจเพิ่งสังเกตเห็นว่าหลังกอไผ่ที่เขาทำลายไปนั้น เปิดให้เห็นวิวภูเขาสูงเด่น เช้าๆ และตกเย็นก่อนตะวันตกดิน ใจกับพี่สาวชอบออกไปยืนมองนอกบ้านเพื่อมองตรงไปยังวิวภูเขาที่ว่า …แอบนึกในใจอยู่เล็กๆ ว่า น่าจะเอากอไผ่ออกไปนานแล้วนะนี่
เคยเขียนถึงเรื่อง “ยางลบ” มาหนึ่งหน แต่ในตอนนั้นจำได้ว่าเขียนถึงหนังยางที่รัดอยู่ปลายดินสอใช้ลบข้อความบนกระดาษ ก่อนลากความยาวสาวความยืดไปถึงประเด็นยางลบจำเป็นของเด็กบ้านนอกอย่างใจ
แต่วันนี้…ใจกลับมาอีกครั้ง กลับมาพร้อมกับยางลบที่ไปเจอด้วยความบังเอิญระหว่างการรื้อค้นเก็บของในบ้านครั้งใหญ่โต จนคนข้างบ้านเริ่มสงสัยถึงความเป็นไปของพวกเรา
ยางลบปากกาสีฟ้าแอบซ่อนอยู่ในกล่องมหาสมบัติเล็กๆ ซึ่งถูกทิ้งไว้ไม่มีใครสนใจ (อันที่จริงเรามีกล่องมหาสมบัติแบบนี้อยู่ทั่วบ้าน) เมื่อเจอมัน ใจก็หยิบขึ้นมามอง พิจารณาอยู่สักพัก กว่าจะถึงบางอ้อว่ามันอะไรในเวลาต่อมา
เมื่อตอนกลับมาถึงบ้าน บัวของแม่ในอ่างเล็กๆ มีบางส่วนที่ทิ้งกลีบของดอกกลายเป็นฝักบัว ให้ใจได้ลิ้มรสมันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หลายวันถัดมา มีดอกของบัวเริ่มผุด และเช้าวันนี้ใจเพิ่งสังเกตเห็นว่ามันบานและเริ่มจะทิ้งกลีบอีกครั้ง…. โดยที่หลายวันก่อนหน้าใจหลงลืมบัวในอ่างไปเสียสิ้น
ใจคว้ากล้อง ออกไปหน้าบ้าน ถ่ายภาพบัวที่บานเอาไว้ ใจว่ามันยังบานไม่เต็มที่ แต่ฝนที่เทกระหน่ำทั้งคืนทำให้กลีบดอกร่วงโรยลงบนอ่าง ขณะที่กลีบดอกภายนอกบานเละเทะ แต่กลีบในยังไม่ทันจะบานให้เห็นความงามอย่างควรจะเป็น
มันนี่ หมาของบ้าน มีของโปรดอยู่ไม่กี่อย่าง และในจำนวนของโปรดมันนั้นก็กลายเป็นอาหารหลักประจำชีวิตของมันด้วย ของโปรดที่ว่ารวมไปถึง การดื่มน้ำในตอนเช้า กินไข่ในตอนสาย ตกบ่ายกินถั่วฝักยาว ตกดึกกินอาหารเม็ด
เพียงแต่ว่ามันเป็นหมาประเภทที่ไม่ยื่นกินอาหารเม็ดเอง มันจะตื่นมากลางดึก เอาเท้าทั้งสองข้างขูดพี่สาว ไม่ก็นั่งจ้องหน้าไปเรื่อยๆ ให้พี่สาวตื่นจากที่นอนมานั่งป้อนอาหารเม็ดให้มัน
มันจะเอาก้นนั่งบนตัก ไม่ก็ฟุบแบบสี่ขาราบกับฟื้น ปากงับอาหารเม็ดทีละเม็ดจากมือพี่สาว… ที่บ้านต้องนั่งป้อนอาหารเม็ดให้กับหมาทีละเม็ด นั่นคือความจริงที่เรารับรู้มาตลอด
ก่อนใจกลับบ้าน แม่ขอของฝากไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นคือครีมจากรกแกะ ที่เขาว่ากันว่ามันจะช่วยทำให้หน้าเราอ่อนเยาว์ เด้งดึ๋งคืนวัยจากที่เคยเป็นอยู่ พอๆ กับพี่สาวที่ก็ขอเหมือนกัน แต่ของแถมที่พี่สาวมักจะขอเสมอทุกครั้งที่ใจเดินทางไปต่างประเทศนั่นก็คือ “ช็อคโกแลต”
ใจเองยังคิดของฝากเผื่อแม่อีกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ “หนังยาง” ที่คิดเอาไว้ตั้งหลายเดือนล่วงหน้า ใจว่ามันเป็นของที่หาไม่ได้ในเมืองไทย ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกและผู้ผลิตยางพาราอันดับหนึ่งของโลก แต่เรากลับไม่เคยมีหนังยางแบบที่นี่
ข้อความในหน้านี้จะไม่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ เพราะใจเพิ่งจะลุกจากที่นอน หัวสมองของใจไม่มีเรื่องอะไรเลย สิ่งที่พอจะนึกออกได้ในตอนนี้ก็คือ …เมื่อคืนที่นี่หนาวมาก หนาวกว่าวันไหนๆ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะเปิดฮีทเตอร์ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความเหน็บหนาวหดหายไปแต่อย่างใด ใจต้องใส่เสื้อแขนยาวข้างใน ทับด้วยโค้ท ใส่ถุงเท้าและก็ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม และข่มตาให้ตัวเองหลับใหลก่อนเวลาอันควร
หลายครั้งเราเชื่อว่า การหลับใหลเป็นยารักษาโรคที่ดี เมื่อปวดหัว ปวดฟัน ปวดประจำเดือน ปวดหัวใจ ปวดตา ร้อน หนาว และเย็น การนอนช่วยทำให้เราลืมอาการเหล่านั้นไปเสียสิ้น แม้ใจจะยอมรับความจริงในข้อนั้น แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า กว่าจะข่มตานอนได้นี่สิ ช่างยากเย็นกว่าไหนๆ
เมื่อหลายวันก่อน ใจแวะไปที่ Federal Square ลานกว้างที่หันหน้าชนกับ Flinder Station สถานีรถไฟยักษ์ใหญ่หนึ่งในบรรดาอีกไม่กี่สาย ที่เรียกรวมกันว่า city loop ด้วยความบังเอิญวันนั้นมีงานแสดงนิทรรศการกลางแจ้งที่ใจเองพลาดที่จะถ่ายภาพเก็บไว้
ศิลปินเอาตู้รับจดหมายมาตั้งเรียงรายหลายสิบอัน แต่ละอันมีรูปร่างลักษณะแต่งต่างกันออกไป รวมไปถึงสีของตู้รับจดหมายแต่ละอันด้วย
อันที่จริงแล้ว ใจแอบมองตู้รับจดหมายของคนที่นี่มานานหลายเดือน หากเป็นตู้รับจดหมายของคนในเมือง ความสวยงามอาจจะไม่เท่ากับบ้านนอก แถมยังมีตัวอักษรเขียนกำกับเสียด้วยซ้ำว่า “กรุณาอย่าใส่ junk mail”
Recent Comments