// you’re reading...

Australia Trip

เธอ ฉัน กับหนึ่งวันใน Daylesford

เราต่างหันมามองหน้ากัน เมื่อรถวิ่งฝ่าแนวป่าสองข้างทาง ทะลุผ่านเข้าไปยังตัวเมืองของ Daylesford  ที่นี่ไม่ใช่เมืองใหญ่ แต่เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใจกลางภูเขา เมืองแคบเสียจนมองไม่เห็นคนหัวดำชาวเอเชียอย่างเราต่างจากที่เที่ยวเก่าๆ ที่เราเคยเดินทางมา

เราไม่มีความรู้เกี่ยวกับเมือง Daylesford เหมือนกับสถานที่เที่ยวอื่นๆ ก่อนหน้า ที่โดยมากจะเป็นที่รู้จักและหาข้อมูลได้ง่ายกว่า การนั่งมองภาพวิดิโอแนะนำเมืองที่อยู่ห่างจากเมลเบิร์นไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซึ่งหาได้จากเว็บไซต์แนะนำการท่องเที่ยวประจำรัฐวิคตอเรีย ไม่ได้บอกอะไรมากนักเกี่ยวกับตัวเมืองนี้ นอกเสียจากการเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยต้นไม้…..แต่ถึงจะอย่างนั้น ใจกับออยก็ต่างตัดสินใจที่จะออกจากบ้านในเช้าวันหนึ่งของสัปดาห์ท่ามกลางความหนาวเหน็บ เพื่อมุ่งหน้าไปยัง  Daylesford

อาจจะเพราะเหตุผลที่ง่ายๆ เพียงข้อเดียว เหตุผลที่ว่า ….

“เราอยากไปเที่ยว แต่ไม่รู้จะไปไหนกันดี”

day5

รถของเราทะลุผ่านเมืองไปแล้ว วิ่งมุ่งหน้าออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ ยิ่งนานเข้าสองข้างทางก็เป็นป่าทึบ ที่เผลอนึกไปถึงยามค่ำคืนไร้แสงอาทิตย์ ถนนคงมืดมิดและเหมือนหนังผีดิบของฝรั่งก็ไม่ปาน

ก่อนหน้าที่จะถึง  Daylesford  เราสองคนแวะจอดรถที่เมืองเล็กๆ ห่างจาก Daylesford เกือบยี่สิบกิโลเมตร เหตุเพราะจำเป็นต้องถามทางไป เรามักจะเป็นแบบนี้เสมอ แม้ในมือจะมีแผนที่ ที่หน้ารถของเราจะมีจอ GPS แต่เรากลับหลงขับวกวนเข้าซอกหลืบของเมืองอื่นอยู่เรื่อย แต่นี่ล่ะมั้ง ..ทำให้หลายต่อหลายครั้งเราค้นพบว่า ทางที่ไม่เคยเป็นทางเส้นตรงที่เราจะไป กลับให้อะไรแก่เรามากกว่า

เราอาจจะต้องเดินอ้อมกันบ้าง ต้องออกแรง มีเหงื่อ เพื่อที่จะได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น เราอาจจะไม่ได้เดินตรงกันอย่างเดียว เสียเที่ยว เสียเวลากันอยู่นาน แต่มันก็คุ้มค่า กับสิ่งที่เราอยากจะไปถึง…ใจเดินอ้อมมาหลายครั้ง เดินตรงอยู่บ้างแต่ก็เสียหลักอยู่หลายหน  แต่ตราบใดที่ใจไม่ท้อเสียแล้ว เราก็ยังเดินต่อไปได้ และได้พบเห็นอะไรข้างทางที่ดีอยู่เรื่อยๆ

ออยนั่งรออยู่ที่หลังพวงมาลัย ขณะที่ใจลงจากรถ พะว้าพะวังอยู่สักพัก ก่อนตัดสินใจเดินตรงดิ่งไปหาชายเจ้าของถิ่นหัวทองที่เพิ่งจะจอดรถใกล้ ๆ กับเราเพื่อเข้าไปซื้อของในร้านขายของชำติดๆ กัน เขาไม่รีรอที่จะตอบคำถาม “ให้เราวิ่งตรงดิ่งไปตามทาง ก่อนให้เลี้ยวขวาออกไปทางเดิมที่เรามาในหนแรก ที่นั่นเราจะเจอทางวิ่งยาวไปถึงเมืองที่เราหมายปองเอาไว้”

