วันนั้นที่ Queenscliffเราขับรถออกนอกเส้นทาง Great Ocean Road เส้นเดิมที่เราเคยไปหนก่อนหน้าเมื่อปีกลาย เพียงเพราะหวังว่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็น และก็เช่นเดิมแม้จะไม่รู้ว่ามันมีอะไรที่นั่นบ้าง เราก็ยังตัดสินใจที่จะดั้นด้นที่จะไปกันอยู่ดี โดยปกติแล้วเส้นทาง Great Ocean Road ในเมลเบิร์นนั้น หากเริ่มจากตัวเมืองเมลเบิร์น มักจะต้องขับผ่าน Geelong เมืองท่าเรือสำคัญของเมลเบิร์น จากเมืองนี้อีกไม่ไกลก็จะเข้าสู่เขตการแวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ที่สำนักงานการท่องเที่ยวเขาแนะนำเอาไว้ในแผนการท่องเที่ยว Great Ocean Road หลังจากเมื่อปีกลายเราผ่าน Geelong และท่องไปตามเส้นทางไม่มีผิดเพี้ยนที่เขาแนะนำเอาไว้ หนนี้เราตัดสินใจออกนอกเส้นทางกันเล็กน้อยตามที่เราจะมีเวลาไปได้
โดยเราเลี้ยวตัดผ่าน Geelong ไปยัง Queenscliff ส่วนปลายด้านหนึ่งของเมือง Geelong ซึ่งเป็นสถานที่ที่บรรจุเอาไว้ว่าเป็นเมืองเล็กที่น่าสนใจ และนักท่องเที่ยวก็ควรจะมีโอกาสได้ไปเยือนกันสักหน (ใจแวะเวียนไปเมืองเล็กที่รัฐแนะนำเอาไว้เป็นจำนวนไม่น้อย หลายเมืองที่แนะนำและเขียนถึงก่อนหน้าก็เป็นส่วนหนึ่งของคำแนะนำเหล่านั้นด้วย) Queenscliff ในรูปภาพสวยงามน่าไปเยือนไม่น้อย ประภาคารหลังคาสีเขียวเด่นตระหง่านข้างทะเล และอาคารหลังเล็กๆ ที่อยู่ตรงปลายสะพานยาวที่ทอดผ่านเข้าไปในทะเล เพียงพอที่จะล่อตาล่อใจให้เราไปยลด้วยตนเอง แม้จะต้องขับรถออกนอกเส้นทางและย้อนกลับทางเดิมเกือบร้อยกิโลเมตรก็ตามที บางครั้งสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรค่าแก่การออกแรง ไม่ได้มีแต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะเหมาะแก่การตามหาและครอบครอง เราตรงดิ่งมาถึงที่หมายโดยไม่แวะจอดข้างทางให้เสียเวลา ปล่อยให้สายตาชมความงามและเก็บบรรยากาศรอบข้างเอาไว้เพียงเท่านั้น และนั่นก็ทำให้เรามาถึงที่ Queenscliff ก่อนที่เข็มนาฬิกาจะบอกเวลาเที่ยงตรงของวัน Queenscliff ไม่ใหญ่นัก เมืองเล็กๆ ติดชายทะเลขับรถไม่กี่นาทีก็วนไปทั่ว พอรถของเราเลี้ยวเข้าเขต town centre เราก็พบกับสำนักงานแนะนำการท่องเที่ยวเด่นตะหง่าน มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ติดๆ กันไม่กี่เมตร เราเดินเข้าไปในหาเจ้าหน้าที่ในสำนักงานการท่องเที่ยว ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ภาพอาคารหลังเล็กๆ ที่อยู่บนสะพานไม้ยาวกลางทะเลบนโปสการ์ดที่วางขายแก่นักท่องเที่ยว และเอ่ยปากถามเจ้าหน้าที่ว่า “ฉันอยากจะไปที่นี่ จะได้ได้อย่างไร” คุณลุงผมขาวไม่ทำให้เราผิดหวังเหมือนกับสำนักงานการท่องเที่ยวที่อื่นๆ ที่เราเคยไปมา เขาฉีกแผนที่บนเล่มหนาออกมาให้เรา เอาปากกาจิ้มและอธิบายการเดินทางแบบลากเส้นไปบนแผนที่อย่างเข้าใจง่ายๆ จนปลายปากกาไปหยุดตรงจุดที่มีรูปของสะพานไม้นั้นถืออันเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นที่ลากมาตั้งแต่ต้น ก่อนออกไป คุณลุงแนะนำให้เราเดินทางไปชมเมืองด้วยระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะเป็น Swan Bay หาดสำคัญของเมืองที่เราขับผ่านมาตั้งแต่แรก และประภาคารหลังคาสีเขียวเหมือนกับในโปสการ์ดอีกใบหนึ่งที่อยู่บนชั้นขายโปสการ์ดแบบมือหมุนมันได้รอบ เมื่อเดินออกมาใจได้โปสการ์ดสองใบติดมือกลับมาด้วย หนึ่งใบนั้นใจเขียนข้อความทรงไปใจความสั้นๆ บอกและส่งมันกลับมาหาถึงที่พักของตนเอง นี่เป็นโปสการ์ดใบที่สองที่เราเริ่มส่งหาตัวเราเอง มันเป็นการบันทึกความทรงจำของเราเอาไว้ว่าเราเดินทางไปไหนมาบ้าง