ติสก์แตกแบกกระเป๋าไปลาวพักนี้ต่อมติสก์ใจแตก อาจจะเพราะมีอะไรหลายๆ อย่างให้หัวสมองได้ขบคิด ช่วงเวลาวิกฤติบางอย่างคืบคลานเข้ามาใกล้เพราะวางแผนชีวิตเอาไว้ผิดพลาดพอสมควร ครั้นจะให้ด่วนตัดสินใจแบบบุ่มบ่ามก็หาใช่ที่ แต่อยู่กับที่ก็ไม่เห็นทางออกที่ดีสักเท่าไร ว่าแล้วใจก็เลยตัดสินใจแบกเป้หนีชีวิตลำเค็ญไปหาชีวิตที่ลำเค็ญกว่าที่ลาวยาวนานถึง 7 วัน ใจเพิ่งกลับมาถึงที่นี่เมื่อวานซืน รวมแล้ว 7 วัน 7 คืนซ้อนที่ต้องเร่ร่อนไปเรื่อยๆ ในลาวพร้อมกับเพื่อนอีก 3 ชีวิต กลับมาสู่ชีวิตความเป็นจริงที่มีไข้หวัดกินตัวและจมูก ขี้มูกเต็มสมองกันตามเดิม
ใจคิดไม่มากนัก เมื่อเพื่อนน้อยชักชวนแบกกระเป๋าออกเดินทางไปลาว แบบยังไม่กำหนดวันกลับ แม้เงินในกระเป๋าจะไม่ค่อยมีนัก แต่สุดท้ายใจก็รู้สึกว่า มันทำใจมีลมหายใจใช้ชีวิตไปต่อได้ ดีกว่าปล่อยให้ลมหายใจแผ่วเบาอยู่กับบ้านอย่างเช่นทุกวันก่อนหน้า เราเริ่มเดินทางจากเชียงของข้ามฝั่งไปห้วยทราย แขวงบ่อแก้วของลาว ต่อเรือสปีดโบ๊ท เรือหางยาวล่องไปยาวเกาะแก่งของแม่น้ำโขง เรือหนึ่งเดียวในโลกที่ใส่หมวกกันน็อคระหว่างเดินทาง ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือแบบนี้อยู่ราว 3 ชั่วโมงก็ไปโผล่ที่เมืองปากแบง เมืองที่คาราบาวเคยพูดถึงไว้ในเพลงของตัวเอง เมืองที่หลังสี่ทุ่มจะมืดมิดเพราะไฟฟ้าแบบที่ใช้ไดนาโมปั่นจะหยุดทำงาน และเปิดทำการอีกครั้งในราว 6 โมงเย็นของวัน นอนที่นี่ 1 คืนก็นั่งรถบัสต่อไปเมืองอุดมไซย เมืองใจกลางการขนส่งขนและสินค้าจากจีน เช้ามาหนีไปเมืองล้า แวะไปไหว้พระศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเสี่ยงเซียมซีบอกว่าปีนี้จะได้ลูก… แวะโบกรถบัสข้างทางไปยังเมืองขวา เมืองเหนือสุดของลาว ชายแดนเดียนเบียนฟูของเวียดนาม เมืองที่ปีที่แล้วมีคนไทยแวะไปทั้งปีแค่ 55 ราย เมืองล้อมรอบด้วยเขา และมีแม่น้ำสองสายผ่ากลาง วุ่นวาย ท่ามกลางความงดงาม ที่นี่มืดหลังสี่ทุ่มเพราะไฟฟ้าไม่มีเหมือนที่ปากแบง ต้องนั่งรถบัสมาเกิน 3 ชั่วโมง ขับรถตามแม่น้ำพากมาเรื่อยๆ ปลายสายแม่น้ำพากเป็นเมืองขวา…. เราล่องเรือจากเมืองขวา ตั้งแต่ 9 โมงถึงเมืองหนองเขียวตอนห้าโมงเย็น เมืองหนองเขียวเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่คนไทยเริ่มรู้จักต่อจากวังเวียง แวะนอนที่นี่หนึ่งคืนก่อนมีคนขับรถตู้ใจดีชักชวนนั่งแวนต่อไปยังหลวงพระบางแบบคิดว่าตั๋วเท่ากับรถตู้โดยสารปกติ แวะนอนที่หลวงพระบาง 2 คืนกลับตีรถกลับมาที่ชายแดนแถวบ้าน ด่านปิดเราข้ามกันไม่ทัน แวะนอนก่อนให้ตะวันโด่งก็ข้ามโขงกลับบ้าน…ปิดฉากการเดินทางแถบลาวเหนือทั้งหมด 7 วัน 4 คน ไปไม่ถึงวังเวียง เวียงจันทร์…ลาวกลางอย่างที่คิด นี่คือชีวิตคนติสก์แตกในรอบหลายวันที่ผ่านมา กลับมาก็ยังหาทางออกให้กับชีวิตตัวเองไม่ได้อยู่ดี ติสก์แตกกันต่อไป…. Related PostDiscussion8 comments for “ติสก์แตกแบกกระเป๋าไปลาว”Post a comment |
อิจฉาคนได้ไปเที่ยวธรรมชาติๆแบบนี้จังครับ ผมเคยไปแต่เวียงจันทน์ ถึงจะบรรยากาศดีกว่าหัวเมืองใหญ่ๆของไทยก็ตามที แต่การเข้าถึงธรรมชาติลึกๆแบบพี่ใจนั้น ยังไม่ ไปนอนทุ่งกองฟางก็ยังไม่ใช่ แหะๆ
เสาร์นี้จะไปหลวงพระบาง-วังเวียง 8 วันครับ ไม่รู้อากาศที่นั่นเป็นยังไง
เซียมซีบอกว่าปีนี้จะได้ลูก huhuhuhu…..
really?
เว็บบล็อกอะไรกันหนอ ?
แวะมาอ่านตาม @idayblog ครับ อ่านสนุกดี เหมือนได้ไปเที่ยวเองเลย
คุ้มค่าแล้วครับ ที่ได้มีโอกาสเที่ยว หลาย ๆ คนยังต้องนั่งงก ๆ อยู่จอคอมฯทำงานต่อไป
ปีนี้จะได้ลูก … จะทันเหรอคะนี่
เพื่อนเคยชวนไปลาวหลายครั้งแล้วทั้งไปเที่ยว ปั่นจักรยาน แต่ไม่มีโอกาสไปซักที อยากไปมาก แต่กลัวไปแล้วไม่อยากกลับกทม. อิๆ