ผู้ว่าฯ พาเที่ยว : เกี่ยวอะไรกับใจ?เสียงโทรศัพท์มือถือที่ใจวางเอาไว้บนหัวเตียงไม้มะค่าที่พ่อสั่งทำตั้งแต่ใจไม่กี่ขวบดังขึ้นในเช้าตรู่วานนี้ ทำเอาใจที่นอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มเพราะอากาศหนาวต้องรีบควานมือมารับก่อนเสียงจะหายไปพร้อมกับเสียงไก่ขัน “ฮัลโหล” เสียงสลึมสะลือบอกอารมณ์ไม่อยากจะตื่นให้ปลายสายได้รับรู้อย่างชัดเจน เมื่อไม่นานมานี้ ใจค้นพบว่า มีเพียงไม่กี่คนในชีวิตของใจที่รับสายในช่วงที่ตัวเองยังไม่อยากจะตื่นได้ดูมีชีวิตชีวา ราวกับกำลังวิ่งอยู่กลางสนามหญ้าเวลาก่อน 7 โมงเช้าได้ และหนึ่งในไม่กี่คนนั้นคือคนที่คนรักของใจ เช้าวันหนึ่ง เมื่อหลายเดือนที่แล้ว ใจอดถามไถ่เขาเสียไม่ได้ หลังแบกเอาความสงสัยเอาไว้ในอกอยู่เสียนาน
“ทำไมตัวเองถึงเป็นคนรับโทรศัพท์ได้ยังกับว่าตื่นอยู่ตลอดเวลา?” เขาตอบกลับมาในแบบที่ใจเองก็ไม่เคยจะได้ยินจากใครมาก่อนในชีวิตนี้ “ก็ไม่อยากจะให้อีกฝ่ายนึงรู้สึกว่าเราไม่อยากจะคุยด้วย” แม้จะรู้ว่ามีคนหลายคนยกหูมาหาเพราะตั้งใจอยากจะคุยกับเรายาวๆ อยู่บ้าง แต่บ่อยครั้งใจว่าเวลาช่วงเช้า และดึกดื่น มักจะเป็นเวลาส่วนตัวที่เราสงวนไว้ให้เขาได้พักผ่อน และมันก็เป็นเวลาส่วนตัวที่เราไม่อยากจะรบกวนสักเท่าใดนัก แต่..หากถ้าต้องรบกวน เราก็มักจะพบกับการไม่รับสาย สุดท้ายก็มักจะลงเอยด้วยเสียงไม่อยากจะตื่นนอนอย่างที่บอก แต่สำหรับใครบางคนแล้ว ใจไม่เคยถูกปฏิเสธเลยสักครั้ง ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินประโยคที่ว่า “ง่วงมาก ขอนอนต่อนะ” …สักครั้งด้วยเช่นกัน ใจว่า บางครั้งเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ ก็คอยเป็นยาหล่อเลี้ยงหัวใจให้เราได้เห็นชัดว่า “เราสำคัญสำหรับใคร และใครสำคัญกับเรา” ————————————— “วันนี้ไปไหนมั้ย?” ปลายสายเจ้าของเสียงโทรศัพท์ที่ปลุกใจจากภวังค์ในเช้าวันอากาศเริ่มหนาวตอบกลับมาหลังจากใจทักทายไป “ไม่ได้ไปนะ มีอะไรเหรอ?” ใจพยายามตั้งสติและชวนสนทนา เพราะรู้ว่าเจ้าของคำถามคงอยากจะได้คำตอบและถามไถ่ต่อจากนี้ “พอดีว่า ทริปผู้ว่าฯ พาเที่ยวที่เราไปสำรวจเส้นทางวันก่อนมีวันนี้ แล้วจริงๆ เราก็ปฏิเสธพี่ๆ เขาไปแล้วว่าเราจะไม่ไปออกทริปด้วย แต่พอดีว่าพี่เขาโทรฯ มาชวนสองครั้งแล้วเช้านี้ ถามว่าไม่ไปด้วยกันเหรอ พี่อยากวานให้ไปถ่ายรูปด้วย เราก็ว่าเขาก็คงจะติดใจรูปโคมที่เธอไปช่วยถ่ายให้หนก่อน ไปด้วยกันหน่อยได้ไหม….” น้อยเพื่อนสาว เจ้าของบริษัททัวร์หนึ่งเดียวในย่านนี้ที่ Lonely Planet