// archives

My Mind

This category contains 85 posts

เขียนไม่ออก?

 image

หลายวันมานี้ ไม่ค่อยอยากจะเขียนอะไร … พูดกันง่ายๆ คือ เขียนอะไรไม่ค่อยออก พาลไม่อยากจะเขียน (ชักงง) อาจจะเป็นเพราะใจเพิ่งจะย้ายชั้นเรียนใหม่มาชั้นเรียนภาษาที่สูงกว่า หลังจาก Sarah แจ้งผลสอบในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา (นี่นึกว่าเรียนมา 5 เดือนแล้วนะนี่) ใจได้ผลสอบทะลุเพดานเท่าที่คลาสนี้จะให้ได้ ทำให้ใจต้องย้ายไปเรียนในชั้นที่สูงกว่าอีกหนึ่งชั้นตามกรรมเก่า ทั้งๆ ที่ควรจะต้องนั่งเรียนในชั้นนี้อีก 5 สัปดาห์
วันหนึ่งของสัปดาห์ที่ผ่านมา Sarah เรียกใจไปหน้าห้องเรียนและบอกผลดังกล่าวให้ใจ โดยบอกว่าอย่าบอกใครในชั้น เพราะเธอเลือกจะบอกใจก่อน แต่ในเวลาต่อมาเพื่อนๆ ในชั้นก็รู้กันเองว่าใจย้ายไปนั่งเรียนห้องอื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มุมดีๆ

 image

วันนี้วันที่ 18 เดือนเมษายน 2551 ใจอยู่นี่มาเกินเดือนครึ่งเข้าไปแล้ว ไม่ได้เพียงแต่เปลี่ยนที่อยู่ที่กินเท่านั้น แต่วิถีชีวิตบางอย่างเปลี่ยนไปแทบจะหน้ามือเป็นหลังมืออย่างสิ้นเชิง
ไม่ได้มีแต่เพียงมุมลำบากในในการปรับตัวเท่านั้น แต่ใจว่ามีมุมมองดีๆ หลายอย่างเกิดขึ้นที่นี่ … แบบที่ต้องทะยอยเล่าไปทีละข้อสองข้อ เพราะเพียงวันเดียวคงบอกไม่หมดว่าใจเจออะไรดีๆ ที่นี่บ้าง
เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ใจตื่นแต่เช้า คว้าเสื้อโค้ทตัวโปรดติดตัวออกจากบ้านมุ่งหน้าเอาค่าเช่าไปให้เจ้าของบ้านที่ตลาด Victoria Market ซึ่งในความเป็นจริงแล้วใจว่าคงมีแต่พวกเรานี่กระมัง ตื่นแต่เช้านั่งรถไฟออกจากบ้านไปตั้งครึ่งชั่วโมง เพื่อเอาค่าเช่าไปให้เขา… 555

สีสวย (อีกแล้ว)

 image

ช่วงค่ำของวันนี้ ใจนั่งรอเพื่อนที่ไต้หวันเลิกงาน ก่อนที่จะยกหูหาเพื่อพูดคุยกัน หลังจากที่นัดหมายจะพูดคุยกันมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำแบบนั้นสักที
ระหว่างที่นั่งรอเพื่อนทำงานที่ถึงกำหนด “dead line” หรือ เส้นตาย (ไม่รู้ใครคิด เหมือนไม่ส่งแล้วจะตาย) ใจเองก็นั่งอัพ blog ไปพลาง เลือกเพลงประกอบละครซีรีส์เกาหลีฟังไปทีละเพลงๆ แวะไปกวนเพื่อนเป็นพักๆ สร้างบรรยากาศไม่ให้เหมือนกับว่านั่งอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยม

จะว่าไปแล้ว มีคนเข้ามาถามใจหลายครั้ง โดยมากมักจะใช้ประโยคซ้ำๆ แบบเดียวกันคือ “เหงาไหม?”

