The Hub : พิพิธภัณฑ์จักรยานของ Alan Bateในคืนที่มืดมิด แสงของไฟหลอดสีสวยส่องสว่างให้ “The Hub” พิพิธภัณฑ์จักรยานแห่งใหม่และแห่งเดียวกลางใจเมืองเชียงของ โดดเด่นและน่าสนใจขึ้นทันทีในสายตาของผู้มาเยือนอย่างเรา หลายวันก่อนหน้า เพื่อนสาวร่วมชั้นประถม มัธยม ที่คบหากันมานานจนถึงบัดนี้ เอ่ยปากชักชวนให้แวะเวียนไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่ว่า พร้อมกับสาธยายความงดงามหลายประการเอาไว้ล่วงหน้า ในใจความล้วนแล้วแต่สอดแทรกคำบรรยายสรรพคุณของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่งในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ใจก็มีโอกาสได้แวะเวียนเข้าไปที่ The Hub สมใจเพื่อนสาว…
ในวินาทีแรกที่ได้พบหน้ากับ The Hub ใจยอมรับว่านี่อาจจะเป็นสิ่งปลูกสร้างหนึ่งเดียวของเมืองนี้ที่ใจไม่เคยเห็นว่าจะมีใครเหมือน และเหมือนใคร และหากไม่นับกับถนนสี่เลนส์ที่รัฐบาลกับเร่งสร้างให้กับพิธีวางศิลาฤกษ์สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเมืองนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของเมือง ใจก็ว่า The Hub น่าจะเป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดของเมืองนี้เช่นกัน
หลังเดินทางไปทั่วโลก เขาตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตของเขาในบั้นปลายอย่างถาวรที่เชียงของพร้อมกับภรรยา “มาริโอ” บุตรชายตัวน้อย และเจ้าขนุนหมาพันธุ์ปั๊กที่ฟังออกทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ปีนี้นับเป็นปีที่ 5 ของการใช้ชีวิตที่นี่พร้อมกับครอบครัว ขณะที่เขายังคงเดินสายทัวร์แข่งขันปั่นจักรยานทางไกลอยู่เช่นที่ผ่านมา จนกว่าอีกหลายปีข้างหน้าจะมาถึง ซึ่งเป็นปีที่เขาจะตัดสินใจออกจากการแข่งขันด้วยเพราะวัยที่เหมาะสมในการเลิกปั่นจักรยานในฐานะนักปั่นมืออาชีพ แต่ปีนี้กลับเป็นปีแรกที่เขาได้ทำตามความฝันอีกอย่างหนึ่งให้เป็นจริง นอกเหนือจากการเข้าสู่สังเวียนนักปั่นตั้งแต่วัย 18 นั่นก็คือ การสร้างพิพิธภัณฑ์จักรยาน ในสถานที่ที่เขาเรียกว่า “บ้าน”
จักรยานหลายสิบคัน ทั้งคันแรกที่เขาได้รับการสนับสนุนเพื่อเข้าร่วมแข่งขันระดับโลก และทุกคันที่เขาใช้ในการแข่งขันในเวลาต่อมา จักรยานหลายคันเข้าทำเนียบ “คลาสิก” เพราะไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ นั่นเป็นเพราะความเป็นต้นแบบ ความเก่าและมีประวัติอันยาวนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าทึ่ง จักรยานคันหนึ่งบนเรือนไม้ชั้นสองอยู่บนสูงกว่าใครเพื่อน มีอายุนับร้อยปี ว่ากันว่านี่เป็นหนึ่งในเพียงไม่กี่คันที่มีอยู่บนโลกนี้ จักรยานอีกคันจอดนิ่งอยู่ด้านล่าง Alan บอกว่านี่เป็นจักรยานที่ แอล เอ ไบซิเคิลผลิตขึ้นเพียง 4 คัน และแจกจ่ายไปตามสถานที่แต่ละแห่งในแต่ละภูมิภาค และหนึ่งในคันที่สมควรจะอยู่ในภาคเหนือก็อยู่ที่บ้านของ Alan จักรยานบังคับด้วยล้อหลังจอดอยู่ตรงกันข้ามกัน ขณะที่จักรยานรูปทรงแปลกตาเพราะว่าเป็นจักรยานที่ใช้วัสดุในการออกแบบให้สามารถทำความเร็วได้ดียิ่งยวดก็จอดอยู่ไม่ห่างกัน บ้านสองชั้นไม่เพียงเต็มไปด้วยจักรยานแต่ทุกอณูของตัวบ้านต่างเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ Alan นึกถึงคนเดินชม เขาเอาชิ้นส่วนของจักรยานหลายชิ้นมาประดิษฐ์เป็นของตกแต่งบ้าน ห้องน้ำ และเก็บของใช้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับจักรยานใส่ตู้ให้ผู้คนได้ชม ไม่เว้นแม้กระทั่ง กล่องนม และถุงขนมที่มีรูปจักรยานแปะอยู่ด้านหน้า ฝาบ้านเต็มไปด้วยกรอบรูปจากการแข่งขันและทุกอย่างที่เกี่ยวกับจักรยาน ระหว่างทางเดินลงบันไดข้างหนึ่งของตัวบ้าน Alan เอากรอบรูปที่ด้านในมีลายเซ็นต์ของ The Rolling Stone ครบทีมมาแสดงโชว์ ข้อความที่อยู่ติดกับลายเซ็นต์มีข้อความที่ศิลปิน Rock ยักษ์ใหญ่ระดับโลกกล่าวขอบคุณ Alan และนั่นบอกถึงคุณค่าที่ไม่สามารถประเมินได้เป็นตัวเงิน แต่เต็มไปด้วยคุณค่าทางจิตใจทั้งแก่ตัวเขาและผู้ได้ชื่นชมไปกับเขา The Hub เปิดให้บริการแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย ทางเข้าของ The Hub มีจักรยานคันเก่าจอดอยู่หน้าปากซอย พร้อมคำเชื้อเชิญ เหมือนกับด้านหน้าที่มีจักรยานให้เราทดลองได้ขับวนในซอยด้วยเช่นกัน กลางคืน The Hub เปลี่ยนร่างเป็นผับเล็กๆ ที่ให้ผู้คนได้นั่งดื่ม และกินอาหารเคล้าเพลงเบาๆ ที่ๆ ไม่ได้อึกทึกคึกโครมสร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้าง หลังจากค่ำคืนที่พบหน้า The Hub ครั้งแรก เช้าวันรุ่งขึ้นใจก็บึ่งรถไปจอดที่ด้านหน้าของThe Hub อีกหน เพื่อพบปะกับ Alan และนั่งพูดคุยกับเขาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตอนหนึ่งของการสนทนากับนักปั่นจักรยานระดับโลกรายนี้ ใจเปิดประเด็นที่อยากจะได้ยินจากปากของเขาเอง “มันเป็นเรื่องยากที่คนท้องถิ่นอย่างเราจะเข้าใจ หากมีฝรั่งนอกถิ่นมาอยู่ข้างๆ บ้านแถมยังเปิดพิพิธภัณฑ์ที่กลางคืนกลายเป็นผับแบบนี้ เพื่อนบ้านของคุณว่าอย่างไรบ้าง?” Alan ยิ้มที่มุมปากพร้อมกับตอบว่า “ผมรักเพื่อนบ้านและผมเชื่อว่าเพื่อนบ้านก็จะเอ็นดูผม เราอยู่กันอย่างเป็นมิตร ในอีกสองเดือนข้างหน้าเราจะร่วมกันปิดถนนรอบๆ ในอาณาเขตราว 2 กิโลเมตรเพื่อจัดงานจักรยานนานาชาติ เพื่อนบ้านก็จะมีส่วนร่วมไปกับเราด้วย” หลังจากวันนั้นใจเองได้มีโอกาสได้รับรู้และพบปะเรื่องราวของ Alan อีกหลายครั้ง เขาไม่ใช่ฝรั่งที่ปั่นจักรยานไปมาผ่านหน้าบ้านใจอีกต่อไป แต่เป็นฝรั่งที่เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์จักรยานหนึ่งเดียวที่ใจยืนยันได้ว่าไม่มีที่ไหนในเมืองและในประเทศ…ที่น่าชมเท่านี้ พิพิธภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่โหยหาอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอๆ พอๆกับ การเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้ฝันของ Alan เป็นจริงอีกอย่างหนึ่งด้วย แวะเวียนไปชมพิพิธภัณฑ์จักรยานของ Alan ได้ที่ 172 หมู่ 8 ต.เวียง อ.เชียงของ จ. เชียงราย ปล. อีกไม่นานข้างหน้านี้ Alan จะมีกิจกรรมในการปั่นจักรยานทำสถิติรอบโลกเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติให้กับในหลวงของเราด้วย…เอาไว้มีโอกาสจะแวะเวียนมาเล่าให้ฟังกันต่อ ดูรูปเพิ่มเติมในอัลบั้มที่ http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157623105879434/ Random PostsDiscussion5 comments for “The Hub : พิพิธภัณฑ์จักรยานของ Alan Bate”Post a comment |
เป็น Museum ที่น่าสนใจไปเยี่ยมชมมากๆ ต้องหาโอกาสไปซะแล้ว
แวะมาเจิม อยากดูรูปแมวบ้างพี่ใจ เค้าชอบแมวววววว
ถูกใจห้องน้ำที่สุด !!
สวยและแปลกตามากมาย และประวัติที่ไม่ธรรมดาจริงๆครับ
อยากได้เบอร์โทรศัพท์ของ The Hub ครับ