// archives

Photo

This category contains 48 posts

กระจก

 image

ใจยังไม่เคยดูหนังเรื่อง “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” นั่นเป็นความจริงที่ใครหลายคนคงคิดว่าใจ “ล้าหลัง” แต่ยังไงเสียมันก็เป็นความจริงที่ใจปฏิเสธไม่ได้ เอาแต่ก้มหน้ายอมรับ
ยิ่งมาอยู่ที่นี่ใจพลาดหนังดังแทบทุกเรื่อง ไม่สิ…ทุกเรื่อง จนแอบคิดเอาว่า ถ้ากลับไปเมื่อไร คงได้ตาแฉะ นอนแหมะอยู่บนเตียง เช่าหนังมาดูย้อนหลังเป็นแน่แท้
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้า ใจใช้เวลาไปกับโรงหนังเศษหนึ่งส่วนสามของชีวิต แม้จะไม่ใช่เซียนหนัง จำชื่อพระเอก นางเอก ตัวร้าย ดารานำ ดาราตัวประกอบ และผู้กำกับได้หมด แต่ใจก็ว่าใจดูหนังในโรงมาเยอะมาก

My friend through my lens

 image

สัปดาห์ก่อนหน้านี้ใจนัดเอ๋ เพื่อนร่วมชั้นม.ปลาย คนเดียวกันกับที่คอยรับส่งใจเมื่อครั้งมาถึงที่นี่แรกๆ และเป็นธุระจัดการเรื่องบ้าน การเดินทางหลายอย่างให้กับใจ ไปทานข้าวกัน หลังจากที่ไม่ได้นั่งพูดคุยถามสารทุกข์ของแต่ละฝ่ายเสียนาน
เอ๋ จอดรถไว้ที่สถานีรถไฟใกล้บ้าน แล้วลงทุนนั่งรถไฟเข้าไปในเมืองเพื่อนัดกับใจที่มีเรียนในช่วงเช้า เมื่อเจอกัน เราสองคนตกลงปลงใจเข้าไปกินอาหารในร้านอาหารอินโดนีเซีย ก่อนพากันมุ่งหน้าไปยังโกดังเก็บเสื้อผ้ายี่ห้อดังของที่นี่ เพื่อรื้อเสื้อผ้ากองโตที่เอามาเลหลังลดราคาแค่ปีละหนสองหนตามคำบอกเล่าของเอ๋

Vintage Collection

 image

วันนี้ใจใช้เวลาช่วงเย็นไปกับการนั่งทำรูปแบบเดิม…เหมือนที่พักหนึ่งก่อนหน้านี้เคยบ้ามาแล้ว  ภาพแนว vintage จาก action ที่เจย์ รุ่นน้องของใจส่งมาให้ ถูกใจใจมาตั้งนานนม แต่ก็ลืมไปเลยว่า มี action แบบนี้อยู่แล้วในเครื่อง
ได้ทีวันนี้เลยนั่งเลือกรูปบางส่วนมาวางใน photoshop จัดการคลิก action แล้วก็เพิ่มสี เพิ่มแสงลงไปนิดหน่อย … พอได้รูปออกมาก็พบว่ามืดไปนิด แต่มันเหนื่อยจนเกินกว่าจะแก้กลับคืนแล้ว สุดท้ายเลยตัดสินใจอัพโหลดขึ้น flickr และก็เอามาอวดอย่างที่เห็น
มืดไปหน่อย…แต่ก็ยังสวยอยู่ใช่ไหมละ โดยเฉพาะบางแบบ 555 (ชงเอง ตบเอง เพลินเอง)

ถ่ายรูปหลังบ้าน

 image

ระหว่างที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กันทั้งพี่ทั้งน้อง อยู่ดีๆ เจ้าเอ๋ก็บอกว่า เราน่าจะไปถ่ายรูปหลังบ้านกันนะ ซ้ำประโยคเดิมของใจที่บอกเอ๋ไปเมื่อตอนกลางวัน เพราะวันนี้ไม่เพียงแต่ฝนไม่ตก แต่แดดยังออก ส่องแสงกระทบพื้นหน้าสีเขียวหลังบ้าน ดูบรรยากาศรอบข้างสดใสยิ่งนัก
ใจแอบลอบมองนกนอผึ่งแดดรับไออุ่นอยู่กลางพื้นหญ้าอยู่นานหลายนาที เห็นแล้วแอบอิจฉากับนกตัวนั้นเสียไม่ได้

หลังจากที่เอ๋พูดจบ ใจก็บอกว่า ไปถ่ายก็ได้นี่ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้หันหลังไปดูบรรยากาศนอกบ้าน ส่วนเจ้าเอ๋ก็สวนกลับมาทันควัน..
“เจ๊พูดไม่ดู ฟ้ามืดแล้วไม่เห็นเหรอ”

