// you’re reading...

Australia Trip

ตามรอย Maldon

ตึกเก่าๆ ที่ Maldon พาลทำให้รู้สึกราวกับว่าทั้งเมืองเงียบร้างไร้ซึ่งผู้คน ขณะที่ฝนและความเหน็บหนาวก็ยิ่งทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่า Maldon เงียบเหงาขึ้นทวีคูณ แต่….ในความเป็นจริงแล้ว ภายใต้ความเงียบงัน ฝนพรำและความเย็นฉ่ำของฤดูหนาว ในตึกเก่านั้นกลับมีผู้คนและกิจกรรมบางอย่างดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น ผู้มาเยือน Maldon อย่างเราจึงเห็นความเป็นไปของตึกเก่าในสมัยใหม่เฉกเช่นทุกวันนี้

เราขับผ่าน Maldon เมืองเล็ก ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงของรัฐวิคทอเรียอย่างเมลเบิร์นเพียง 2 ชั่วโมงนิดๆ อยู่หลายหน ตั้งแต่เราเดินทางข้ามรัฐไปนิวเซาท์เวลส์สองหนก่อนหน้า ไปเมืองแห่งดอกไม้เปลี่ยนสีหนก่อน และอีกหลายหนในช่วงสองปีมานี้ แต่กลับไม่ได้สนใจใยดี Maldon สักครั้ง ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่า Maldon ก็เป็นอีกเมืองเก่าในยุคตื่นทองของออสเตรเลียที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอยู่เช่นกัน

จนกระทั่ง วันหยุดหนึ่งเดียวประจำสัปดาห์ของเราในช่วงกลางฤดูหนาวที่หนาวที่สุดในรอบ 16 ของรัฐ เราก็ออกจากบ้านในช่วงสาย ขับรถไปตามทางด่วนสายหลักของเมืองเมลเบิร์น ทะลุอุโมงค์หลักหนึ่งเดียวของเมือง  มุ่งหน้าออกนอกเมืองบนถนนที่ผ่านสนามบินประจำเมือง อันมุ่งหน้าไปยังอีกเมืองใหญ่ของรัฐ นั่นก็คือ Bendigo  โดยมีปลายทางอยู่ที่ Maldon

Maldon เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากเมลเบิร์นราว 135 กิโลเมตร ถูกค้นพบโดยคนขาวชาวยุโรปตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม ในช่วงให้หลังในยุคตื่นท่องของออสเตรเลียทั่วทั้งประเทศ ที่ Maldon ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีการค้นพบทองคำในอาณาบริเวณนี้ และถูกเหมารวมเข้าเป็นเขตที่เรียกว่า goldfield หรือทุ่งทองคำ ที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ในรัฐนี้

เมืองเล็กๆ แห่งนี้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลากับทองคำตั้งแต่ปีค.ศ.1854 อุตสาหกรรมทองคำให้เมืองร่ำรวยเช่นเดียวกันกับอีกหลายเมืองก่อนหน้านี้ที่เราไปเยือนมา ทั้ง Ballarat  และ Bendigo  ตึกรามบ้านช่องของ Maldon ใหญ่โตเพราะความร่ำรวยจากเหมืองทองคำในยุคนั้น จนกระทั่งเริ่มเงียบเหงา ซบเซาลงในช่วงต้นศตวรรษที่ 20  เหมืองทองคำแห่งสุดท้ายของเมืองก็ได้ปิดตัวลงในปี 1926 

แต่ถึงจะอย่างนั้น ตำนานของการเป็นเมืองแห่งความร่ำรวยด้วยทองคำไม่ได้สูญหายไปไหน เมืองยังคงหลงเหลือความยิ่งใหญ่ให้เห็นจากตึกเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ตราบจนถึงทุกวันนี้ ผู้มาเยือนยังรู้สึกร่วมไปกับความยิ่งใหญ่ที่สืบทอดมาจากยุคโบราณได้ดียิ่ง

ในปี 1966 Maldon ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “Australia’s First Notable Town” โดย National Trust นั่นหมายถึงว่า Maldon ไม่เพียงแต่เป็นเพียงเมืองที่โดดเด่น แต่ยังน่าจดจำ ควรค่าแก่การไปเยือนยิ่งนัก

ในวันที่เราไปเยือน Maldon นั้น ฝนตกหนักในทันทีที่เราไปถึง ความหนาวที่มีอยู่แต่เดิมจึงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เราหนีเข้าไปหลบฝนในโรงแรมที่ให้ไออุ่นจากเตาผิงฝืนแท้ๆ จนเห็นเถ้าบินฟุ้งไปทั่วห้องรับแขก จนกระทั่งแดดในยามบ่ายสี่โมงออกมาเยือนในช่วงเวลาสั้นๆ เราจึงหันหลังให้โรงแรมเก่าๆ บนถนนเส้นหลักของเมือง และออกมาเดินรับความเหน็บหนาวกลาง Maldon

