ผักชี ผักกาดในกระถางน้อยแม้พื้นที่รอบข้างบ้านจะคับแคบ แต่แม่ก็ขยันยัดรวมต้นไม้แทบที่ทุกอย่างใส่ลงไปในที่แคบๆ นั้นเท่าที่จะทำได้ หลายวันก่อนเราเกิดไอเดียกระฉูดกันทั้งพ่อแม่ และลูก ใจกับพี่สาวลงมือหว่านผักกาด ผักชี ผักบุ้ง ดอกทานตะวัน ลงในกระถางเล็กๆ รวมถึงกระถางไม้ไผ่ที่พ่อลงมือผ่าและเจาะรูให้น้ำระบายออกมาได้ หลังจากนั้นเราก็ยกขึ้นด้านบนของรั้วบ้าน แม้ขอบรั้วจะเป็นทางเดินของแมวในบ้าน แต่พอเอากระถางวาง แมวทั้งหลายก็ย้ายที่เดินไปโดยปริยาย เหมือนจะรู้ว่ามีใครเอาของไปขวางเดินของมัน
ระหว่างที่กำลังง่วนกับการปลูกผักอยู่นั่น ใจกับพี่สาวก็สนทนากันถึงเรื่องราวในอดีตของพวกเรา ก่อนหน้านั้นเราอยู่ในอีกหมู่บ้านหนึ่ง อันเป็นบ้านเกิดของทั้งแม่ และลูกสาวทั้งสาม บ้านไม้หลังใหญ่มีพื้นที่ด้านข้างมากพอสำหรับปลูกผักบุ้งจีน หรือแม้แต่แตงโม เราเก็บแตงโมมาปอกทั้งๆ ที่มันยังไม่ถึงวัย ผลที่ได้เห็นก็คือแตงโมไม่ได้แดงฉ่ำอย่างที่ควรจะเป็น ด้านหน้าบ้านมีบ่อขนาดย่อมเท่าครึ่งตัวของใจ เราใช้มันเป็นที่เลี้ยงกบตัวยักษ์ พ่อขนเอาผักบุ้งมาคลุมไม่ให้กบโดนแดด ใจจำได้ว่า ชาวบ้านหลายคนมาแอบดูกบของพ่ออยู่บ่อยครั้ง เหมือนกับเป็นสวนสัตว์เปิด เด็กๆ ชอบรบเร้าให้พ่อแม่พามาดูกบที่หน้าบ้านของใจ นานวันเข้า กบหายวับไปกับตา หาใช่เราเก็บไปขายไม่ แต่เพราะว่ามันขุดรูมุดดินหายเกลี้ยง…นับตั้งแต่นั้น พ่อก็ไม่เคยเข้าไปใกล้ธุรกิจเลี้ยงกบอีกเลย บ้านหลังใหญ่ของเรา มีใต้ถุนบ้านแบบยกสูง พ่อกับแม่ใช้เป็นที่เก็บไหดองมะม่วง สวนมะม่วงของครอบครัวใหญ่สุดในหมู่บ้าน หน้าพายุฝนช่วงร้อนจัดของปี เราสามพี่น้องมักจะโดนเกณฑ์ไปเก็บมะม่วงที่หล่นร่วงเต็มพื้นเสมอ ส่วนหนึ่งเราขายถูกให้กับพ่อค้าคนกลาง ส่วนหนึ่งเก็บเอามาล้างและพ่อก็ลงมือเก็บใส่ไหนนับร้อย ดองเค็มรอคอยเอาไว้ขายแบบเหมายกล็อต ส่วนเล็กน้อยก็เอาไว้ให้ลูกน้อยๆ ขายในงานกีฬาสีของโรงเรียนประจำหมู่บ้าน มาถึงตอนนี้…ใจกับพี่สาวก็เสร็จสิ้นกระบวนการขนดินใส่ลงในกระถาง หว่านเมล็ดผัก กลบหน้าดิน และรดน้ำปิดท้ายพอดี ใจนั่งรอให้มันงอกออกมาอยู่สามสี่วัน ผักกาด ผักชีที่ลงแรงรดน้ำพรวนดินด้วยตนเองก็เริ่มงอก ออกใบสีเขียวสดใสอวดโฉมให้ชม จนถึงนี้ใจเริ่มบ่นให้แม่ได้ยินทุกวัน…เมื่อไรกัน มันจะโตให้ได้เก็บไปลวกจิ้มน้ำพริกได้นะ หลายวันถัดมาใส่แอบเอาเม็ดบวบที่ซื้อมาจากตลาดในตัวอำเภอ โยนลงดินข้างๆ กับต้นขิงของแม่ แอบเอาดอกทานตะวันที่เหลือไปฝังใต้ดินที่หน้าศาลพระภูมิอีกหนึ่งกำ… ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของใจตอนนี้ของใจนอกจากการรดน้ำต้นไม้ในช่วงเย็นของวันที่ไร้ฝนแล้ว ยังคงมีการแอบเฝ้ามองให้ต้นไม้ทุกต้นที่ปลูกกับมือเติบโตไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาใจอยากจะเก็บมันไปทำกับข้าว ชิมรสชาดของผักที่ปลูกมากับมือว่าเป็นอย่างไร… ใจว่าช่วงเวลาของการรอคอยเป็นช่วงที่ทรมาน เราไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่เรารอมันจะเป็นอย่างไรในอนาคต มิน่าพระท่านถึงปรารภเอาไว้ ให้อยู่กับปัจจุบันอย่าได้หลงใหลในอนาคต … แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่เคยพูดเอาไว้ก่อนหน้า เขาว่ากันว่า คนเรามักจะติดอยู่กับอดีตอยู่เสมอ ขณะที่เวลาอีกส่วนใหญ่ใช้กับการนั่งคิดถึงเรื่องที่ไม่เคยได้ล่วงรู้เพราะมันอยู่ในอนาคต หลงเหลือสติสัมปะชัญญะเพียงน้อยนิดเอาไว้คิดถึงเรื่องที่เห็นและเป็นอยู่อย่างปัจจุบัน ต้นผักกาดของใจก็เติบโตอย่างที่เห็นแต่ใจก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงว่าสภาพของมันในช่วงที่มันเติบโต แทนที่จะชื่นชมถึงการเติบโของมันในช่วงจังหวะนี้… เมื่อวานเย็น ระหว่างที่แม่กับพี่สาวนั่งเย็บตุ๊กตาอยู่หน้าบ้าน ใจก็เดินวนรอบบ้าน และมาหยุดยืนดูกระถางผักฝีมือของตัวเองที่ตั้งตะหง่านอยู่บนรั้วข้างบ้าน ใจหันไปถามแม่ที่กำลังง่วนอยู่กับเข็มและด้ายที่อยู่ในมือ “เมื่อไรมันจะโตทันกินนะแม่” แม่หยุดชะงักกับเข็มที่กำลังปักลงบนตัวตุ๊กตากระต่ายเหงานั่น แล้วก็หันมาทางใจพร้อมกับพูดว่า “อีกครึ่งเดือนล่ะมั้ง รอไปก่อน ของแบบนี้ใจร้อนได้ที่ไหน ถึงเวลามันก็โตเอง” ใจไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ก็เห็นจะจริงอย่างแม่ว่า ถึงเวลามันก็โตเอง … ถึงเวลามันก็มาเอง ก็แค่รอ Random PostsDiscussionOne comment for “ผักชี ผักกาดในกระถางน้อย”Post a comment |
รออีกไม่นานก็หายทรมานแล้ว ต้นปีหน้าเองอิๆ