มันเป็นเรื่องที่จะเข้าใจยากอยู่สักนิด ใจเคยคิดอยู่เสมอว่า คนบางกลุ่มมักจะกลัดกลุ้มคิดถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่าจะต้องเจออะไร หลายคนจึงมักจะวางแผนการเดินทางอย่างดิบดี รัดกุมแม้กระทั่งเส้นทางการวิ่งของรถ บางคนกังวลถึงเรื่องที่พัก ที่กิน และอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง บ้างก็ไม่ได้เห็นภาพของสถานที่ท่องเที่ยวเสียก่อนก็ไม่อยากจะไปเอาเสียเลย ที่ๆ จะไปคือที่ ๆ คนเคยไปแล้วแนะนำกันไปว่ามันดี

แต่สำหรับใจแล้ว…ขอแค่ได้ออกเดินทาง ต่อให้ต้องแวะนอนกันข้างทาง ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ใจก็พร้อม…และยอมแต่โดยดี ขอให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

“มีใจและพร้อมเดินทางไปด้วยกัน”

day4

ตอนนี้นาฬิกาบนข้อมือซ้ายของใจบอกเวลาบ่ายนิดๆ รถวิ่งทะลุป่าทึบไปเพียงลำพังบนถนนเส้นนั้น ไม่มีรถคันอื่นวิ่งสวนทางหรือตามมาแม้สักคัน เป็นเวลานานหลายนาที เมื่อเห็นบ้านคนเราก็ใจชื้น ก่อนจะตื่นตาตื่นใจกับทะเลสาบขนาดเล็กที่ขนาบอยู่สองข้างทาง

ไร่ลาเวนเดอร์สีม่วงบนเนินเตี้ยๆ ที่รถวิ่งผ่าน ทำเอาใจตกตะลึงกับความงามของเมืองในหุบเขาแห่งนี้ บางที….นี่อาจจะเป็นที่หมายอีกที่หนึ่งที่จะทำให้หัวใจของใจหล่นไปอยู่ที่ปลายเท้า พาลต้องกลับมาในคราวต่อไปเสียให้ได้

รถของเราก็มาจอดที่หน้าตึกเก่าโบราณที่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นอาคารที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวในเมือง Daylesford พลขับส่วนตัวของใจพักเหนื่อยอยู่ข้างๆ ปล่อยให้ใจเดินเข้าไปหยิบเอกสารแนะนำการท่องเที่ยวที่วางอยู่บนชั้นของศูนย์บริการเพียงลำพัง

ใจหยิบและคว้าเอกสารมาเสียเต็มมือ รวมถึงแผนที่แผ่นใหญ่ยักษ์ที่บอกที่ตั้งของจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ ในเมืองเล็กแห่งนี้ ก่อนจะเดินเข้าไปถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ ถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไปกัน

ที่นี่ก็ดีอย่างนี้ ไปที่ไหนไม่เคยหลง เพราะมีคนบอกทาง พอๆ กับรัฐบาลก็ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแทบทุกที่ นี่เป็นอีกทริปที่ใจต้องพึ่งพาเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวในการแนะนำข้อมูลการเดินทาง นึกถึงที่เที่ยวบ้านเราบ้าง นอกจาก GPS จะไม่ค่อยตรง บางทีป้ายบอกทางก็พาเราหลงด้วยเช่นกัน ใจไม่ได้หมายความไปเสียหมดว่าบ้านเราไม่ดี จะมีที่ไหนดีกว่าเมืองเราไม่มีเสียแล้ว แต่มันจะดียิ่งขึ้นหากเราทำให้จุดที่ไม่ดีดีขึ้น…

day6

เสวนา ปราศรัยกันสักพัก ก่อนใจจะหันหลังกลับขึ้นรถ …. เพราะใจรู้แล้วว่า นับจากนี้ใจจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี…

“ไปหาอะไรกินกันก่อนไหม??” ใจบอกกับออยที่ยืนคอยอยู่ข้างหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว

ที่นี่แหละ จะเป็นที่หมายของเราก่อนที่ไหน ร่างกายและสมองเราจะไม่มีแรงหากเราไม่ได้นั่งลงหยิบอะไรใส่ท้อง สองเท้าเราจะไม่ก้าว หากไม่ได้ทานข้าวเสียให้อิ่ม กองทัพไม่ได้เดินด้วยข้าว แต่เดินด้วยท้องที่ได้ข้าวไปเต็มๆ

เราจอดรถเอาไว้ตรงนั้น ก่อนเริ่มเดินกันช้าๆ ผ่านวงเวียนที่ไม่มีรถวนผ่านสักคันในช่วงเวลานั้น ข้ามถนนจากนี้ไป เป็นตึกเก่าโบราณที่มีสีตัดกับท้องฟ้าเข้มในวันแดดอ่อนแรง

