ไปเลยที่เชียงคานใจไม่เคยไป “เลย” แบบตั้งใจสักหน หนไหนก็ขับรถผ่านเลยไปทุกครั้ง อีสานที่ว่าไปมาหลายย่านแต่ว่าก็เลย “เลย” ไปทุกที … ต่างจากหนนี้แม้ที่จะไม่ได้ตั้งใจจะไป “เลย” ตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ก็มาจบที่ “เลย” แบบไม่เลยผ่านอีกต่อไป หลังจากเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่กลางเดือนมกราคม เพื่อเดินทางไปลาวในรอบสอง ทั้งๆ ที่เดือนที่ผ่านพ้นก็เพิ่งจะไปลาวมา 8 วัน ใจยังจะย้อนกลับไปลาวอีกครั้ง มาถึงตรงนี้ หลายคนคงจะได้คำตอบว่าใจหายหน้าไปไหนตั้งครึ่งเดือน นั่นเป็นเพราะใจออกจากบ้านไปเมืองปากแบง ล่องเรือเร็วไปหลวงพระบาง ต่อไปยังวังเวียง โผล่เวียงจันทร์ นั่งรถอินเตอร์บัสออกหนองคายมายังอุดรธานี นั่งรถอุดร-เลย และต่อรถอีกรอบไปยังเชียงคาน เมืองที่กำลังเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวที่อยากจะหลีกหนีปาย….
ใจไปถึงเมืองเชียงคานของเลยในวันอังคาร วันกลางสัปดาห์แบบนี้ มีนักท่องคนไทยหัวดำอย่างเราๆ น้อยนัก มีฝรั่งไม่กี่ชีวิตเดินผ่านไปมาให้เห็น เช่นเดียวกันกับทริปลาวที่เพิ่งจะผ่านมา 6-7 วันในลาวหลายวันที่ผ่านมา ใจพบเจอคนไทยในช่วงปลายสัปดาห์เสียมาก ขณะที่วันกลางสัปดาห์แทบจะไม่เห็นคนไทยเดินเพ่นพ่านไปมานัก คนลาวคนหนึ่งตั้งคำถามกับใจว่า “ไม่ค่อยเข้าใจว่าคนไทยมาเที่ยวลาววันหยุดทำไม ในเมื่อวันหยุดบางสถานที่ บางร้านเขาก็หยุดทำการกัน” …นั่นสินะ ใจเองก็ตั้งคำถามแบบนี้มาเสมอ ดังนั้น น้อยนักที่จะเห็นใจเดินทางไปเที่ยวในวันหยุดยาวๆ วันหยุดสุดสัปดาห์ หากเลือกได้ใจก็มักจะเลือกเดินทางในวันกลางสัปดาห์เสมอ “เชียงคาน” ผุดขึ้นมาในหัวของใจ หลังจากที่ไม่อยากจะเข้ากรุงเทพฯ ก่อนวันนัดหมายกับสถานฑูตออสเตรเลียแบบเร็วเกินไป หลังจากคิดอยู่นานว่าจะไปไหนดี ใจมีเวลาสองวันก่อนเข้าไปถึงกรุงเทพฯ เพราะออกจากลาวเร็วกว่าที่กำหนด สุดท้ายใจก็ใช้ชีวิตเป็นนักท่องเที่ยวแบบไร้แผนการณ์ด้วยการเดินทางออกจากเวียงจันทร์มายังเชียงคานในท้ายที่สุด เชียงคานอาจจะเป็นที่รู้จักของใครหลายคนมากยิ่งขึ้นในช่วงนี้ หนึ่งเพราะ หลายคนมองหาที่เที่ยวใหม่ต่อจากปาย สองอาจจะเพราะคนไทยมีค่านิยมขับรถออกจากบ้านไปพักตากอากาศต่างเมืองมากขึ้น และสามอาจจะเพราะความเป็นเชียงคานเองที่มีจุดขายในตัวของมันเอง ตัวอำเภอเชียงคานห่างจากตัวเมืองเลยเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง มีรถติดแอร์และแบบสองแถวขนคนมาส่งที่นี่ตลอดทั้งวัน รถจะมาส่งคนแถวสามแยกกลางเมือง ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเรียกตุ๊กๆ เข้าไปยังจุดที่เรียกว่า “จุดขาย” ของที่นี่ ถนนเส้นเล็กๆ ติดขอบโขง หรือที่เรียกว่า “แคมของ” แบบคำพูดของคนลาว สองข้างถนนเป็นบ้านไม้รุ่นเก่าที่รับช่วงต่อกันมาหลายชั่วอายุคน แต่เดิมย่านนี้เป็นย่านธุรกิจอันเลื่องชื่อของคนจีนที่เข้ามาค้าขายในเมืองเชียงคาน ปัจจุบันบ้านไม้ยังไม่เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม บ้านไม้ยังเป็นบ้านไม้ แต่มีการเข้ามาทำธุรกิจ “ฮิปๆ” ของคนนอกถิ่นจำนวนหนึ่ง บวกกับการเปลี่ยนผันอาชีพแต่เดิมของคนในท้องถิ่นมาเป็นธุรกิจทันสมัย เพื่อเรียกนักท่องเที่ยวเข้ามาในท้องถิ่น ตึกเก่าที่ไม่ปลี่ยนไปไหนกลายเป็นจุดดึงดูดให้คนขับรถมาเสียไกลถึงเชียงคาน ในวันที่ใจไปถึง ใจไม่รู้ว่าจะพักที่ไหน จนกระทั่งลุงคนขับตุ๊กๆ พาไปส่งกลางถนนที่ว่า และบอกเราว่า “เลือกเอาเลย มีเยอะมาก” ใจยอมรับว่า “มันเยอะมาก” อย่างที่ลุงเขาบอกเอาไว้ บ้านไม้หลายหลัง เปลี่ยนสภาพเป็นบ้านพักแบบที่เราจะมีโอกาสได้เห็นและใช้ข้าวของร่วมกับเจ้าของบ้านหรือ “โฮมสเตย์” บ้านทั้งเก่า ทั้งเก่าปรับปรุงบางส่วน ใหม่ปลูกสร้างเหมือนเก่า เปลี่ยนไปเป็นโฮมสเตย์กันเสียมาก ขณะที่บางบ้านปรับปรุงให้เป็นโรงแรม บางจุดเป็นเกสต์เฮ้าส์ เมื่อตัดสินใจจะพักในเกสต์เฮ้าส์ที่เพิ่งจะเปิดให้บริการเมื่อไม่กี่วันก่อนที่ใจจะเดินทางมาถึง ใจก็วางกระเป๋า ออกจากห้อง ขอจับของจักรยานหน้าเกสต์เฮ้าส์ที่เปิดให้บริการฟรีแก่ลูกค้าปั่นไปรอบๆ ที่นั่น ตึกเก่าหลายหลังไม่เปิดหน้าบ้าน บานประตูไม้ของบ้านหลายหลัง ปิดล็อคด้วยกุญแจลูกโต ในเวลาต่อมาใจถึงได้รู้ว่า เจ้าของไม่เปิดทำการ จนกว่าจะถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีนักท่องเที่ยวนอกถิ่นมามากกว่าวันกลางสัปดาห์เช่นนี้ ใจปั่นจักรยานไปรอบเชียงคานสองวันซ้อน กล้องดิจิตอลตัวเล็กที่ใช้มานานหลายปีของใจทำงานหนักอีกครั้งเมื่อมาถึงที่นี่ แม้ประตูบ้านหลังจะงับจะปิดทำการก็ตาม บางทีใจก็ทักทาย “สวัสดีค่า” ชาวบ้านที่นั่ง เดิน วิ่ง และกำลังทำงานอยู่แถวนั้น วันที่สองใจถึงรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังหาเสียงเลือกตั้งอะไรเทือกนั้น ..แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทักทายแบบนี้ทำให้ได้รับรู้ว่าคนแถวนี้เป็นมิตรดีแท้ หลายคนแนะนำให้ไปดูพระอาทิตย์ตก หลายคนชวนเข้าไปทานข้าวแบบฟรี ป้าร้านขายของชำในตลาดรับซักผ้าให้ใจแบบไม่คิดค่าจ้างแพงหูฉี่ … ทั้ง ๆที่ เพิ่งจะได้คุยกันเพียงไม่กี่คำ เชียงคานกำลังเติบโตไปในทิศทางที่มันควรจะเป็น บ้านไม้ยังเป็นบ้านไม้ แต่สิ่งที่อยู่ในบ้านไม้กำลังเปลี่ยนไปตามสมัย ของที่ขาย รวมถึงคนที่เข้ามาอยู่กันมากขึ้น