ถั่วงอกเชียงของ : เรื่องราวของวิถีชีวิตริมตลิ่งโขง
เนินทรายละเอียดเหมือนเม็ดเกลือป่นก็ไม่ปาน ถูกจับจองเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเอาไว้หลายชั่วอายุ แม้น้ำโขงจะขึ้นกลบเนินหายวับไปกับตาในช่วงหน้าน้ำหลาก แต่เมื่อหน้าร้อนมาเยือน เผยให้เห็นเนินทรายเม็ดใหม่ที่ถูกพัดพามาจากหลายประเทศก่อนหน้า เจ้าของก็ยังจดจำเขตแดนทำกินของตนได้ชัดเจน
พื้นที่เนินทรายไม่กว้างริมตลิ่งแม่น้ำโขง หลังสถานีตำรวจอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นที่ปลูกต้นหอม ผักสารพัดชนิด และยังเป็นที่ดินทรายผืนเดียวที่ชาวบ้านใกล้ๆ ใช้เพาะถั่วงอกเพื่อใช้ในอำเภอนี้

ถั่วงอกก้านยาวหลายเซ็นติเมตร ขาวผ่อง สะอาดตา ไม่เน่าหรือมีเชื้อรา ต่างจากถั่วงอกจากพื้นที่อื่นๆ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเพราะผลพวงของสภาพทรายแม่น้ำโขง น้ำที่ใช้รดที่เจ้าของตักมาจากโขงข้างๆ นั่น หรือแม้แต่สภาพอากาศของที่นี่
หลังจากลงเรือล่องโขงเป็นเวลาหลายชั่วโมง เรือหางยาวที่มีผู้ใหญ่บ้าน พ่อของเพื่อนร่วมโรงเรียนมัธยมต้นก็จอดที่ตรงริมตลิ่งเพาะถั่วงอกนั้น
ใจสารภาพแต่โดยดีว่า แม้จะผ่านมาที่ดินแถวนี้อยู่เสมอ แต่กลับไม่เคยแวะลงมาพูดคุยกับเจ้าของโรงเพาะถั่งงอกกลางแจ้งนี่เลยสักครั้ง


ใจก้าวลงเรือ เดินตรงดิ่งไปยังปี๊บสนิมเขรอะที่ตอนนี้ชาวบ้านแปรสภาพมันเป็นอุปกรณ์เพาะถั่วงอก ปี๊บวางเรียงเป็นตับ มีสังกะสีวางทับกันแดดเอาไว้
เจ้าของใจดีพูดคุยตอบคำถามของใจไม่มีทีท่าจะรังเกียจอะไร ในเวลาต่อมาใจถึงได้รับความรู้ใหม่เข้ามาใส่ไว้ในสมองน้อยๆ ของใจเอาไว้
ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม เมื่อหว่านใส่ในถังและปี๊บเก่า จะให้ถั่วงอกราว 5 กิโลกรัม
ทรายด้านหน้าต้องตักทิ้งไป ตักทรายใหม่ข้างล่างมาใช้เพาะถั่วงอก เมื่อใส่ทรายที่ก้นถังเป็นที่เรียบร้อย เจ้าของจะใส่ถั่วเขียวเป็นชั้นๆ สลับกับทรายเม็ดละเอียด แล้วแต่เทคนิคว่าจะใส่กันกี่ชั้น บ้างก็ 7 บ้างก็ 8 ว่ากันไป หลังจากนั้นจะใส่ปุ๋ยชีวภาพหรือน้ำยาชีวภาพที่ช่วยตัดรากของถั่วไม่ให้ยาว พร้อมกับเพิ่มความขาวให้กับถั่วงอกในวัยเจริญเหมาะกับให้ไปเติบโตในถ้วยก๋วยเตี๋ยวหรือจานผัดไท