ลมพัด เรารู้สึกหนาวกันจับใจ แต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่ทำให้เราเหงา หน้าหนาวสำหรับเราแล้วไม่เหงาอีกต่อไป…เมืองนี้สวยจับใจ สวยตรงนี้ตรงที่มีตึกเก่า มีลมหนาวพัด และมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา

day3

Daylesford ยังคงความเป็นเมืองเก่าเอาไว้เหมือนในเอกสารแนะนำการท่องเที่ยวในมือใจบอกเอาไว้ ก่อนถึงยุคตื่นทองบนแผ่นดินออสเตรเลีย Daylesford เคยเป็นเมืองที่ได้รับการขนามนามว่า “ยากที่จะใช้ชีวิตได้” แต่ไม่กี่ปีให้หลังการค้นพบแร่ทองคำบนแผ่นดินของ Daylesford ทำให้สภาพของเมืองเปลี่ยนไป และกลายเป็นสภาพเมืองที่ยังพอหลงเหลือให้เห็นอยู่อย่างเช่นทุกวันนี้

เมือง Daylesford มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นเมืองที่เคยเป็นหนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยจากการค้นพบแร่ทองคำ พอๆ กับเป็นเมืองแห่งทะเลสาบ เมื่อขับรถวนไปไปทั่วเมือง ทะเลสาบน้อยใหญ่จะมีให้เห็นกันอยู่เป็นระยะ ตึกและอาคารในเมืองยังคงสภาพอย่างที่เคยเป็นในยุคตื่นทอง ผู้คนและยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่ทุกอย่างกลับอาศัยอยู่ภายใต้ตึกเก่าแก่เหล่านั้นเช่นเดิม

เมืองแห่งน้ำแร่อย่าง Daylesford ยังได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะหน้าหนาวที่ความหนาวเหน็บทำให้สองข้างทางถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำค้างน้ำแข็งเม็ดเล็กเม็ดน้อยจนขาวโพลน เมื่อสะท้อนด้วยแสงแดด ก็ราวกับมีเพชรอยู่บนยอดหญ้า

day7

ห่างจาก Daylesford เพียงสามกิโลเมตรมีเมืองเล็กๆ อีกเมืองที่ชื่อ Hepburn ทั้งสองเมืองนี้มักถูกเรียกรวมกันว่า “Spa Country” เพราะด้วยความที่เป็นเมืองแหล่งกำเนิดของน้ำแร่ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ทำให้ทั้งสองเมืองมีสปาผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ด โดยเฉพาะที่ Hepburn ที่มีจำนวนของสปามากมายหลายแห่ง

เราเดินข้ามถนนมาแล้ว และมาแวะที่ร้านขายไก่ย่างถ่าน หลังจากตกลงปลงใจกันได้ว่าเราจะเป็นตัวกินไก่ในวันนี้ เราก็เดินตรงรี่ไปหาพนักงานสาว ที่เป็นพนักงานเพียงคนเดียวของร้าน สั่งไก่ครึ่งตัว สลัด และน้ำจิ้มไก่ที่เขียนเอาไว้ที่ป้ายแนะนำว่า “Thai chilli sauce” ชัดเจน

เมื่อถือห่อไก่ออกมาจากร้าน เราเดินกลับมาที่รถ ก่อนขับวนไปเรื่อยเพื่อมองหาที่ที่เราจะนั่งหย่อนกาย มองบรรยากาศเมืองแปลกตา และขยับปากเคี้ยวไก่ย่างไปพลางๆ

day2

รถของเราวิ่งตัดผ่านไปตามถนน เราวนแล้วหนึ่งรอบ  ก่อนขึ้นเขา เข้าไปในสวนสาธาณะของเมือง จุดชมวิวที่สวยงามที่ทางวิ่งดันทะลึ่งเป็นทางตัน…คนขับต้องหันคอถอยรถยาวหลายร้อยเมตร เล่นเอาไม่อยากจะกินไก่กันเลยทีเดียว

เราวิ่งกลับมายังเส้นทางเดิม ก่อนมาหยุดลงตรงที่ Wombat Park บนต้นถนนของตัวเมือง  Daylesford ทะเลสาบเล็กๆ ที่เป็นทั้งแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติเปิดให้บริการฟรีแก่นักท่องเที่ยว และเคยเป็นสถานที่ที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยด้วยทองคำมากที่สุดในแถบนี้เป็นที่พักพิงและกินไก่