คิดถึงมันนี่

 image

วันนี้เป็นวันที่ใจว่างจากการทำงาน หลังจากเลิกเรียนเลยออกไปเดินเล่นดูโน่นดูนี่ตามประสา ก่อนมุ่งหน้ากลับบ้านมานอนพักผ่อน เพราะคืนก่อนหน้าใจเข้านอนดึกกว่าที่ควรจะเป็น ผลที่ออกที่มาก็คือ ใจนั่งหาวตลอดทั้งคาบเรียน 4 ชั่วโมงนั้น
แต่ก่อนที่จะได้เอาหัวแตะหมอน ใจเจอ Frank เจ้าของบ้านที่แวะเวียนมาตัดหญ้าหลังบ้านก่อนจะเดินทางไกลพาภรรยาไปเที่ยวเมืองไทยนานร่วมเดือน ประโยคสนทนาระหว่างใจกับ Frank มีทั้งเรื่องหญ้าหลังบ้านมันยาวแล้ว ใจเองก็นึกอยู่ว่าเขาจะมาตัดเมื่อไร เรื่องถังขยะหลังบ้านซึ่ง Frank วานให้ลากไปวางหน้าบ้านทุกคืนวันพุธ ก่อนที่รถขยะมาเก็บเอาขยะไปในเช้ารุ่งขึ้น

หลงรักโดนัทกลิ่นชินนามอน

 image

เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้วที่ใจใช้เงินไปอย่างสิ้นเปลือง ไม่ต่างอะไรกับการซื้อยาเสพย์ติดมาใช้ในแต่ละวัน เพียงแต่ว่าสิ่งของที่ใจยอมควักเงินในกระเป๋าจ่ายเพื่อให้ได้กลับมา มันทำให้ใจหายง่วงอิ่มท้อง อิ่มใจ และมีแววจะทำให้ใจอ้วนขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
“โดนัท” คือ ของที่ใจกำลังพูดถึง
ช่วงพักครึ่งของคาบเรียนเมื่อสิบกว่าวันที่แล้ว ใจตัดสินใจลงลิฟต์จากชั้น 11 มาที่ชั้นหนึ่ง เพื่อซื้อช็อคโกแลตร้อนและของหวานที่ร้านกาแฟใต้ตึก ซึ่งเดินผ่านเข้าออกทุกวันแต่ไม่เคยได้แวะเวียนเข้าไปด้านใน มีเพียงสายตาเท่านั้นที่ส่งเข้าไปให้กับพนักงานด้านในร้าน
วันนั้นใจควักเงิน 4.10 เหรียญสำหรับโดนัทรสชินนามอน หรือ โดนัทกลิ่นอบเชย สองชิ้น กับช็อคโกแลตร้อนแก้วเล็ก 1 แก้ว

โคอาล่าขี้เมา?

 image

โดยปกติแล้ว ชั้นเรียนของเราจะมีการเรียนการสอนในแต่ละวันแตกต่างกัน เช่น วันจันทร์อาจจะเรียนแกรมม่า วันที่สองอาจจะเรียนรู้การฟัง วันถัดมาเรียนการอ่าน และบางวันก็เป็น Australia study (ออสเตรเลียศึกษา)
อย่างหลังสุดนี่ใจเองแอบถามไอวี่ เพื่อนนักเรียนร่วมชั้นว่าทำไมเราต้องเรียนด้วย ไอวี่ให้คำตอบมาอย่างที่ใจเองก็ยังไม่เลิกงง เธอตอบว่า
“อาจจะเพราะเรามาเรียนในประเทศเขากระมัง เขาจึงให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศเขาบ้าง”
อันที่จริงหากให้ใจเดา ก็อาจจะเป็นการหาอะไรให้เราเรียน เพิ่มเติมเข้าไป นอกเหนือจากแกรมม่า อ่าน ฟัง ออกเสียง หรือเตรียมพร้อมสอบเข้ามหาวิทยาลัย นั่นเพราะแม้จะเป็นอะไรที่นอกเหนือจากนั้นไปบ้างแต่ก็ใช้ทักษะที่ไม่ต่างกัน แถมยังเป็นภาษาอังกฤษเหมือนเดิม หาใช่ภาษาไทย ภาษาออสเตรเลีย เวียดนาม หรือโคลัมเบีย