เมื่อใส่ถั่วกลบทราย ต้องหมั่นรดน้ำทุกเช้า ราว 3-4 วัน ถั่วจะงอกเงยโผล่พ้นทรายให้เห็น เจ้าของจะดึงใส่ตะกร้าไม้ไผ่ ดึงส่วนใบที่งอกพ้นหัวถั่วงอกทิ้ง นี่คือความจริงที่เราไม่เคยรู้ ถั่วงอกจะมีใบอยู่ก่อน เขาจะทิ้งใบน้อยๆ ไม่กี่ใบ เหลือเพียงหัวและก้านเอาไว้ให้เราได้เคี้ยวกัน
นี่คือภูมิปัญญาท้องถิ่น ต้นทุนมีเพียงค่าถั่วและแรงงาน ที่เหลือเป็นทรายธรรมชาติ น้ำก็เป็นน้ำที่ไม่ได้เปิดจากก๊อกที่ไหน ถั่วงอกในตะกร้าจะถูกชะล้างเอาทรายออกจนสิ้น เผยให้เห็นถั่วงอกขาวใสในตะกร้าเป็นจำนวนมาก
ปัจจุบันถั่วงอกขายอยู่ในตลาดราวกิโลกรัมละ 10 บาท แม่ค้าจะรับในราคาขายส่งราว 8 บาท ขณะที่ถั่วเขียวที่ใช้เพาะมีต้นทุนอยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาทเมื่อกลายเป็นถั่วงอก 5 กิโลกรัม ส่วนต่างที่เจ้าของกระป๋องถั่วงอกได้จากการขายให้กับแม่ค้าอยู่ที่ไม่เกิน 15 บาท เท่านั้น
เพียงแต่ว่าถั่วงอกเพาะได้ทุกวัน เมื่อถังนี้ถูกดึงออก ทรายเม็ดใหม่ก็ถูกตักใส่อีกครั้ง หว่านถั่วเขียว เทียวมารดน้ำ อีกไม่กี่วันก็ได้ถั่วงอก วนเวียนเป็นกิจกรรมธุรกิจในครัวเรือนที่สืบทอดกันมายาวนาน


ถั่วงอกจะเติบโตได้ดีในหน้าที่ไร้ฝน ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป ว่ากันว่าช่วงต้นหนาว ไร้ฝน ถั่วงอกจะเติบโตได้ดี วันไหนฝนตกแรง ฝนจะเทตกใส่สังกะสีที่ปิดปี๊บเพาะถั่ว ทำให้ถั่วไม่ค่อยงอก วันไหนร้อนจัด ถั่วก็สั้นไม่งามเท่าที่ควรจะเป็น วันไหนหนาวจัด ถั่วก็ไม่ค่อยจะขึ้น …


หน้าน้ำหลาก ชาวบ้านจะหอบทรายและปี๊บไปเพาะกันริมตลิ่งแทนบนหาดทราย หน้าน้ำลดก็ขนกลับมาเพาะกันบนหาดทรายนี่อีกครั้ง ….
บางทีใจเองก็ไม่สงสัยเลยว่าถังปี๊บเก่าสนิมเกาะ ผู้คนเพียงสามสี่ชีวิตบนหาดทราย จะสามารถดึงดูดผู้คนให้ไปลงไปเยือนได้ แต่หากเขาได้รู้ว่ามันถือถังถั่วงอกใจก็เชื่อเหลือเกินว่า..มันจะน่าสนใจขึ้นมาในบัดดล

เรื่องของถั่วงอกไม่ใช่เรื่องถั่วเขียวที่ยังไม่ทันจะได้โตมีใบ แต่มันคือเรื่องของก๋วยเตี๋ยว ผัดไท และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายบนโต๊ะอาหาร … เหนือสิ่งอื่นใดมันคือเรื่องของวิถีชีวิตที่ใครบางคนไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยตลอดชีวิตที่ผ่านมา

Random Posts
|
ถั่วงอก งอกได้งามจัง ส่วนตัวเคยเพาะสมัยเด็ก ตอนเรียนมัธยม ถั่วใครงอกได้มาก คนนั้นได้คะแนนสูง เข้าใจตั้งเกณฑ์การให้คะแนนจังนะคุณครู อิอิ
อ่านแล้วชักอยากไปลองทานถั่วงอกเชียงของซะแล้ววววววว