รถด่วนขบวนสุดท้าย

 image

ระหว่างที่รอรถไฟออกจากสถานีหน้าบ้านไปยังสถานีเป้าหมาย เพื่อหาอาหารไทยกินในช่วงบ่ายวันนี้ ใจกับเอ๋ถ่ายรูปที่สถานีไปหลายรูป ก่อนที่จะ ใจจะไปยืนที่รางรถไฟ แล้วเจ้าเอ๋ก็ถ่ายรูปเอาไว้
ในตอนแรกใจก็นึกว่าเป็นรถไฟขบวนถัดไปที่จะพาเราไปยังจุดหมาย…พอรถไฟวิ่งมาใกล้ถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่…รถไฟที่เห็นคือรถไฟด่วน วิ่งข้ามจังหวัดที่เขาเรียกกันว่า “V Line”

เจ้าเอ๋ถ่ายรูปใจยืนหันหลัง และมีรถไฟวิ่งผ่าน พอได้เห็นรูปเราทั้งคู่ก็ต่างคิดเหมือนกันว่า มันเหมือนรูป ที่สามารถตั้งชื่อได้ว่า “รถด่วนขบวนสุดท้าย”

สวรรค์นักพ่น

 image

ใจมาเมลเบิร์นเป็นหนที่สองแล้ว หนที่แล้ว ไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการ “เที่ยว” แต่หนนี้ใจมาที่นี่เพื่อ “ใช้เงิน” อย่างจัง ทำให้มุมมองในการเดินทางหนนี้แตกต่างจากหนที่แล้วอย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่นั้นระยะวันในการเดินทางก็ต่างกันมากมาย…
เมื่อมาถึงที่นี่แรกๆ สำหรับการเดินทางหนที่สอง ใจมองเห็นศิลปะในรูปแบบที่แตกต่างจากคราวที่แล้ว โดยเฉพาะศิลปะบนฝาผนัง ไม่ว่าจะไปทางไหนก็เจอ เจอมากเสียจนอดที่จะถามเพื่อนที่นี่ไม่ได้ว่า “พวกกราฟฟิตี้ (graffiti) บนผนังพวกนี้ รัฐบาลออสเตรเลียสนับสนุนหรือไงนะ”

เพื่อนใจขำกลิ้งแล้วก็ตอบกลับมาว่า
 

“ไม่หรอก พวกนี้ก็พ่นไปทั่ว พ่นแม้กระทั่งบนหลังราคา ตู้โทรศัพท์ บนรถไฟ ทุกที่ที่พ่นได้ พ่นไม่ได้ก็จะพ่น”

เอ๋กับใจ ภาคสอง

 image

เป็นเพราะว่าเราไปไหนมาไหนกันสองคนในยามว่าง (หากมีวันว่างที่ไม่ต้องทำงานกันทั้งคู่) ดังนั้น พักหลังมานี้ใจกับเอ๋ก็มักจะเล่นพิเรนท์ ถ่ายรูปคู่ด้วยกัน แบบหันกล้องเข้าหาตัวแล้วก็กดปุ่มชัตเตอร์ด้วยแขนข้างใดข้างหนึ่งของใจ แล้วเราก็จะเปลี่ยนท่าทางไปเรื่อยๆ กดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน
แม้แขนใจจะมีกล้ามขึ้นเพราะแบกจานไซต์ยักษ์หลายวันๆ ติดกัน จนนึกว่าตัวเองเป็นตัวการ์ตูนป๊อปอายเข้าไปทุกที จะสามารถประคองกล้องได้ดีขึ้นกว่าเมื่อครั้งอยู่เมืองไทย แต่นานๆ เข้าก็โดนเจ้าเอ๋ล้อว่า .. ถึงกับแขนสั่นกันเลยทีเดียว แต่สุดท้ายเราก็ไม่มีทางเลี่ยง หากอยากจะได้รูปคู่ทีไรก็ต้องใช้วิธีการนี้ทุกที