ใจเองได้ยินชื่อเสียงของเชียงคานมานาน เพิ่งจะมีโอกาสได้เข้ามาพบผ่านและทำความรู้จักกับเชียงคานก็หนนี้ ต่างจากพี่สาวคนโตที่บอกเล่าว่ามาเชียงคานตั้งแต่หลายสิบปีก่อน… ได้เห็นเชียงคานในอีกแบบที่ต่างไปจากตาของใจในตอนนี้ แต่ไม่ว่าเชียงคานจะเป็นอย่างไรก็ตาม ใจว่ามันก็ยังงดงามตามวิถีของมัน … แต่.. หากเลือกได้ ใจก็อยากจะเห็นความงามของเชียงคานในวันที่ไร้ผู้คนนอกถิ่นเช่นนี้.. มากกว่าวันที่ใจจะที่ปั่นจักรยานหาเสียงผู้คนไม่ได้เอาเสียเลย พบความงามของเชียงคานผ่านกล้องดิจิตอลกระป๋องของใจได้เพิ่มเติมที่ http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623311882644/ หรือคลิกที่รูป Random PostsDiscussion9 comments for “ไปเลยที่เชียงคาน”Post a comment |
พอได้อ่านแล้วก็กระตุ้นต่อมอยากขึ้นมาทันทีเลยอ่ะ น่าไปเยือนเน๊อะ แต่ต้องหาวันกลางสัปดาห์ไปใช่ไหมจ๊ะ ถึงจะได้ความสงบสุข
หายไปนานมากที่แท้ไปบุกเบิกแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่นี่เอง ดีใจที่ได้อ่านข้อความที่เขียนอีก คิดถึงมากนะ
พอดีดูรูปเชียงคาน ที่พี่ถ่ายมาและอยากไปมากๆๆ ไม่ทราบ มีข้อมูล สถานที่พักราคาถูกๆ บ้างหรือป่าวคะ พอดีๆๆพวกหนูอยากไป แต่งบในกระเป๋ามีน้อย ไงรบกวนแนะนำด้วยนะคะ รบกวนด้วยคะ ขอบคุณมากๆๆคะ
หวัดดีคะ พอดีเห็นรูปที่พี่ถ่าย แล้วอยากไปเที่ยวบ้าง พี่พอมีคำแนะนำ ที่พักราคาถูก ร้านอาหาร หรือเบอร์โทรติดต่อให้หนูบ้างหรือเปล่าคะ
รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณคะ
เข้ามาอ่านแล้วววว…สนุกเหมือนเดิมนะ ใจ อิจฉาคนได้ไปเที่ยวที่แปลกๆจัง
อยากไปด้วย เสียดาย ใจ มีคนข้างๆไปด้วยกันแล้ว…….มาแบ่งปันความสุข
ให้คนอื่นแล้ว ต้องให้ตัวเองมีความสุขมากๆด้วยเช่นกันนะครับ
เรื่องที่พักนี่พี่ไม่รู้จะแนะนำยังไงดี ที่นั่นมีเยอะมาก คิดว่าไม่น่าจะขาดแคลนเรื่องที่พักแน่ๆ ที่พี่พักนั้นก็ไม่แพง ห้องคู่อยู่ที่ 400, 450 ที่นี่มีเพียง 4 ห้อง สองห้องอยู่ชั้นบน อีกห้องอยู่ข้างล่าง อีกห้องอยู่ด้านหน้าเป็นห้องรวมนอนได้ 4 คนประมาณนั้น ราคาไม่หนีไปจากนี้เลยจ้ะ หากจะเดินทางไป ก็มีรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ไปลงที่จังหวัดเลยหรือเชียงคานเลย ลองแวบไปที่หมอชิตเลยจ้ะ มีหลายบริษัทให้เลือก หากไปลงเลยก็ต่อรถไป มีรถของนครชัยไปเชียงคาน คนละ 34 บาท ติดแอร์เย็นเจี๊ยบจ้ะ ราคาของค่ารถทัวร์จากกรุงเทพฯ ไปเลย แล้วแต่จะเดินทางแบบไหนจ้า สงสัยอะไรถามกลับมาใหม่เด้อ
อ้าว ไปเลยไม่บอกนิ จะให้แวะกินส้มตำเจ๊เหน่อย อร่อยเทพ
ขอบคุณคะ สำหรับคำแนะนำ
ขอบคุณมากๆๆคะพี่ใจ (เมื่อกี้พิมพ์แล้วไม่ชึ้นอะ เศร้าๆๆ )