จดหมายฉบับที่สอง : เรื่องเล่าจากพาสปอร์ต
ถึง …. คนๆ นั้นที่คงจะหลับใหลในยามเที่ยงคืนสามสิบเจ็ดนาที
ใจยังนอนไม่หลับ แต่ใจก็รู้ว่าคนทางโน้นก็คงจะหลับใหลไปในยามวิกาลเช่นนี้แล้วเป็นแน่ เรื่องที่หนักอึ้งบางอย่าง ทำเอานอนไม่ได้ จนต้องตัดสินใจล้มพับโครงการนอนเร็ว ตื่นเช้า ไปอีกวัน และหันมาฟังเพลงดับจิต ให้หัวสมองคิดแต่เรื่องราวในเพลง ไม่ตุเลงๆ ออกไปนอกกรอบไปคิดเรื่องอื่นได้
โดยปกติแล้วหากใจฟุ้งซ่านใจก็มักจะทำแบบนี้ เปิดเพลงฟัง เปิดรูปดู พอให้สมองอุดรูโหว่และช่องว่างของความคิดฟุ้งซ่านนั่นได้ ก็ค่อยพาตัวเองไปล้มบนอยู่ฟุกให้หัวอยู่บนหมอน
ก่อนหน้านี้หลายนาที ใจคลิกเปิดดูรูปทริปเก่าแก่ที่ใจเคยไปมา ทริปที่ส่วนมากมักจะมาพร้อมกับการทำงานหลายปีก่อนหน้า ใจค้นพบอยู่เสมอเมื่อคลิกดูรูปหน้าตาตัวเองเมื่อหลายปีก่อนหน้า ใจจะพบว่าไม่เพียงแต่หน้าตาจะเปลี่ยนไปตามทรงผม แต่ยังแก่วันแก่คืนอย่างเห็นได้ชัด

แต่ก็นั่นแหละ ปล่อยเรื่องของหน้าตาเอาไว้ตรงนั้นแหละ ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้ นอกเสียจากว่าจะไปหาหมอให้ลงมีดกรีดที่คาง จมูก ตา และอะไรต่อมิอะไร มันถึงจะหายไปจากเค้าโครงเดิมอยู่บ้าง แม้จะอยากทำแต่ใจก็ติดปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง…คือ ใจกลัวสวยเกิน…
ตอนนี้ใจคว้าพาสปอร์ตมาดูล่ะ พลิกมันไปเรื่อยๆ ทั้งสองเล่มที่ขาดอายุไปหนึ่ง และยังใช้งานมันอยู่อีกหนึ่ง เปิดไปเรื่อยๆ เมื่อยแล้วใจก็วางมันลง หายเมื่อยใจก็เอามันมาเทียบกับรูปที่มีอยู่ในอัลบั้ม

เมื่อเอามาประกบกัน ใจก็จะเห็นภาพของตัวเองในปีนั้นได้อย่างชัดเจน ภาพของปี 2545 หลังจากออกจากไบโอเทคที่ทำมาได้สองปี และหนีมาประกอบอาชีพขีดๆ เขียนๆ ก็มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น…ดูผมยาวและใส่แว่น เป็นเด็กคงแก่เรียน ติดมาจากตอนเรียนมหาวิทยาลัยและที่ทำงานก่อนหน้า
ปีต่อมาไปกัวลัมเปอร์ โดนทักว่าเป็นอาหมวยจากจีน ปี 2547 ไปลาวกับสิงคโปร์ ปักกิ่งของจีน โดยเฉพาะสิงคโปร์ใจไปมันทุกปี …นับจากปีนี้ บางปีไปมันสองที แล้วก็ไปโผล่ที่กัมพูชาหนแรกในปี 2548 แวบๆ ไปอเมริกาด้วย 8 วันในปีนี้

ปี 2549 ใจไปไปฮ่องกงแบบโดดเดี่ยว ไปทำงานคนเดียว เที่ยวเอง กินเอง และบินกลับเอง ปี 2550 ไปทำงานที่กัมพูชาอีกหนพร้อมเพื่อนคนสนิท และทรงผมหัวหยิกหน้ากลม ปีนี้ใจได้ไปโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ 6 วัน แอ่วมันทุกวัน ทำงาน 30 นาที
ปี 2551 ใจหนีไปเวียดนาม 5 วันเต็ม แต่กลับเที่ยวได้ไม่กี่ที เดินเขาที 11 กิโลเมตร กลับมาเดินขาเป็นเป็ดกันเลยทีเดียว ปีที่แล้วใจไปสิงคโปร์ มาเก๊า ฮ่องกงหนที่สอง และก็ไปออสเตรเลีย 15 วันเต็ม