เสียงเป็ดอาบน้ำ เสียงเด็กๆ ส่งเสียง เจี๊ยวจ๊าวอยู่ไม่ห่างจากเรานัก เราสองคนต่างนั่งหยิบไก่ในห่อฟอยด์เข้าปากไปพลางมองไปรอบๆ ใจชอบ Daylesford  ก็ตรงนี้ ตรงที่มันไม่วุ่นวาย ผู้คนไม่ค่อยมาก เมืองเล็กๆ สวยงามอย่างที่มันเคยเป็น ว่าแล้วหัวสมองของใจก็คิดไปไกลถึงหน้าหนาวที่เขาบอกว่ามีเกล็ดน้ำค้างแข็งบนพื้นหญ้าเต็มไปหมด โดยเฉพาะตรงที่เรานั่งอยู่ตรงนี้….มันคงจะสวยงามกว่านี้ สวยอยู่แล้วและจะสวยกว่าเดิม

เมื่ออิ่มท้องเราก็ออกเดินทางต่อ  มีทะเลสาบอีกหลายแห่งที่เราอยากจะไป มีเมือง Hepburn เมืองแห่งสปาและน้ำแร่ที่รัฐบาลเหมารวมเอาไว้กับ Daylesford  รอคอยเราอยู่ด้วยเช่นกัน

จนถึงตอนนี้ใจเองหวังเหลือเกินว่า หน้าหนาวหนหน้าใจจะกลับไปเยือนที่นี่อีกครั้ง มันอาจจะไม่ใช่การเยือนแบบที่เราไม่ได้รู้ว่ามีอยู่ข้างหน้า แต่ใจรู้แล้วว่าถ้าใจออกจากบ้านและตั้งใจจะไป Daylesford แล้วใจจะพบกับอะไรบ้าง มันคงจะเป็นแบบนี้ มันเป็นเรื่องจริงที่ไม่ได้อิงนิยาย เราต้องออกเดินทางเสียก่อน เราจึงจะได้เห็นสิ่งที่เราจะไม่เคยได้ล่วงรู้ และเมื่อได้รู้ว่าที่นั่นมีสิ่งที่หมาย ชีวิตของเราก็ไม่ได้ไร้ทิศทางอีกต่อไป

แวะไปดูความงามของ Daylesford   ได้ทั้งหมดที่นี่

http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157621972975625/

day1

Random Posts


Discussion

4 comments for “เธอ ฉัน กับหนึ่งวันใน Daylesford”

This website uses IntenseDebate comments, but they are not currently loaded because either your browser doesn't support JavaScript, or they didn't load fast enough.

  1. พุดเปงนัยๆๆ น๊า ที่หมายนะคืออาไร กิ๊วๆๆๆ

    Posted by เต๋า | November 21, 2009, 3:18 am
  2. ลักษณะของเมืองและผู้คนคงเงียบเหงาน่าดู บรรยากาศคงไม่ต่างจากชนบทห่างไกลอย่างบ้านทุ่งเรา นานๆรถผ่านมาที และผ่านมาแต่ล่ะครับ ก็เป็นรถดัดแปลงเพื่อใช้ในงานการเกษตรอย่างรถอีแต๊กๆ

    Posted by iDayBlog | November 21, 2009, 4:04 am
  3. หนูพึ่งดู หนีตามกาลิเลโอจบ และพึ่งอ่านเอ็นทรี่นี้ของพี่ใจจบ หนูมีความฝันว่าซํกวันหนูจะเดินทางอย่างพี่ใจบ้าง และถ้าถึงวันนั้น
    ถ้าเผื่อโลกยังไม่แตก(เมื่อวานดู2012) ถ้าเผื่อพี่ใจยังไม่ลืมหนู และหนูยังไม่ลืมพี่ใจ หนูจะเขียนเรื่องเล่าและภาพกับการเดินทางของหนู
    มาให้พี่ใจอ่านบ้างน่ะค่ะ อย่าลืมน่ะ! ;)

    Posted by Faii | November 24, 2009, 7:29 pm
  4. ชอบคำว่า"เรา" มาก เท่ากับการเดินทางของใจไม่เดียวดาย ไม่เหงาอีกต่อไป

    Posted by Krit | December 24, 2009, 3:33 pm

Post a comment


 

November 2009
M T W T F S S
« Oct   Dec »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30  

รูปของใจ

a great view of Singapore flyer sing7 38 (3) 2 (4) sydney aquarium 10 (4) 36 45 mo27 h10 14 (3) 1 siem6 Singapore Air Show 37 hk9
View more photos >