และหวังว่าวันหนึ่งโปสการ์ดจะถูกแปะไว้ที่ผนังบ้าน เพื่อให้เราได้ชื่นชมผลงานการเดินทางของตัวเราเอง วันนี้ที่ Queenscliff ช่างเงียบงัน มีผู้คนเดินผ่านไปมา และมีนักท่องเที่ยวเพียงจำนวนหนึ่งเดินสวนผ่านเราไประหว่างการเดินเท้าชมเมือง แม้จะอย่างนั้น มนต์ขลังของความเป็นเมืองเก่าที่ถูกค้นพบด้วยชาวอังกฤษที่เข้ามาบุกเบิกพื้นที่ก็ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วทั้งเมือง ว่ากันว่าก่อนหน้าจะเป็น Queenscliff ที่นี่เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Shortland’s Bluff ก่อนจะได้รับการเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1853 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Queen Victoria ซึ่งเป็นผู้ปกครองสหราชอาณาจักรในยุคนั้น และในปีเดียวกันกับที่มีการเปิดทำการของที่ทำการไปรษณีย์ประจำเมืองให้บริการแก่ประชาชนด้วย แต่เดิม Queenscliff เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง จนกระทั่งต่อมากลายเป็นเมืองขนส่งทางเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งในน่านน้ำทะเลยาวของรัฐวิคทอเรีย และนั่นส่งผลให้มีการสร้างประภาคารสำหรับส่องแสงสำหรับนักเดินเรือในช่วงปี ค.ศ. 1862-63 ไม่เพียงเท่านั้น Queenscliff ยังเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือของรัฐบาลจนถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งประภาคารสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ของทหาร นักท่องเที่ยวเริ่มสนใจและให้ Queenscliff เป็นหนึ่งในจุดหมายการเดินทางกันมากขึ้น ทำให้ในเวลาต่อมามีการเปิดให้บริการเดินทางด้วยรถไฟจากเมลเบิร์นมุ่งหน้ามายัง Geelong มีการเปิดให้บริการโรงแรม มีโรงแรมหลายแห่งเปิดให้ทำการและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมายาวนาน เช่น โรงแรม The Palace Hotel ที่สร้างในปี 1879 และในภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Esplanade Hotel เป็นต้น โดยประภาคารหลังคาสีเขียวที่ตั้งอยู่ในเขตทหารนั้นเปิดให้ชมในช่วงบ่ายโมงของวันทำการ นักท่องเที่ยวหาข้อมูลและสอบถามเวลาการเข้าชมก่อนได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวของเมือง ในวันที่เรามาถึง Queenscliff สะพานไม้ปิดซ่อมแซม ทำให้เราชมภาพความงามของมันได้จากระยะไกลเท่านั้น เช่นเดียวกันกับประภาคารในเขตทหารที่สองสามีภรรยานักท่องเที่ยวผมทองบอกกับเราว่า เราต้องรออีกร่วมชั่วโมงกว่าจะชมได้ เราจึงตัดสินใจที่จะชมความงามของ Queenscliff เท่าที่จะเป็นไปได้ และปล่อยให้มันอยู่ในความทรงจำแบบนอกเส้นทางการเดินทางของเราเอาไว้ เมื่อกลับมาถึงบ้าน โปสการ์ดที่มีรูปสะพานไม้ยาวกลางทะเลวางอยู่บนโต๊ะรอเราแล้ว เราอ่านข้อความที่มีใจความว่า “เราอยู่ที่ Queenscliff ” ภาพความทรงจำในวันนั้นก็เริ่มผุดขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ นอกเหนือจากโปสการ์ดที่ประทับตราว่ามาจาก Queenscliff จะเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเราไปถึง Queenscliff กันแล้ว ก็เห็นจะมี “ความทรงจำ” นี่แหละที่จะบอกได้ดีว่าเราไป Queenscliff มาแล้ว….เช่นกัน… http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157624237715168/ Related PostDiscussionOne comment for “วันนั้นที่ Queenscliff”Post a comment |
คนที่นั่นดีจัง วันอังคารดูตี10 แฉแก๊งแมวน้ำปล้นทรัพย์ในกระเป๋าใต้ท้องรถทัวร์ทำไทยฉาวไปทั่วโลก T_T