โคมลอยเมื่อหัวค่ำ เด็กข้างบ้านสี่ห้าชีวิตเดินผ่านรั้วหน้าบ้านไปกันเป็นขบวน ใจกับแม่ต่างหันไปมอง สายตาลอดรั้วตาข่ายหน้าบ้านอย่างพร้อมเพรียง เสียงแม่ตะโกนถามกลุ่มเด็กที่รู้จักมักจี่กันเป็นดิบดีว่า “โคมลอยเหรอ ปล่อยเมื่อไร?” “คืนนี้ป้า” เด็กสาวคนหนึ่งบ้านมีขอบรั้วติดกันกับใจตอบกลับแม่มา “เมื่อคืนพี่น้ำค้างไม่ออกมาดูพวกหนูปล่อยโคมกันไปแล้วหนึ่งอัน” เธอไม่เลิกตัดพ้อต่อท้ายคำตอบที่โยนกลับมาให้แม่ “คืนนี้ปล่อยกี่โมงเรียกด้วยนะ” หนนี้บทสนทนาเป็นของใจบ้าง
เวลาผ่านไปนานร่วมชั่วโมง ระหว่างที่กำลังเคี้ยวหมูปิ้งกับน้ำพริกข่าที่แม่ยกมาให้ถึงหน้าคอมพิวเตอร์ เด็กหนุ่มเด็กสาววัยกำลังเติบโตก็เรียกใจให้ออกไปดูโคมลอยฝีมือของพวกเขา หลายวันมานี้ใจเองขลุกอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ จนทั้งแม่และพี่สาวเริ่มบ่น อารมณ์คนขี้เกียจเข้าสิงใจอย่างจัง ผ้าก็ไม่ยอมซักเอง ข้าวก็มีคนเอามาให้ถึงหน้าคอมพิวเตอร์ วันก่อนแม่เผลอประชดใจว่า “ต้มไข่เป็นไหม??” จนใจชักจะคิดถึงการกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมก่อนหน้านี้ กลับไปเป็นคนในวงการหนังสือเหมือนเดิม ใช้เงินที่หามาได้ไปกับการเดินทางท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ … แบบนี้จะดีไหม???แต่ก็นั่นแหละ คิดแค่นั้นก่อน ใจออกจากบ้านไปดูโคมลอยของเขากันดีกว่า โคมไฟกระดาษว่าวสีเขียวลูกโต ฝีมือของเด็กผู้ชายที่อยู่บ้านหลังถัดไป และเด็กผู้หญิงที่อยู่บ้านใกล้ๆ กันกำลังจะถูกปล่อย ใจจำได้ว่าใจเคยทำโคมลอยแบบนี้ด้วยตนเองหนเดียวในชีวิต ชั้นเรียนวิชาแคมป์ปิ้งที่เลือกเป็นวิชาเสริมในช่วงมหาวิทยาลัย อาจารย์ยกพลนักศึกษาจากสองสถาบันที่เคยเป็นหนึ่งเดียวคือ มศว.ประสานมิตรและมศว.บูรพา ซึ่งปัจจุบันแยกออกไปเป็นม.บูรพาเดี่ยวๆ ไม่เกี่ยวกับมศว. อีกต่อไป แต่ด้วยเพราะความเป็นพี่เป็นน้องเคยเกี่ยวดองกัน วิชาแคมป์ปิ้งอาจารย์จึงให้นักศึกษาทั้งสองสถาบันร่วมเดินทางไปต่างจังหวัดด้วยกัน เราเหมารถไฟหลายโบกี้ยัดนักศึกษาหลายร้อยคนเข้าไปในแต่ละที่นั่ง แม้จะถูกแบ่งกลุ่มแล้วแต่เราก็ยังแอบสลับที่นั่งมายัดกันในตู้เดียวกันตามความต้องการ รถไฟชั้นสามเดินทางผ่านหลายสถานี เก้าอี้ไม้ของการไฟไม่ทำหน้าที่ของมันได้ดีนัก เพราะเราต่างก็รู้ว่าเราจะปวดก้นกันทันทีหากนั่งรถไฟแบบนี้ จุดหมายปลายทางคือเชียงใหม่ แต่จุดเริ่มต้นคือกรุงเทพฯ ดูเหมือนไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ แต่เราในฐานะนักศึกษาในเวลานั้นกลับไม่ได้มองมันเป็นอุปสรรค สิ่งที่อยู่ข้างหน้าคือความสนุกสนานในแบบที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เราเสียเงินกันคนละสองร้อยกว่าบาท อาจารย์เลี้ยงอาหารเราทุกมื้อ เราเดินทางด้วยรถไฟ ไปถึงที่หมายมีรถเมล์หลายคันมารอรับเราที่นั่น รถเมล์ลัดเลาะไปตามถนนสายหางดง ทะลุไปถึงจอมทองก่อนเลี้ยวตัดไปที่แม่แจ่มอันเป็นที่พักค้างแรมของพวกเราหลายร้อยชีวิต กิจกรรมแคมป์ปิ้งมีทั้งกางเต้นท์นอนร่วมกันระหว่างนักศึกษาต่างสถาบัน เล่นเกม ล่องแพแม่น้ำแม่แจ่ม ทำอาหาร กิจกรรมงานวัด มีทั้งปาเป้า รำวง และไฮโล ก่อนที่รุ่งเช้าเราจะเอาเงินที่ได้จากการเล่นเกมมอบให้กับพระที่วัดที่นิมนต์มาให้พรกันถึงค่าย และหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจนั่นก็คือการทดลองทำโคมลอยและปล่อยมันสู่ท้องฟ้า พร้อมๆ กัน บางทีจุดเริ่มต้นเพียงนิดน้อย ช่วยติดชะนวนความทรงจำได้อย่างมหาศาล และนั่นทำให้เรารู้สึกดีได้อย่างน่าประหลาดใจ น้องผู้ชายคนหนึ่งใช้ไฟแช็คจุดชะนวนหรือไต้ที่อยู่ในโคมลอย ก่อนไฟจะลุกส่องสว่างกลางถนนที่มืดมิดหน้าบ้านของพวกเรา ขณะที่คนอื่นๆ ช่วยกันจับโคมให้พองออกอย่างเต็มที่ หลักการทำงานของโคมลอยไม่ซับซ้อน ลมร้อน ควัน ทำให้เกิดก๊าซก่อนจะส่งผลให้โคมนั้นพองออกเหมือนบอลลูนขนาดจิ๋ว ลอยละลิ่วสู่ท้องฟ้า ชะนวนที่ติดไฟตลอดเวลาส่องสว่างลอดกระดาษบาง ทำให้โคมลอยละล่องพร้อมแสงสว่างนวลๆ ตลอดเวลา เมื่อโคมเริ่มพองเต็มที่ เด็กอีกคนก็ทำหน้าที่จุดปะทัดที่ห้อยพ่วงท้ายเอาไว้กับโคม ….โคมลอยขึ้นไปแล้ว ปะทัดส่งเสียงดังเสียจนมันนี่ หมาปั๊กของใจเห่าระงมด้วยความตกใจ ปะทัดแบบให้แสงและสี ค่อยๆ ปะทุขึ้นพร้อมๆ กัน โคมไฟลอยไปติดสายไฟหน้าบ้านใจเล็กน้อย ก่อนเด็กน้อยจะกระโดดกระทุ้งให้มันพ้นสายไฟ และลอยขึ้นไปสู่ฟ้าที่ไม่มืดเหมือนอย่างหลายวันก่อนหน้า พระจันทร์ใกล้จะเต็มดวงรับเทศกาลลอยกระทง คอยส่องสว่างให้สายตาของเรามองเห็นโคมลอยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พวกเราต่างยืนมองโคมลอยไปจนลับตา เสียงเด็กคนหนึ่งบอกว่า “พรุ่งนี้เราปล่อยอีกเนาะ” โคมลอยไปแล้ว แต่ว่าทำไมความคิดบางอย่างของใจถึงไม่ลอยไปกับโคมนะ…..พรุ่งนี้ก็จะปล่อยโคมกันอีกรอบ ใจตั้งใจว่าจะหอบเอาความคิดที่ทำให้จิตใจรุ่มร้อนซ่อนไว้ใต้โคมและปล่อยให้มันลอยละล่องไปบนฟ้าพร้อมกับโคมเสียที… Related PostDiscussion3 comments for “โคมลอย”Post a comment |
เคยไปล่องแพแม่น้ำแม่แจ่ม แถวๆอำเภอหางดงครั้งนึง เมื่อสิงหาคมปีนี้เอง เกือบตาย เพราะน้ำเชี่ยว อีกทั้งมีฝนตกระหว่างล่องแพด้วย กระแสน้ำจึงเชี่ยวกราดขึ้นไปอีก ทำแพล่มไปสองสามครั้ง ลังเบียร์แตกกระจาย ขวดเบียร์ตกลงไปในน้ำด้วย ศอกแตก เท้าเคล็ดไปตามๆกัน แต่ก็สนุกดีครับ
ปล. ดูไม่ออกเลยว่าโคมเป็นสีเขียว
ภาพสวย ภาษาชวนให้ติดตามอ่าน เป็นพรสวรรค์ที่ไม่ได้หากันง่ายๆนะคับ
ใจ เก่งที่สุดนะ
นั่งรถไฟชั้น 3 ไปเชียงใหม่ทรมานมาก เคยนั่งไปตอนรับน้องรถไฟ เหล้าลังนึงดันหมดตอนถึงแค่ลำปาง หมดหนุกเลย