Maldon ก็เหมือนกับอีกหลายเมืองสวยๆ ในรัฐวิคทอเรีย ที่มีถนนเส้นหลักอยู่ใจกลางเมือง ถนนเส้นเดียวนี้จะขนาบไปด้วยตึกเก่าจำนวนมากเรียงติดกันเป็นแนวยาว ตึกเก่าที่ดำเนินกิจการร่วมสมัยตามยุคที่เราอาศัยอยู่ หรือ แปรสภาพไปตามกาลเวลา ข้างนอกเก่าแต่ข้างไหนใหม่ก็ไม่ปาน

นักท่องเที่ยวจะได้รับความสะดวกสบายในการเก็บภาพ เดินชมเมือง เพราะทุกอย่างจะถูกรวมไว้ที่ถนนสายหลัก หากจอดรถไว้ที่ปลายถนนด้านในด้านหนึ่ง ก็มุ่งหน้าเดินเป็นเส้นตรงไปจากฝั่งหนึ่ง วนกลับมาอีกฝั่งหนึ่งมาหารถที่จอดไว้ง่ายดายได้นัก

ตึกเก่าที่นี่มีหลากหลายประเภท ทั้งตึกแบบชั้นเดียว บ้านเก่าที่แทรกอยู่ระหว่างตึก ตึกสูงสองชั้น มีเลขที่ของปีที่สร้างตึกอยู่ด้านหน้าชัดเจน ขณะที่กิจการที่เจ้าของตึกให้บริการ เป็นทั้งที่ขายของฝาก ร้านขายเนื้อ โรงแรม ร้านขายเสื้อผ้า ร้านกาแฟ ร้านขายอาหารแบบซื้อกลับไปกินที่บ้าน แบบนั่งกินที่นั่น ร้านขายของเก่า ร้านขายของชำ ร้านไอศรีม แกลอรี่ ร้านขายช็อคโกแลต ขายขนมหวาน และอื่นๆ อีกมากมาย

ขณะที่ถนนสายรองก็จะยังประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญทั้ง ที่ทำการไปรษณีย์ โบสถ์เก่า สวนสาธารณะประจำเมือง และพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก ซึ่งมักจะเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเมืองเก่าในรัฐนี้

หลายต่อหลายหน เราออกเดินทางไกล เพื่อหวังจะชมความสวยงามของตึกเก่าตั้งตระหง่านตรงหน้า เมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่ายแล้ว หลายคนคงจะหักลบแล้วดูไม่คุ้มเอาเสียเลย แต่สำหรับเราแล้ว พักหลังมานี้ เรากลับให้ความสำคัญกับการตระเวณชมเมืองเก่าทั่วทั้งรัฐ การเดินทางไกลหลายวันติดกัน เพียงเพื่อจะได้เห็นความเก่าแก่เพียงอย่างเดียวก็มักจะอยู่กำหนดการเดินทางของเราเสมอ

เราไม่หวังอะไรมากในการเดินทางออกนอกบ้านแต่ละครั้ง นอกจากความงามอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ได้หวังจะเห็นผู้คนล้นหลามใจกลางเมืองที่เคยยิ่งใหญ่ ไม่หวังว่าจะเห็นร้านรวงเปิดทำการมากมาย ไม่ต้องการให้มีอะไรขายให้เราซื้อกลับบ้าน

Maldon ให้เราได้ครบถ้วน ในวันที่ฝนพรำ แม้ผู้คนจะไม่มากนัก ร้านค้าและกิจการบางอย่างไม่ทำการในวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่เราไปถึง แต่เรากลับรู้สึกไม่ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย อย่างน้อยเราก็เห็นความงามของ Maldon ที่สืบทอดมานานหลายช่วงอายุของคน

เราหวังเพียงอย่างเดียวเมื่อกลับมาถึงบ้าน หวังเพียงแค่ว่า “จะได้กลับไป Maldon อีกครั้ง” …ก็เท่านั้นเอง

ปล.แวะไปชมภาพอื่นๆ จากอัลบั้ม Maldon ได้ที่

http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157627043979283/

หรือคลิกที่ภาพ

Related Post


Discussion

No comments for “ตามรอย Maldon”

This website uses IntenseDebate comments, but they are not currently loaded because either your browser doesn't support JavaScript, or they didn't load fast enough.

Post a comment


 

July 2011
M T W T F S S
« Jun   Aug »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

รูปของใจ

27 28 (4) 12 32 33 (3) 10 29 Singapore Flyer view 20 mo22 86 23 (2) Jai-226 31 (3) museum-siam21 17 (5)
View more photos >