ชื่อกับงาน ความสัมพันธ์ที่ลงตัวหากไม่นับเรื่องอกหักรักคุดแล้ว ใจว่าในบรรดาชื่อที่ผู้คนในลิสต์หลายร้อยคนในโปรแกรมสนทนา MSN Messenger ของใจเลือกใช้มากที่สุดคงจะเป็นเรื่อง “งาน” ผู้คนมักจะบ่นเรื่องงานที่แม้จะทำใจว่ามันควรจะแยกออกจากชีวิตประจำวันได้ แต่สุดท้ายแล้วใจก็เชื่อว่ามันยากเสียเหลือเกินที่จะแยกเอาเรื่องการงานออกจากชีวิตประจำวันของแต่ละคนได้ ก็เพราะหากนับกันง่ายๆ แล้ว หากอายุขัยเฉลี่ยของคนเราอยู่ที่ 60 ปี (หลังๆ มีคนบอกว่าอายุเฉลี่ยของคนทั้งโลกอยู่ที่99 ปี) และ 1 ปี มี 365 วัน เราจะมีอายุอยู่บนโลกนี้ราว 21,900 วัน แต่ละวันมี 24 โมงเอาไปคูณจำนวนวันรวมในชีวิตของเราจะเท่ากับว่าเราหายใจเข้าออกชั่วชีวิตของเราราว 525,600 ชั่วโมง และหากแบ่งเอาง่ายๆ ว่า 60 ปีของเราเราต้องทำงานไปวันละ 8 ชั่วโมง ไม่นับคนที่ทำงานล่วงเวลากันดึกดื่นเที่ยงคืน เผลอๆ อาบน้ำและกินนอนมันเสียเลยในออฟฟิศ เท่ากับว่าเราจะทำงานไปโดยเฉลี่ยถึง 1 ใน 3 ของชีวิตเลยทีเดียว
ทั้งๆ ที่ในชีวิตเรายังมีเวลาที่เสียไปกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เรื่องกิน นอน และอื่นๆ อีก แต่การทำงานกลับเป็น 1 ใน 3 ที่กินเวลาของเราไปเสียด้วยซ้ำ มาถึงตรงนี้ใจเองก็ไม่ได้แปลกใจเลยว่า ทำไมเราถึงได้เครียดเรื่องงานกันนัก เพราะนอกจากเรื่องเวลาที่เราทุ่มเทให้กับมันแล้ว มันก็ยังพามาทั้งการเงินที่ส่งผลกับการดำรงชีวิตประเภทอื่น ความฝันและอะไรต่อมิอะไร และนั่นทำให้ใครหลายคนในลิสต์ MSN ของใจถึงกับต้องบ่นและระบายมันออกมาเป็นชื่อของเขา อย่างน้อยก็เพื่อปลดปล่อยสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่นั่นเอง อาจจะเพราะใจว่างงานอยู่กระมัง แม้จะฟุ้งซ่านเพราะงานไม่เดิน เงินก็หดหายไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ใจก็ค้นพบว่า เราจำเป็นต้องเดินย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้น เราอาจจะต้องนับหนึ่งกันใหม่ หากอยากจะไปให้ถึงสิบ…และการอดทนรอคอย ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการนับของเราด้วย
นั่นแหละ เพราะว่างงานใจเลยนั่งดูชื่อของเพื่อนที่กำลังปวดหัวเรื่องงานได้ชัดยิ่งนัก เหมือนท่านว. วชิรเมธีเคยปรารภเอาไว้ในรายการวู้ดดี้ฯ ซึ่งได้อ่านผ่านทาง FW Mail เมื่อไม่นานมานี้ มีใจความราวๆ ว่า บางทีเป็นเพราะเราไม่ได้ไปอยู่ในวงเสียเอง เราไม่ได้ต้องทำเสียเอง เราถึงได้เห็นอะไรชัดเจน เหมือนคนติดยาเสพย์ติด เราไม่จำเป็นต้องเสพย์เองถึงได้รู้ว่าผลมันเป็นอย่างไร แต่เป็นเพราะเราคาดการณ์ และเห็นได้ว่าคนที่ติดนั้นสภาพออกมาเป็นอย่างไร คนติดจะไม่รู้ว่าเขาเป็นอย่างไร เราต่างหากที่จะเห็นว่าเขาเป็นอย่างไร ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้น ใจว่างงาน ใจถึงเห็นว่าเพื่อนที่กำลังมีงานทำกำลังตกอยู่ในวิบากกรรมอะไรบ้างกระมัง และในทางกลับกัน เพื่อนที่มีงานก็จะเห็นเช่นกันว่า คนไร้งานอย่างใจกำลังอยู่ในสภาวะสูญญากาศอย่างไรบ้าง 555 หลายคนที่ใจรู้จักกำลังมีปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมงาน ที่ผลการวิจัยที่ใจเคยอ่านเคยชี้ชัดว่า เรื่องงานมักจะเป็นปัญหาอันดับรองที่ส่งผลให้คนออกจากงาน แต่เรื่องเพื่อนร่วมงานมักจะเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลให้คนต้องออกจากงานที่ตนเองทำหรือรัก
ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า รองหัวหน้า เพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆ พนักงานฝ่ายบัญชี ยันไปถึงแม่บ้านของสำนักงาน บางคนกำลังมีปัญหาเรื่องงานล้นสองมือ หอบมันกลับมาให้คนที่บ้านได้เห็นว่ามันล้นอย่างไรยังไม่พอ ยังเอามันไปซุกใต้หมอนเอาไปทำต่อกันในฝันเลยก็มี ที่เครียดๆ หน่อยก็เห็นจะเป็นคนที่กำลังถูกกดดัน อยากจะเติบโตต้องทำงานใหญ่ อยากจะเป็นเจ้าพ่อต้องรู้จักฆ่าคนเป็นอะไรประมาณนั้น บางพวกว่างจัด.. ไม่มีงานก็เอาแต่นั่งเล่นเกม ใจก็เห็นมีคนตั้งชื่อเหมือนกัน ประมาณว่า “ว่างงาน นั่งเล่นเกมไปวันๆ” เพื่อนคนหนึ่งตั้งชื่อว่า “ทำงานทั้งวันได้พันห้า เดินไปเดินมาได้ห้าพัน” ใจอ่านแล้วก็รู้ทันทีว่า…มีคนประเภทไหนอยู่ในองค์กรของเขา ใจเคยเขียนถึงเรื่องนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง หนนั้นเป็นเรื่องชื่อที่ใจมักจะบ่นมันออกไปในโปรแกรมสนทนา MSN Messenger ของตนเอง และใจสรุปเอาเองโดยปริยายว่ามันช่วยระบายความเครียดได้
หลังๆ ชักจะเชื่ออีกด้วยว่า … ชื่อ สัมพันธ์กับสถานภาพการงานของเราด้วยเช่นกัน เอิ้กๆ Random PostsDiscussionOne comment for “ชื่อกับงาน ความสัมพันธ์ที่ลงตัว”Post a comment |
สาธุ…………….เชื่อหรือไม่ว่าคนเราใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตหมดไปกับการนอน………….
เราก็มีปัญหานะ ไม่มีเงินใช้หน่ะ อิๆ