นกนางนวล

 image

ตอนนั้นเป็นเวลา 5 ทุ่มแล้ว แต่ใจยังไม่ถึงบ้าน ยังนั่งรอไฟขบวนถัดไปที่จะมาถึงในอีกเกือบสิบนาทีนับจากนี้ ขณะที่ตาก็มองจอมอนิเตอร์ที่ตั้งสูงกว่าตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติบอกเวลาของรถไฟสายที่จะพาใจกลับบ้าน และหูทั้งสองข้างก็ฟังเพลงจาก iPod เครื่องเก่าอยู่นั้น ชายวัยกลางคนตัวดำ ร่างโปร่ง บอกยี่ห้อว่ามาจากอินเดียไม่มีผิดเพี้ยนก็เดินเข้ามาใกล้ๆ กับที่นั่งของใจ
แกทำปากขยับไปมา เหมือนกับบอกว่าคุยกับใจอยู่ ใจดึงหูฟังออก ฟังที่แกพูด จับใจความได้ว่า
“ดูนะ ฉันจะโยนขนมปังให้นกพวกนี้ มันจะมาอยู่ตรงหน้าเธอหลายตัวเลยทีเดียว”

บู๊ทคู่ใหม่

 image

มีเวลาว่างช่วงบ่ายของวันจันทร์ ใจนั่งรถ tram จากใกล้ๆ โรงเรียนไปช็อปปิ้งย่านเดิมที่ไปเดินชมศิลปะเมื่อศุกร์ที่แล้ว หลังจากที่นัดแนะกับรุ่นน้องที่พักอยู่ในบ้านเช่าหลังเดียวกันตั้งแต่ยามเช้า
เราเดินวนกันสักพักก็ตระหนักได้ว่า สิ่งที่เราอยากจะได้เหมือนกันก็คือ “รองเท้าบู๊ท” นั่นเป็นเพราะว่า จะเริ่มเข้าหน้าวหนาวเข้าทุกวัน สาวๆ ที่นี่เขาใส่บู๊ทหนักข้อเข้ากันเรื่อยๆ (ซึ่งปกติก็ใส่กันมากมายอยู่แล้ว) เราเองก็ไม่อยากเป็นสาวๆ ตกยุค ที่ไม่ว่าจะอากาศหนาวหรือร้อนก็เอาแต่ใส่ผ้าใบกันอย่างเดียว

เก้าอี้คนโสด

 image

อย่างที่เคยบอกเอาไว้ ที่นี่อากาศผิดปกติกว่าบ้านเรามาก บางวันมีทั้งหนาว ร้อน และฝนตก ใครที่บ่นๆ บ้านเราอากาศผิดเพี้ยนมาเจออากาศที่นี่คงบ้าไปกันพอสมควร และหากร่างกายไม่แข็งแรง พักผ่อนไม่เพียงพอก็มีโอกาสที่จะเป็นหวัดไม่สบายกันได้
คนที่นี่มักจะดูพยากรณ์อากาศกันแทบทุกวัน เพื่อดูว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเจอสภาพอากาศเป็นอย่างไร ซึ่งใจเองก็มักจะเริ่มทำแบบคนอื่นเขาบ้างแล้ว ไม่มีเวลาได้ดูทีวี ก็มักจะใช้วิธีถามเพื่อนฝูง เปิดหนังสือพิมพ์แจกฟรีดูพยากรณ์อากาศ (เผลอดูพยากรณ์ชีวิตไปด้วยทุกวัน 555)
หลายวันก่อนอากาศแจ่มใส พยากรณ์อากาศบอกไว้ท้องฟ้าโปร่ง ฝนไม่ตก อุณหภูมิราว 19 องศา บรรยากาศกำลังสบาย ซึ่งมักจะตรงกันข้ามกันกับบ้านเราชัดเจน