เบื้องหลังใครคนนั้น

 image

วันนี้ใจเลือกกิจกรรมเดินชมงานศิลปะ พวกปฏิมากรรมย่านท่าเรือของเมืองเมลเบิร์น อันเป็นกิจกรรมหนึ่งที่อาจารย์ของโรงเรียนเลือกสรรมาให้นักเรียนในโรงเรียนได้ร่วมทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างนอกเหนือจากการนั่งจับเจ่าอยู่หน้ากระดานตลอดเวลา
ก่อนออกจากโรงเรียน ฝนยังทำท่าไม่ตก แต่เมื่อเราไปถึงที่ท่าเรือก็พบว่าเมฆเริ่มตั้งเค้ามืดครึ้มอยู่บนหัวแล้ว พอเดินชมงานศิลปะซึ่งเจ้าของตึกอาคารและหน่วยงานบนย่านนั้นเลือกสร้างขึ้นไม่กี่ชิ้น ฝนก็เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ป้ายชวนหัว

 image

เช้านี้ใจตื่นสาย ลืมตาโพรงอีกทีก็ปาไป 6.43 น. ทั้งๆ ที่ต้องออกจากบ้านให้ทันเรียนตอน 8.15 น. แต่ถึงอย่างนั้นใจก็ไม่พลาดที่จะชงโกโก้ผสมกาแฟ และกินขนมปังปิ้งทาเนยถั่ว เพราะไม่อยากให้ท้องร้องโครกครากกลางห้องเรียน หรือหิวจนหน้ามืดในช่วงพักเบรก
ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าหากใจพลาดรถไฟรอบด่วนทุกขบวน และต้องจับรถไฟแบบจอดมันทุกสถานี ตอน 7.35 น. ก็อาจจะทำให้เข้าห้องเรียนสาย มองเห็นนักเรียนนั่งฟังอาจารย์กันเงียบกริบได้
แต่ถึงจะยังงั้นใจเองก็เริ่มปล่อยว่างมันลงไปบ้างแล้ว ไปสายก็ไม่เห็นเป็นไร ก็ไปเรียนเหมือนกัน อีกอย่างก็ไม่ได้สายมันทุกวี่ทุกวัน ยิ่งรีบเหมือนยิ่งรน เหมือนกำลังแข่งเดินทน ทำท่ากึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหลายวัน ใจชักเหนื่อย.. กล้ามน่องป่องออกกันไปทุกที

รูป

 image

ใจกับ Ivy เพื่อนจากเวียดนาม ที่จบจากสิงคโปร์ และมาเรียนต่อที่นี่พากันนั่งนับชั่วโมงเรียนไปเรื่อยๆ เพราะทั้งง่วงนอนและหิวข้าวด้วยกันทั้งคู่ สุดท้าย…อย่างที่บอก หากไม่ตายเสียก่อน เวลาที่รอคอยก็มาถึง 555 เพราะ Sarah ก็ปล่อยพวกจ๊อดทั้งหลายกลับบ้านตอนเที่ยงครึ่ง
หลังจากร่ำลาผู้คนเป็นที่เรียบร้อยใจก็ตรงดิ่งไปยังห้าง Big W ห้างที่เหมือนกับคาร์ฟูร์บ้านเรา เพื่อซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ได้ Dunlop สีเทาติดมือกลับบ้านมา พรุ่งนี้จะได้ฤกษ์ประเดิมใช้งานมันไปกับการเสิร์ฟอาหารอีกครั้ง

อัพเดต

 image

หายหน้าหายตาไปหลายวัน นั่นเป็นเพราะกำลังวุ่นวายอยู่กับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ใจต้องตื่นนอนตรงตามเวลานาฬิกาปลุกคือ 6.15 น. เข้าห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า กินกาแฟ ขนมปัง แล้วออกจากบ้านให้ทันรถไฟรอบ 7.31 แล้วเดินไปโรงเรียนราว 5 นาที ห้องเรียนเริ่มการเรียนการสอนตอน 8.15 น.
วันนี้วันที่ 15 ของการอยู่ที่นี่แล้ว แต่ใจยังเดินหลงในเมืองอยู่ไม่เลิก เพราะชีวิต 15 วันนี้วนซ้ำกิจกรรมไม่มากนัก จำพวกตื่นนอน ไปเรียน กลับจากเรียนไปทำงานที่ร้านอาหารไทย ซึ่งตอนนี้ใจหางานทำได้แล้ว 5 วันต่อสัปดาห์ อันที่จริงอยากได้อีก 1 วัน และเหลือไว้ 1 วันเพื่อพักผ่อนจากการเรียนและการทำงาน

เก้าอี้

 image

ใจชอบเก้าอี้ตัวนั้น….มาก มันเป็นเก้าอี้ไม้ธรรมดาซึ่งตั้งอยู่หน้าร้านซ่อมรถตรงกันข้ามกับบริษัททัวร์ที่เพื่อนของใจทำงานอยู่ หลังจากที่ยืนจ้องมันอยู่หลายวัน วันหนึ่งใจก็สบโอกาส หลังจากเจ้าของร้านปิดร้านในค่ำวันนั้น ด้านหลังฉากของเก้าอี้กลายเป็นสังกะสีที่ไร้สีใดทาทับ น่าพิศกว่าการมีเก้าอี้เพียงตัวเดียววางอยู่… ใจยกกล้องขึ้นถ่ายภาพนั้นเก็บไว้ …และตอนนี้มันได้กลายเป็นภาพที่ใจชื่นชอบที่สุดตั้งแต่ถ่ายมาเสียแล้ว
หลายวันต่อมา ใจรู้สึกว่าตัวเองเครียดจากกิจกรรมในชีวิตหลายประการ เลยเอ่ยปากกับเจ้าเอ๋ น้องสาวที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง “ไปถ่ายรูปกัน” และเย็นวันนั้นใจบอกให้เอ๋ใส่เสื้อสีขาวหรือดำ ใส่กางเกงยีนส์ธรรมดา แล้วไปนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ตัวนี้

