กระจกเหงาเพื่อนสาวคนหนึ่งในก๊วนของใจเพิ่งจะผ่านพ้นพิธีวิวาห์ขนาดเอสเอ็มอีเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และเป็นเพราะเธอกลับมาตบแต่งกันที่บ้านทำให้ใจมีโอกาสไปร่วมงานของเธอแบบที่ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงกรุงเทพฯ พิธีแต่งงานที่จัดอย่างเรียบง่าย มัดข้อไม้ข้อมือ พร้อมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ก่อนพากันเข้าห้องหอ และก็เป็นเทศกาลรับประทานอาหารกันถ้วนหน้าในเต้นท์ที่ตั้งไว้ข้างบ้าน มีแขกเหรื่อเป็นทั้งเพื่อนเจ้าบ่าว เจ้าสาว เพื่อนพ่อและเพื่อนแม่เข้าร่วมงาน
ใจเองทำหน้าที่ถ่ายรูปให้เพื่อนอยู่บ้าง ขณะที่เพื่อนเจ้าบ่าวอีกรายรับเป็นช่างภาพหลัก เดินกันให้ขวัก ใจนั่งอยู่กับที่ ยิงกล้องไปทางโน้นที ทางนี้ที พร้อมกับสายตาคนแก่จำนวนหนึ่งที่แอบนินทาอยู่ข้างหลังด้วยความสงสัยว่า “ยัยนี่มันลูกใคร” แม้ใจจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มานานพอสมควร แต่คนส่วนมากมักจะไม่รู้จักว่าใจคือใคร และลูกหลานใคร ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเพราะใจกลับบ้านบ่อยแต่ไม่ค่อยจะไปไหน ใจไม่ค่อยสนใจใครรอบข้าง เอาแต่นั่งอยู่หน้าคอมฯ จะสนิทสนมก็คนที่อยากจะรู้จักมักจี่ หรือไม่ก็เพราะใจเองไม่ชอบวิถีชีวิตในหมู่บ้านที่ค่อนข้างเมืองที่แตกต่างจากหมู่บ้านอันเป็นบ้านเกิดที่ใจโยกย้ายมานานหลายปีแล้ว เหตุผลอย่างอื่นที่ทำให้ใครหลายคนจดจำใจไม่ได้เพราะใจผอมลงกว่าที่เคยเป็น พอผอมหน้าก็เปลี่ยน ทุกคนลงความเห็นแบบนั้น..ยิ่งโตขึ้นยิ่งจดจำภาพแบบเก่าเอาไว้แทบจะไม่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ .. อันที่จริงใจอยากจะพูดถึงรูปที่ใจถ่ายเอาไว้ระหว่างที่เดนไปเดินมาในบ้านของเจ้าสาวต่างหาก มันเป็นรูปในกระจก “เหงา” ในนั้นไม่มีใครนอกจากใจ…ขณะที่กระจกข้างๆ ก็มีผู้คนเดินผ่านไปมาอยู่บ้าง แต่ไม่เห็นมีใครจะมาส่องมันข้างๆ ไปพร้อมกัน อยากจะยกกระจกไปบ้านเธอ ลากเธอมายืนส่อง ฉันจะได้เลิก “เหงา” กระจกเหงาจะได้กลายเป็นกระจก “เงา” ของเราเสียที ฮิ้วววววววววววววววววว ปล. ขึ้นต้นไปเรื่องหนึ่ง ลงอีกเรื่องหนึ่ง คนอ่านคงไปไมถูกทางกันเลยทีเดียว 555 Related PostDiscussion3 comments for “กระจกเหงา”Post a comment |
ก็เห็นจะจกมันมีคู่อยู่นิ แขวนอยู่ข้างๆ บานเล็กๆ อิอิ
ไม่เจอกันหลายเดือนแล้ว ผมยาวแล้วนะ
อ่านจนจบล่ะสรุปว่า ลูกใครหว่า? อยากรู้ ฮ่า *.*