โอ้…โรตี“โรตี” ในความทรงจำของใจ คือ แผ่นแป้งสดที่คนขายมักจะป้อนเป็นก้อนกลม ใส่ในโถหรือถังพลาสติกปิดผามิดชิด พอสั่งหนึ่งแผ่น เขาหรือเธอก็มักจะหยิบมันออกมาวางบนรถเข็นซึ่งมีแผ่นอะลูมิเนียมปูทับยาวทั้งคัน เขาจะใช้น้ำหนักของส่วนมือติดกับข้อมือกดทับแป้งก้อนกลมนั้นให้คลี่ออก ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างจับแป้งแผ่นนั้นตวัดไปตวัดมา จนแป้งมีลักษณะเป็นแผ่นกว้างขนาดเท่าจานรองถ้วยกาแฟ ว่าแล้วก็แผ่แผ่นแป้งลงกลางกะทะแบนที่ฝังเอาไว้บนตัวรถเข็น ตักเนยลงผสมให้เป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้โรตีสุกและหอมได้ที่
หากเราสั่งแบบไร้ไข่ โรตีแผ่นนั้นก็จะถูกตักขึ้นพักน้ำมันและเนยก่อนโรยน้ำตาลหรือนมข้น แต่หากว่าเราสั่งแบบพิเศษใส่ไข่ ไข่ไก่หนึ่งฟองจะถูกตอกและตีใส่แป้งนั้นขณะที่กำลังวางอยู่บนกะทะร้อน ก่อนถูกโรยด้วยน้ำตาลและนมเช่นกันในเวลาต่อมา โรตีแบบแป้งพิสดาร ตามกาลเวลาและความคิดสร้างสรรค์ของคนขายในยุคไฮเทค ก็คือ โรตีใส่กล้วยหอม ใส่ไส้สารพัดจะใส่ ทั้งแยมผลไม้ ช็อคโกแลต และอื่นๆ อีกมากมาย อันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับราคาโรตีได้เป็นอย่างดี เอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกอย่างหนึ่งของโรตีที่ใจจำได้ก็คือ การห่อในกระดาษที่ด้านในเคลือบมันเหมือนกระดาษห่อบะหมี่แห้งร้านอาแปะ เขาจะม้วนโรตีเป็นแผ่นกลม พับปลายกระดาษทั้งสองข้างเข้าหากัน เวลาเราจะทานก็ฉีกกระดาษด้านหนึ่งออก ใช้มือจับอีกด้านหนึ่งไม่เลอะเทอะ เปรอะเปือนแต่อย่างใด เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ โรตี มีแขกเป็นผู้รับเหมาสัมปะทานแบบกลายๆ โรตีของแท้ต้องเป็นคนแขกขาย… ขณะที่โรตีที่เมลเบิร์น เป็นโรตีจากดินแดนภารตะของแท้ ด้วยความที่เป็นเมืองแห่งความหลากหลาย หรือ เมืองอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างที่ใจเข้าใจเสมอมา คุณจะเห็นมนุษย์หลากหลายสัญชาติอยู่รวมกันได้อย่างแปลกสายตากว่าบ้านเรา ที่คนต่างชาติมักกลายเป็นผู้มาเยือนชั่วคราว ขณะที่ผู้ที่มีหน้าตาหลากหลาย อาจเป็นคนมาเยือนและถือสัญชาติออสเตรเลียเสียอย่างนั้น ร้านอาหารไทยหลายแห่งขายโรตี หรือ roti bread ให้กับฝรั่ง และคนไทยด้วยกัน roti กลายเป็นเมนูอีกอย่างหนึ่งที่ฝรั่งมักถามหาหากเข้าไปในร้านอาหารไทย ทั้งๆ ที่มันเป็นโรตีของอินเดียวแต่ใจเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจว่าทำไมฝรั่งถึงคิดว่ามันจะมีขายเสมอในร้านอาหารไทย นอกเหนือจากมีขายในร้านอาหารอินเดียเป็นปกติ อาจจะเป็นเพราะในร้านอาหารไทยในเมลเบิร์นมีเมนูจำพวก แกงกระหรี่ ทั้งแกงเขียวหวาน มัสมั่น พะแนง แกงแดง (แกงเผ็ด) ให้บริการอยู่ด้วย และโดยมากแกงกระหรี่ก็มักจะนิยมกินกับโรตี แบบฉีกโรตีแล้วจิ้มกับแกงกะหรี่ก็เป็นได้ เพียงแต่ว่า โรตีที่ใจรู้จักที่นี่ไม่เหมือนโรตีที่บ้านเรา แป้งสดที่ถูกคลี่หรือตีเป็นแผ่นกลมบางอยู่แล้ว เจ้าของจะบรรจุแป้งด้วยการประกบแผ่นพลาสติกทั้งสองข้างของแผ่นแป้งเอาไว้ หลังจากนั้นก็จัดการเอาแช่แข็งรักษารูปร่างของแป้งเอาไว้ หากเราซื้อมาเราก็จะแช่แข็งมันไว้ตลอดอายุการรับประทานที่ระบุไว้ ถึงเวลาอยากทานก็จะเอามันใส่กะทะร้อน ฉีดน้ำมันใส่เล็กน้อยลงกะทะหรือไม่ใส่ก็ได้แล้วแต่ใจชอบ หลังจากนั้นยืนรอให้แป้งโดนความร้อนจนพองออกและเริ่มส่งกลิ่นหอม สีเปลี่ยนไปเป็นเกือบไหม้ แต่ไม่ไหม้ พลิกแป้งอีกด้านหนึ่งขึ้นมา ให้มันโดนความร้อนด้วยเช่นกัน ก่อนมันจะพองออกเหมือนด้านก่อนหน้า เมื่อแป้งพองและสีได้ที่ก็ตักใส่จาน ตัดมันออกเป็นชิ้นๆ กินกับแกงกะหรี่ กินเปล่าๆ หรือราดนมข้น ขณะที่ในร้านอาหารก็มักจะเสิร์ฟกับน้ำจิ้มสะเต๊ะหรือ peanut sauce (เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า satay sauce) เช้านี้ ใจเปิดตู้เย็น หยิบแป้งโรตีออกมาวางบนกะทะร้อน แล้วก็นั่งพิจารณาโรตีที่กำลังพองอยู่ในกะทะร้อนๆ อย่างตั้งใจ….. นี่คือสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตที่เราได้พบเจอ นอกเหนือจากเรื่องสถานที่ และสภาพอากาศที่แตกต่างจากบ้านเราอย่างชัดเจน ก็ยังมีโรตีให้เราได้เรียนรู้และรู้จักมันด้วย โรตีก็เหมือนชีวิต บางทีเราก็มักจะมีอะไรใหม่ๆ ให้ได้ลิ้มลองเสมอ….. ลูกสาวเจ้าของร้านอาหารไทยที่ใจทำงานอยู่พูดประโยคหนึ่งกับใจวานนี้ ซึ่งเข้ากันกับเรื่องที่ใจเขียนในตอนนี้ได้ดี เธอบอกว่า “แม่บอกว่า ทำอะไรได้ก็ทำ ทำอะไรไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ ดีกว่า…ไม่ได้ทำอะไรเลย” เหมือนจะจริง …. แม้จะไม่เกี่ยวอะไรกับโรตี แต่ใจก็มันเข้ากันดี…. Random PostsDiscussion2 comments for “โอ้…โรตี”Post a comment |
เห็นแล้วหิวเลยยยยยยย
หน้าตามานจะออกมาเปงสีนี้จริงๆเหรอคะ พี่ใจ
ตุ๊กว่ามานออกจะไหม้แล้วอะป่าว..55