เรื่องของน้องหมา เรื่องเล็กน้อยแต่มหาศาล…หลายวันก่อน เปิดหนังสือพิมพ์ The Herald Sun อ่านระหว่างชั่วโมงการทำงาน ในหน้ากลางของหนังสือพิมพ์ฉบับวันนั้นพูดถึงเรื่องราวค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้คนในรัฐวิคทอเรียที่ใจอาศัยอยู่ แต่โดยเฉพาะค่าครองชีพที่หมดไปกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว นก ไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์เลื้อยคลาน ใจเสียเวลาไปกับการอ่านข่าวนั้นอยู่นาน และอ่านอย่างตั้งใจ อาจจะเพราะ ความน่าสนใจของตัวเลขและสิ่งที่ทำให้เราเห็นว่า บ้านเมืองต้องเป็นระบบระเบียบมากแค่ไหนถึงจะมีข้อมูลให้เราได้เห็นกันขนาดนี้ หากใครไม่เคยชินกับเมืองไทย ก็ต้องตกใจกับที่นี่ ที่ที่มีการเก็บข้อมูลสัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัด มีการลงทะเบียนทั้งรัฐเอาไว้อย่างชัดเจน ทำให้บทความเล็กๆ ที่ตีพิมพ์ลงในหน้าหนังสือพิมพ์เพียงครึ่งดูโดดเด่นและน่าสนใจขึ้นมาในทันที
ในข้อหัวของบทความที่ว่า “Pets put pep into economy” ระบุว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของออสเตรเลียโดยรวมได้เป็นอย่างดี จากการสำรวจพบว่าในปี 2009 มีวงเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายโดยรวมของธุรกิจหมาแมวเพียงอย่างเดียวทั่วทั้งประเทศถึง 6.02 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นจากปี 2005 ถึง 4.62 พันล้านดอลลาร์ โดยเหมารวมถึงค่าใช้จ่ายที่ประกอบไปด้วย ค่าอาหาร ค่าของเล่น ค่าที่นอน หมอนมุ้ง ตัดขน อาบน้ำ ค่าสัตวแพทย์ ทำศพ ค่าจ้างอื่นๆ อีกมากมาย ว่ากันว่า ประชากรสัตว์เลี้ยง ทั้ง หมา แมว ปลา นก ม้า กระต่าย และสัตว์เลื้อยคลาน มีจำนวนมากถึง 33 ล้านตัว ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าประชากรทั้งประเทศออสเตรเลียจากการสำรวจปีที่ผ่านมาที่มีอยู่เพียง 22 ล้านคนเท่านั้น โดยหน่วยงานที่ชื่อ The Australian Companion Animal Council ได้ทำการสำรวจและพบว่า แม้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ผู้คนก็ยังยินดีจ่าย อีกทั้งยังจ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะผู้คนมองสัตว์เลี้ยงที่ว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว หลายคนเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงช่วยให้เด็กๆ ในบ้านรู้จักเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ใส่ใจและห่วงใยคนรอบข้าง มีความรับผิดชอบ พอๆ กับยกระดับความรู้สึกการมีส่วนร่วมในชีวิตของผู้อื่นในเวลาเดียวกัน ไม่เพียงแต่สัตว์เลี้ยงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในแง่จำนวนเงินอันเกิดจากการซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงยังช่วยเพิ่มจำนวนคนงานให้เข้าสู่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ ตัดขน รวมถึงสัตวแพทย์ได้มากถึง 44,700 คน เฉพาะในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มเป็น 37,627 ในปีที่แล้ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่ผู้คนจะหมดไปกับสัตว์เลี้ยงอันดับหนึ่งเป็นค่าหมอ หรือ Veterinary service ที่มากถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย คิดเป็น 37% ของค่าใช้จ่ายในธุรกิจนี้ทั้งประเทศ และนี่เองสะท้อนให้เห็นว่าผู้คนใส่ใจและเห็นค่าของชีวิตสัตว์เลี้ยงตัวน้อยมากแค่ไหน ส่วนค่าใช้จ่ายรองลงมาได้แก่ค่า อาหาร คิดเป็น 1.83 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และหากนับเป็นรายวันแล้ว ผู้คนจะใช้จ่ายหรือซื้อของให้กับน้องหมา โดยเฉลี่ยราว 3 ดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่ซื้อของให้แมวราว 1.50 ดอลลาร์ต่อวัน ในด้านท้ายบนความยังมีตัวเลขสถิติที่เก็บไว้อย่างละเอียด บอกถึงจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ทำการสำรวจหรือทำสำมะโนครัวเอาไว้ทั่วทั้งประเทศ แบ่งแยกตามรัฐและเจาะจงเฉพาะในรัฐที่ใจอาศัยอยู่ด้วยเช่นกัน อ่านไปดูไปเห็นภาพยิ่งนัก หลายสัปดาห์ก่อนเจ้านายใจถามว่า “ทำไมไม่ซื้อหมาเลี้ยงที่นี่” ใจยิ้มแต่ตอบไปเพียงสั้นๆ กลับไปว่า “หมาแพงกว่ารถอีกนะคะ” เจ้านายใจหันมามองหน้าใจแล้วก็เงียบไปสักพักก่อยจะตอบกลับมาอย่างเห็นด้วยว่า “เออ ก็จริงของมัน” จนถึงตอนนี้ใจก็ยังยืนว่า ค่าเลี้ยงดูเจ้าพวกนี้มีราคามากกว่ารถบางคันเสียอีก…. โดยเฉพาะที่ประเทศนี้ … ปล. 1เรื่องนี้ใจลงทุนเขียนด้วยมือก่อนแล้วเก็บดองไว้เสียนานกว่าจะเอามาลงให้อ่าน ปล. 2 เขียนเรื่องนี้นานกว่าเรื่องไหนในรอบเดือนที่ผ่านมา…เพราะว่าลงมือทำกราฟด้วยตัวเอง เหนื่อยจริง อะไรจริง 555 Related PostDiscussionOne comment for “เรื่องของน้องหมา เรื่องเล็กน้อยแต่มหาศาล…”Post a comment |
อยากเลี้ยงหมามากเลย แต่ถ้าจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับแม่แน่เลย เพราะที่บ้านต้นไม้เยอะเลย อด T_T