โอ้…น้ำส้มสายชูใจเพิ่งจะได้ความรู้ใหม่ในการเช็ดช้อนและส้อม บางทีก็อดคิดเสียไม่ได้ว่า “ถ้าเราฟังคนอื่นมากขึ้น และหยุดพูดให้น้อยลง เราคงจะได้มุมมองใหม่จากใครหลายคนเลยทีเดียว” หลังจากแอบเห็นผู้จัดการร้านที่ทำงานด้วยกัน เช็ดช้อนและส้อมด้วยอะไรบางอย่าง และมันก็เงาวับถึงขนาดเห็นหน้าตัวเองไปโผล่อยู่ในช้อนตักข้าว ใจก็อดรนทนไม่ไหว ถามไถ่ด้วยความอยากรู้ และใคร่อยากจะเห็นด้วยตาตัวเองบ้างว่าหากทำเช่นนั้นแล้วช้อนของเราจะเงางามอย่างเขาบ้างไหม
ผู้จัดการร้านจัดแจงเล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า สมัยเธอเรียนวิชาการโรงแรมและเคยทำงานอยู่ในโรงแรมที่ฝรั่งเศส ด้วยเพราะแม้เธอจะหน้าตาเอเชีย แต่เธอก็ไปเกิดที่นั่นและเป็นคนที่นั่นอย่างสมบูรณ์แบบ พอๆ กับการการพูดภาษาฝรั่งเศสเป็นหลักและรองลงมาอีกหลายภาษา อาทิ อังกฤษ เยอรมัน กรีก และเวียดนาม เธอใช้น้ำส้มสายชูหรือ Vinegar ผสมกับน้ำร้อนในอัตราส่วนไม่มากนัก เช่นใส่น้ำในถังน้อยก็เทน้ำส้มใส่ชักสองสามช้อนชา แช่ช้อนไว้หนึ่งนาทีหรือจะแช่ไปเช็ดไปก็ได้ ช้อนที่เช็ดด้วยน้ำส้มสายชูจะไม่เพียงขึ้นเงา เหมือนใหม่เท่านั้น แต่ในเวลาเดียวกัน น้ำส้มสายชูยังมีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นในช้อนที่หลงเหลืออยู่ด้วย พร้อมๆ กับฆ่าเชื้อโรคจำพวกแบคทีเรีย ในเวลาเดียวกัน ใจเองก็สงสัยจึงเข้า google ใส่คำว่า Vinegar ลงไปก็ค้นพบว่า เทคนิคการทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงช้อนและส้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมสำหรับแม่บ้านทั้งหลาย ในการนำมาทำความสะอาดเคาน์เตอร์ในบ้าน กำจัดรอยบนโต๊ะ เช็ดคราบเปื้อนไมโครเวฟ ดับกลิ่นของถังขยะ เช็ดขอบตู้เย็น ดับกลิ่นเตาอบ ลบรอยหมองหรือคราบในแก้วน้ำและชุดเครื่องเรือนที่เป็นแก้ว ช่วยทำให้แก้วชาไม่เป็นคราบ ดับกลิ่นเหม็นอับในกล่องเก็บอาหารพลาสติก ช่วยกำจัดคราบและสิ่งสกปรกคอขวดหรือคอเหยือกน้ำ ทำความสะอาดหรือคราบบนเครื่องทองแดง กำจัดมด กำจัดแมลงวัน แมลงหวี่ ทำความสะอาดเครื่องเปิดกระป๋อง ช่วยทำความสะอาดเตาปิ้งย่าง ความสะอาดพื้นพรม หน้าต่าง ประตู ชั้นวางสบู่ในห้องน้ำ ทำความสะอาดเนื้อไม้ และอื่นๆ อีกสารพัดประโยชน์ ใจแอบแวะไปอ่านประวัติของน้ำส้มสายชู ยังค้นพบว่า แต่เดิมคำว่า Vinegar ที่แปลว่าน้ำส้มสายชูนั้นมีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลความหมายได้ว่า “ไวน์เปรี้ยว” น้ำส้มสายชูเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญตั้งแต่หลายพันปีก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากการหมักไวน์ผิดพลาด เมื่อแรกเริ่มเดิมทีการหมักไวน์นั้น น้ำตาลจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นแอลกอฮอล์ แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไป แบคทีเรียในอากาศจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้กลายเป็นกรดแทน ซึ่งนั่นทำให้ไวน์ที่ดีกลายเป็นไวน์ที่แย่ เพราะให้รสเปรี้ยวกว่าปกติ แต่กลับกลายเป็นน้ำส้มสายชูชั้นเลิศนั้นเอง เรื่องของน้ำส้มสายชูยังเป็นเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์สำหรับคนอีกหลายคน จนถึงขนาดมีพิพิธภัณฑ์น้ำส้มสายชูโดยเฉพาะที่เรียกว่า The International Vinegar Museum ที่มลรัฐเซาท์ดาโคตา (South Dakota) สหรัฐอเมริกา และมีเทศกาลน้ำส้มสายชูจัดขึ้นเป็นประจำอีกด้วย พอมาถึงตรงนี้ ใจเองก็ยิ่งรับรู้ได้ว่า เรื่องน้ำส้มสายชูไม่ได้เป็นเรื่องน้ำส้มสายชูอีกต่อไป แต่มันหมายถึงความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่เราได้รับและนำมันมาต่อยอดให้ยิ่งใหญ่ได้โดยไม่รู้ตัว …. อย่างน้อยความรู้เล็กน้อยว่ามันเช็ดช้อนให้เงางามได้ก็ทำให้ใจไปค้นหาในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความเงางามเพียงอย่างเดียว….โอ้ น้ำส้มสายชู ปล. ว่ากันว่า น้ำส้มสายชูยังดีกับคนที่รักโซฟามากกว่าแมวที่เลี้ยงอีกด้วย ในเว็บไซต์บางแห่งแนะนำให้ฉีดน้ำส้มสายชูลงบนโซฟาสุดหวงสักนิด แมวจะไม่ขูดหรือข่วนโซฟ อันนี้ใจไม่เคยลองทำสักที…ใครลองทำได้ผลเป็นเช่นไร แวะมาบอกที Random PostsDiscussionOne comment for “โอ้…น้ำส้มสายชู”Post a comment |
เราเอาน้ำส้มสายชูไว้ขัดคราบในโถส้วมหน่ะอิๆ