ปีนี้ใจก็ยังไปสิงคโปร์ และไปโผล่ที่ออสเตรเลียอีกเกือบหกเดือนขาดไปเพียงไม่ถึงสิบวัน
มาถึงตรงนี้ … คนทางโน้นคงจะนอนหลับใหลเหมือนเช่นเคย ตอนนี้นาฬิกาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของใจมันบอกเวลาที่ตีหนึ่งสามนาที ใจว่าใจใช้เวลาเขียนข้อความนี้นานกว่าปกติ นั่นเป็นเพราะใจต้องเขียนที พลิกไปที่หน้าพาสปอร์ตทีว่าปีไหนใจไปไหนมาบ้าง
เรื่องราวชีวิตผ่านเลยไป เหมือนกับอะไรๆ ที่บันทึกไว้ในหน้าพาสปอร์ต เนิ่นนานเหลือเกินที่ใจเองก็หลงลืมไปเลยว่าที่ผ่านมาเคยเจออะไรมาบ้าง



ปัจจุบันลบเลือนอดีตเสียสิ้น หลงเหลือไว้เพียงความทรงจำที่เลือนลางไปทุกทีๆ แต่มันจะกลับมาแทนที่เรื่องราวปัจจุบันอีกครั้ง เมื่อพลิกหน้าอดีตขึ้นมาจดจำ …แต่ก็อีกนั่นแหละ… ใจจะไม่จดจำมันอีกครั้ง หากว่าหน้าพาสปอร์ตถูกประทับตราการเดินทางหนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางเดิม แต่ก็เป็นเวลาใหม่ หรือบางทีอาจจะเป็นเวลาใหม่และเส้นทางใหม่ด้วยก็ตามที
พาสปอร์ตเล่มใหม่ของใจยังไม่หมดอายุ หน้าของมันก็ยังเหลือใช้ งานอีกบานตะไทอยู่…มันคงจะรอคอยให้ใจได้ออกเดินทางครั้ง ตามอัตภาพ และเท่าที่จะเป็นไปได้


หน้าพาสปอร์ตยังครบถ้วน ไม่เก่าสักเท่าไร เพราะใจเพิ่งจะไปทำใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา…ขณะที่ใจเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า…หน้าของเจ้าของพาสปอร์ตแก่….จัง… 555
ตีหนึ่งสิบนาทีแล้ว ใจหนีไปนอนดีกว่า ก่อนที่หน้าจะแก่ไปกว่านี้ นอนหลับฝันดีอีกคืนหนึ่งนะ …
ด้วยรักทุกขณะจิต
จากใจ
ประเทศไทย
Related Post
|
ดีจัง ได้ไปโน่นเที่ยวนี่ตลอด เปิดหูเปิดตาต่างแดน แต่ภาพแรกกับภาพปัจจุบัน ต่างกันเยอะจริงๆครับ แหะๆ
มีรูป คริส หอวัง ด้วย?
นับวันหน้าตายิ่งเหมือนดาราฮ่องกงขึ้นไปทุกวัน
เอิ่ม ว๊าววว
พัฒนาการของมนุษย์…..แต่ทำไมดูดีขึ้นเรื่อยๆ ละ
แบบนี้เรียกว่า "ยิ่งโต ยิ่งน่ารัก"
พี่ผมสั้นแล้วดูเด็กมากเลยนะคะ ตอนแรกนึกว่ายังไม่30ซะอีกฮ่าๆๆๆ
ดูใครๆเขาไปไหนต่อไหน ได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ สิ่งต่างๆได้ด้วยตาและได้สัมผัสแล้วอยากทำเช่นนี้บ้าง ทำอย่า่งไรเราจะไดแบบนี้บ้าง
สวยขึ้นเรื่อยๆตะหากคุณใจ อ่านแล้วเลยคิดอยากจะเอารูปออกมานั่งทำแบบคุณใจมั่งจัง
อยากเห็นบ้างเหมือนกันนะคะ ลองทำแล้วได้ผลอย่างไรแวะมาอวดด้วยนะคะ จะตามไปชม 555