เราต่างหลงนึกไปว่าเรากำลังเดินอยู่ท่ามกลางเมืองผีดิบเหมือนในหนังฝรั่ง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว เราก็ยังหายใจเข้าออกเป็นปรกติ และเมื่อยกนิ้วขึ้นมาหยิกเข้าที่แขนข้างซ้าย เราก็ยังรู้สึกได้ในทันทีว่า “ยังมีชีวิตอยู่”
เหตุผลที่นำพาให้เราตกอยู่ในอารมณ์ร่วม ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะ ในห้วงเวลานั้น เราราวกับได้ใช้ชีวิตอยู่ในหนังผีที่ทั้งเมืองไร้ผู้คน ทางเดินว่างร้าง เปล่าเปลี่ยวเพราะปราศจากรถยนต์วิ่งบนถนนเส้นสองเลนส์นั่น
แวะเวียนเอารูปมันนี่ไปแปะไว้ที่ facebook เสียส่วนใหญ่ จนใครหลายคนเริ่มถามหา…สภาพของมันนี่ในวัย 3 ปีเป็นอย่างไรบ้าง ใจก็เลยนั่งเอารูปมันนี่ในช่วงสองสามวันมานี้มาแปะไว้ในนี้บ้าง
ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มันนี่แทบจะไม่ห่างไปไหนจากใจเลย วันไหนที่ใจออกจากบ้านไปไกล อย่างเช่นไปเชียงใหม่ มันนี่ถึงกับอ้วก ทำให้หลายคนเริ่มเป็นห่วงว่า หากใจต้องไปจากมันนี่จริงๆ อีกครั้ง จะทำอย่างไรกัน
แต่ดูเหมือนว่าความกังวลดังกล่าวจะไม่ได้หนักหนาอะไร พอผ่านไปหลายวันเข้ามันนี่ก็กลับมาเล่นเหมือนเดิม มันก็เหมือนคนอกหักกระมัง พักแรกจะตายเสียให้ได้ บอกว่าเจ็บแทบตาย แต่ก็สุดท้ายไม่เห็นจะมีใครตายเพราะอกหักสักที ยกเว้นเสียว่าอกหักแล้วทะลึ่งจะฆ่าตัวเองให้ตาย…
ใกล้หน้าหนาวเข้าไปทุกที นอกเหนือจากลมหนาวที่พัดมาให้ได้กลิ่นกันแล้ว ใจถือว่าหน้าหนาวเป็นฤดูกาลที่บ่าวสาวเกาะกุมมือเข้าสู่ประตูวิวาห์มากกว่าฤดูไหนๆ
ก็จริงอยู่ คนจะแต่งงาน เขาว่าห้ามกันไม่ได้ แต่สองหนุ่มสาวก็มักจะห้ามใจไม่แต่งงานในหน้าอื่นหากไม่จำเป็นจริงๆ และหากให้เลือก หลายคนก็อยากจะเลือกแต่งหน้าหนาว หน้าที่ใครๆ เขาก็ว่า “โรแมนติก” ที่สุด
ใจว่ามาถึงตอนนี้ใครหลายคนเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า … ทำไมอยู่ดีๆ ใจถึงพูดเรื่องงานแต่งขึ้นมา
หาใช่ว่าใจจะได้มีโอกาสใช้ชุดเจ้าสาวขาวโพลนเหมือนอย่างใครเขา ใจว่า…ใจคงจะไม่มีโอกาสได้ใส่ชุดเจ้าสาวกับใครเขาเสียแล้วล่ะในชีวิตนี้ หากจะมีโอกาสได้เปลี่ยนนามสกุลไปใช้ร่วมกับใครสักคน มีทะเบียนสมรสเป็นของตัวเอง ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าคงไร้ชุดเจ้าสาวเป็นแน่แท้
Recent Comments