เล่มประเทศไทยฉบับอัพเดตยังคงแนะนำให้นักท่องเที่ยวมาหาหากมาที่อำเภอของเรา ถามคำถามซึ่งใจก็รู้อยู่แล้วก่อนหน้า “ได้สิ ไปกี่โมงละ แบตกล้องยังไม่ได้ชาร์จเลย” ใจถามกลับไปบ้าง ด้วยความกังวลว่าพักหลังใจชักสะเพร่าเหลือเกิน ไม่เคยให้แบตมันมีเกินครึ่งหนึ่งสักครั้ง ทั้งๆ ที่จำเป็นก็มักจะเสียอารมณ์ไปกับมันทุกที…ใจว่าโชคเราจะไม่ค่อยจะดีหากว่าวันนี้มีอะไรเด็ดๆ แต่แบตดันหมดคามือ “ผู้ว่าฯ มา 9 โมง สักพักจะออกไปรับที่บ้านนะ” น้อยวางสายไปพร้อมกับคำตอบเช่นนี้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ใจก็เพิ่งวางมันลงที่เดิม ลืมตาโพรงมองเพดานบ้าน นึกถึงทริปอันยาวนานท่ามกลางอากาศร้อนระอุที่จะเกิดขึ้นทั้งวันในวันนี้เสียไม่ได้ “ค้างๆ ตื่นเลยลุกขึ้นมาอาบน้ำแปรงฟันด่วนเลย เอาแบตไปชาร์จที่ออฟฟิศเรา เดี๋ยวเราจะเข้าไปรับเลยละกัน” ไอน้อยวางสายไปอีกครั้ง ครั้งนี้ใจต้องพาตัวเองลุกจากที่นอน เข้าห้องน้ำอาบน้ำรอเพื่อนฝูงมารับถึงบ้าน แม่ทักว่าจะไปไหนแต่เช้า เมื่อบอกกล่าวกลับไป แม่ก็ไม่ค่อยสบายใจที่พักหลังใจล่องเรือแม่น้ำโขงโดยไร้ชูชีพบ่อยครั้งเหลือเกิน ที่สำคัญ แม่บอกว่าแม่เป็นห่วงหมาปั๊กมันนี่ที่บ้าน มันดีใจได้ไม่นานว่าน้าสาวมันกลับมาจากกรุงเทพฯ แทนที่จะเดินทางไปไกลและนานกว่านั้น ยังไม่ทันจะดีใจได้นานนัก น้ามันก็ออกนอกบ้าน ตะลอนว่อนไปทั่วอีกแล้ว… ใจเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการมาเยือนของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มีโปรเจ็คยักษ์ใหญ่พาผู้คนมาเที่ยวในแต่ละอำเภอแบบหนึ่งวันจบม้วน คนตามขบวนมีทั้งทีมงานของท่านเอง ไปจนถึงคนในจังหวัด สื่อมวลชนและคนท้องถิ่น เพื่อหวังจะโปรโมทการท่องเที่ยวในท้องถิ่นแถวบ้านเราให้ผู้คนได้รู้จักกันมากขึ้น แต่เป็นเพราะว่า กล้องคอมแพ็คของใจคงจะวิเศษ มันถ่ายรูปงานปล่อยโคมงวดลอยกระทงที่ผ่านมาได้ดีอยู่บ้าง พี่ๆ ทีมเครือข่ายท่องเที่ยวอำเภอนี้เลยไหว้วานให้ไปช่วยเก็บภาพให้เขาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป ใจเองไม่ได้รีรอที่จะตามไป บางทีอาจจะเป็นเพราะใจเองก็อยากจะได้รูปสวยๆ ติดมือกลับบ้าน แต่การที่จะได้มันกลับมาก็แลกกับหยาดเหงื่อแรงงานบ้าง …จะเป็นไรไป …และนั่นทำให้ใจไม่รีรอเลยสักครั้งที่หากมีใครไหว้วานไปถ่ายรูป หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง และหากเขาไม่ได้ใส่ใจว่าใจมีแต่กล้องคอมแพ็คธรรมดาอยู่ในมือ ก็มักจะออกจากบ้านไปช่วยเขาอยู่เสมอ ————————————– ผ่านมาหลายชั่วโมง ตอนนี้ผู้ว่าฯ นั่งอยู่บนเรือตรงกลาง มีเรือของพวกเราที่ขนพระสงฆ์องค์เจ้าและคนอีกจำนวนหนึ่งนำหน้าเรือมาไม่ห่างนัก ใจกับไอน้อยไม่พลาดที่จะไปแย่งชูชีพของพระท่านมาจากใต้ที่นั่งมานั่งกอดกันไว้ ผู้กำกับฯ สถานีตำรวจที่นี่ทักทาย “ว่ายไม่เป็น อย่าไปเกาะเขานะน้อง” เราสองคนไม่พูดอะไร รู้แต่ว่า เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ คงไม่ทันจะได้เกาะ ก็เพราะไม่รู้ว่าชูชีพที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเรามาก จะทำหน้าที่ของมันหรือไม่ ใจไม่ปรารถนาจะใช้ชูชีพมีส้มตัวใหญ่นั่น และก็สมปรารถนาเมื่อเรือมาเทียบตรงท่าของจุดที่ผู้คนแถวนี้รับรู้ดีว่า เป็นจุดที่เชี่ยวกรากที่สุดของแม่น้ำโขงย่านนี้ โค้งของโขงที่หักศอก ทำให้น้ำวนไปมา และแรงกว่าที่ไหนๆ “เขาว่าหากตกน้ำไป และไหลมาตรงนี้ .. หากหาไม่เจอตรงจุดนี้ก็จะไม่เจอกันอีกเลย” นี่คือคำบอกเล่าของพี่สาวไอน้อยที่บอกกับใจซึ่งตอนนี้มายืนรอดูผู้ว่าฯ ลงจากเรืออยู่บนฝั่งแล้ว เรือของผู้ว่าชนกับโขดหินข้างๆ ตลิ่งเล็กน้อย แต่ก็ทะยอยขนคนลงเรือได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล เหมือนกับน้ำวนที่ดูเหมือนจะไม่ได้อยากจะให้คนไปวนอยู่ในนั้นด้วยสักเท่าไร เรื่องก็มาจบตรงนี้…ตรงที่ใจมายืนตรงนี้แล้ว ตรงจุดที่หลังจากนี้จะเหนื่อยไปอีกทั้งวัน ตอนนี้ใจกลับมานั่งอยู่ในบ้านแบบตัวดำๆ เพราะอากาศในช่วงบ่ายหน้าหนาวที่ร้อนแรงไม่แพ้หน้าร้อนแผลงฤทธิ์เข้าอย่างจัง ทริปผู้ว่าฯ พาเที่ยวไม่ได้เกี่ยวกับใจเลย แต่มันเกี่ยวกับพวกพ้องของเพื่อนใจ ที่ดันทะลึ่งมาวานให้ใจไปช่วยถ่ายรูปก็เท่านั้นเอง….เรื่องหลังจากนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเดินทางตุเลงๆ ไปตรงโน้นทีตรงนี้ที ลำดับเรื่องไม่สำคัญเท่ากับบางเหตุการณ์ที่ใจพบเห็นจากทริปนั้น แต่ข้อความเริ่มยาว ใจว่าบางคนเริ่มสันหลังยาวที่จะอ่านต่อไปแล้ว เก็บไว้ต่อกันคราวหน้า …ถ้าไม่ลืมและสนใจเรื่องใหม่กันเสียก่อน 555
ปล. แวะไปดูภาพทั้งหมดของทริปวันเหนื่อยวันนี้ได้ที่ http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets/72157622655425941/ หรือคลิกที่ภาพ Related PostDiscussion4 comments for “ผู้ว่าฯ พาเที่ยว : เกี่ยวอะไรกับใจ?”Post a comment |
ดีจังผู้ว่าฯ พาเที่ยว อยากมีคนพาเที่ยวแบบนี้บ้างจัง
ชอบภาพเด็กป่ะแป้ง คิดถึงเมื่อตอนเป็นเด็ก อิอิ
ถ่ายภาพได้สวยจริง ๆ ครับ มิน่าเพื่อนถึงได้ดึงไปเกี่ยวกับทิปเที่ยวของผู้ว่าฯ
มาเจิมไม่ทัน ตาเดย์ อีกแล้นน…ไวจริงๆๆ ^_^