ถ่ายรูป

 image

หลายวันนี้…เขียนอะไรไม่ออกเลย จรดปลายนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดก็หาใช่จะมีคำพูด หรือประโยคใดผุดขึ้นที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ ใจเอาแต่คลิกดูรูปเก่าๆ อันเป็นกิจวัตรประจำวันของตัวเองไปเสียแล้ว บวกเพิ่มด้วยการฟังเพลงไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนัก…ก็ทำมันเป็นกิจวัตรเช่นกัน
ถ้าให้พูดตามตรง ใจก็คงงดเขียนเรื่องราวยาวๆ สักสามสี่วัน จนกว่าธุระปะปังสำคัญหลายๆ อย่างจะคลี่คลาย รวมถึงรู้สึกผ่อนคลาย และจนกว่า…จะรู้สึกว่าจะเขียนอะไรได้บ้าง
 แต่…เลือกที่จะเอารูปมาแปะแทน ทั้งหมดเป็นรูปที่มีแต่ตัวเองกำลังถ่ายรูปแทบทั้งสิ้น นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ใจมีอยู่ เพิ่งสังเกตว่ารูปท่าทางกำลังยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปแบบนี้มีอยู่ในคลังรูปของใจมากมายเหลือเกิน….นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น…ย้ำ

ภาพจากเชียงของ

 image

เผลอแป๊บเดียว กล้อง G9 ก็อยู่กับใจมานานข้ามปี ภาพในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็อาจจะมากเกิน 1 หมื่นภาพ ลบบ้างเก็บบ้างตามประสา ใจเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะถ่ายรูปด้วยคอมแพ็คแบบสนอง need ส่วนตัวไปได้นานอีกสักเท่าไร เพราะไม่ได้เป็นช่างภาพมืออาชีพ ไม่ได้เกิดมามีพรสวรรค์ วัดแสงไม่เป็น โหมด M ไม่เคยจะเลือกใช้ หากไม่จำเป็นจริงๆ ทุกวันนี้ยังเลือกโหมด P และโหมด Auto อยู่เสมอ แม้กล้องที่มีอยู่ทำอะไรได้มากกว่าคอมแพ็คทั่วไปก็จริง แต่ใจก็ยังยกกล้อง มองจากจอแอลซีดีแล้วกดชัตเตอร์ไปตามความรู้สึกของตัวเอง…
ใจเก็บภาพแทบทุกที่ที่ตัวเองไป ถ่ายแทบทุกกิจกรรมของชีวิต (หากติดกล้องไปด้วย) ทุกวันนี้อยู่บ้านนอก ก็ยังพกกล้องไปโน่นมานี่เสมอ

สลักไว้บนต้นไผ่

 image

หลายวันก่อนหน้านี้ ใจเดินทางจากบ้านไปผาตั้ง ภูชี้ฟ้า ดอยผาหม่น แบบที่ไม่ได้ไปยืนอยู่หน้าผาแล้วรอให้พระอาทิตย์ขึ้น แต่เป็นการขับรถขึ้นไปรับอากาศเย็น ชมวิวข้างทาง แล้วก็กลับบ้าน
ตลอดการเดินทาง ใจทอดสายตามองต้นไม้ที่อยู่ข้างทาง ดอกไม้ ใบไม้ที่อยู่ระหว่างรอยต่อของฤดูหนาวกับฤดูร้อน ก็แฝงเอาไว้ด้วยความสวยในตัวมันไม่น้อย แม้แต่ต้นไม้ที่ยืนต้นตาย ไม่หลงเหลือใบ ยังคงไว้แต่ลำต้นที่รากยังหยั่งอยู่ใต้ผืนดินผืนนั้น ก็ช่างมีมนต์เสน่ห์เสียนี่กระไร

Page 3 of 41234

 

February 2012
M T W T F S S
« Aug    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
272829  

รูปของใจ

Singapore Air Show 23 3 (2) 20 (5) 45 (2) 57 10 85 14 (2) 12 (3) sunflower5 5 (2) 26 (4) jai12 7 22 (2)
View more photos >