รถเบนซ์ของดีเอชแอล

 image

ข่าวคราวเรื่องเครื่องบินลำเลียงสินค้าของ FedEx ประสบอุบัติเหตุที่สนามบินนาริตะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาโด่งดังไม่น้อยที่นี่ ขณะที่ใจเองก็เห็นรถของดีเอชแอล บริษัทรับส่งสินค้าอีกเจ้าขับวนอยู่ทั่วเมืองอยู่เสมอตั้งแต่มาถึงที่นี่
จำได้ว่ารถส่งของที่ดีเอชแอลที่เมืองไทยพ่นสีเหลืองทั้งคัน แปะยี่ห้อของบริษัทเอาไว้รอบคันเป็นตัวอักษรสีแดงสดใส โดดเด่นเตะตาเป็นอย่างยิ่ง และที่นี่ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน
เพียงแต่ว่า…. ต่างกันตรงที่ยี่ห้อของรถคันนั้น ที่เมืองไทย เป็นรถตู้ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ เบนซ์แบบที่นี่…

งานเสิร์ฟ…ภาคสอง

 image

วันแรกของการทำงาน ใจกลับบ้านมาพร้อมกับความรู้สึกที่ใครก็บอกเอาไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้นกับใจ “ตูมาทำอะไรอยู่ที่นี่ฟะ” ใจคิดแบบนี้ขึ้นมาแล้วจริงๆ
ที่นั่นไม่มีใครรู้ว่าใจทำงานมานานแล้วร่วมสิบปี ไปไหนต่อไหนเสียหลายที่ งานหนักก็แค่ชวนคนอื่นคุย เดินทาง และก็เอากลับมาเขียน ไม่เคยออกแรงแบกหนังสือ อย่างมากก็แค่แบกคอมฯ ออกนอกบ้านไปร้านกาแฟ….
แต่งานเสิร์ฟกลับไม่ใช่แบบนั้น หน้าที่ของใจคือรับเช็ดโต๊ะ กวาดพื้น จัดจานบนโต๊ะ รับออเดอร์จากลูกค้า เสิร์ฟอาหารให้ทันกับที่ลูกค้าสั่ง ทำน้ำทุกอย่างในร้านให้เป็น และเสิร์ฟให้เขา ต้องหมั่นจำรายชื่ออาหารเป็นภาษาอังกฤษ ต้องท่องและอธิบายได้ว่า อาหารประเภทนั้นเป็นอย่างไร

จากนักข่าวมาเป็นนักเสิร์ฟ…ภาคแรก

 image

วันนี้เป็นวันแรกในรอบ 1 สัปดาห์ที่ใจจะมีโอกาสให้ร่างกายได้พัก หลังจากตรากตรำทำงานหนักมาติดๆ กันไม่หยุดหย่อน บอกตรงๆ ใจนั่งนึกถึงวันนี้มาตลอด เวลาเรารออะไรสักอย่าง มันมักจะมาอย่างช้าๆ เงียบๆ ไม่มีเสียงพูดจา ทำให้เหมือนแต่ละช่วงวินาที นาที ชั่วโมงและวันช่างยาวนานเสียนี่กระไร แต่สุดท้ายแล้วหากรักษาชีวิตให้รอดพ้นไปได้ เวลาที่รอคอยก็จะมาถึงเสมอ…มันก็เป็นแบบนั้น นี่แหละสัจธรรม…ไม่ตายเสียก่อนก็ได้เจอ (เกี่ยวกันไหม?)
ใจนับวันไปเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้วันที่ว่างเว้นจากงานเสิร์ฟอาหารในร้านอาหารไทยซึ่งทำรวมทั้งสิ้น 5 วันต่อสัปดาห์ ว่างสองวันคือ จันทร์และอังคาร

สุขสันต์วันแต่งงาน

 image

ไม่กี่วันหลังวีซ่าออก และใจเองก็ระบุวันเดินทางมาที่นี่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่ป.5 ก็แจ้งข่าวให้ทราบว่าเธอจะแต่งงาน และงานแต่งก็จะจัดขึ้นหลังจากที่ใจเดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว ดังนั้น ต่อให้อยากไปร่วมงานแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้เสียแล้วในช่วงเวลานั้น
วันนี้เป็นวันที่จัดงานแต่งที่บ้านเกิด หมู่บ้านเดียวกันกับใจ ก่อนย้ายมาจัดงานที่โรงแรมสุโขทัยอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อให้แขกเหรื่อที่กรุงเทพฯ ได้มีโอกาสแสดงความยินดีกับบ่าวสาว ซึ่งทั้งสองก็เป็นเพื่อนของใจด้วยกันทั้งคู่

ความเปลี่ยนแปลง

 image

เสียงดังเล็ดลอดมาจากหน้าต่าง ทำให้ใจต้องผงกหัวลุกขึ้นมาจากหมอน หยิบมือถือที่ซ่อนเอาไว้ใต้หมอนมาเปิดดูเวลา ถึงกับลืมตาโพรง ในใจก็คิด “นี่มันสิบโมงครึ่งแล้วหรือนี่” นอนเพลินซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเสียจนสายขนาดนี้ แต่กว่าจะคิดได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ งานเข้าช่วงเย็นก็ทำให้ใจอยากจะนอนซุกผ้าห่มต่อไปอีกสักพัก
แต่ดูเหมือนท้องเจ้ากรรมไม่เป็นใจ ใจชักจะหิวขึ้นมาแล้ว ว่าแล้วก็ลุกจากที่นอน เข้าไปในครัว หยิบข้าวและกับข้าวมาใส่ไวโครเวฟ เลือกกดอุ่นอาหารนาน 2 นาที แล้วก็นั่งรอ

back to basic

 image

วันนี้เป็นวันสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของใจ หลังจากที่ควักเงินในกระเป๋าทั้งหมดออกไปกับการเดินทางมาไกลถึงที่นี่ ผลการสอบเป็นที่น่าพอใจแม้แกรมม่าจะไม่แข็งแรงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ใจก็สอบได้ level 4 อันเป็น level สูงสุดของการเรียนภาษาในแบบที่เรียกว่า “ทั่วไป” (General English)
แต่เป็นเพราะการเรียนแบบไม่ทำงานระหว่างเรียนเลยย่อมเป็นไปไม่ได้สำหรับใจที่กระเป๋าเงินเริ่มไม่มีเงินให้เห็นเข้าไปทุกที (ไม่เคยคิดเลยว่าแก่ป่านนี้ยังจะมานั่งเรียนเหมือนเด็กๆ อีก) ปัญหายิ่งใหญ่ของการทำงานอยู่ที่เวลาเรียนของคอร์ส General English level 4 ดันเริ่มเกือบบ่ายและไปเลิกเอาตอนห้าโมงเย็น เห็นๆ กันเลยว่าเราจะหางานเช้าก็ไม่ได้ เย็นก็ไม่ได้ เรื่องปวดสมองข้างซ้ายนี้ใจคิดได้ตั้งแต่ก่อนมา แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้จนกว่าจะได้วัดระดับของตัวเองที่นี่

Page 5 of 6« First...23456

 

February 2012
M T W T F S S
« Aug    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
272829  

รูปของใจ

5 (4) 4 (7) 49 22 15 (2) 6 Hk36 15 am21 hk19 siem7 Hk40 sunflower49 54 pak6.gif 5 (3)
View more photos >