กลับบ้านระหว่างที่นั่งแท็กซี่ออกจากสนามบินเชียงราย มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีขนส่ง เพื่อต่อรถเมล์กลับบ้านด้วยตนเอง ใจเปิดบทสนทนากับคนขับรถแท็กซี่สนามบินแบบสั้นๆ ว่า “ร้อนแบบนี้ทุกวันเลยเหรอคะ?” อาจจะเป็นเพราะว่าใจไม่ได้กลับบ้านมานานร่วมครึ่งปี แถมยังอาศัยอยู่ในเมืองที่หนาวเหน็บเกินครึ่งปีกระมัง ทำให้ใจรู้สึกว่าที่บ้าน ร้อนอบอ้าวเสียจนเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ไม่ได้ช่วยทำให้คลายร้อนไปได้เลย
“ร้อนแบบนี้ทุกวันแหละครับ วันไหนฝนตกก็เย็นลงกว่าเดิมหน่อย แต่พักหลังนี่ฝนตกบ่อย วันนี้ก็เทลงมานิดหน่อยเมื่อเช้า ไม่ได้กลับบ้านมานานเหรอครับ ถึงได้ถามเหมือนกับไม่รู้ว่าอากาศมันร้อน” คนขับแท็กซี่ตอบกลับพร้อมกับสำเนียงในแบบที่ใจจับทางได้ว่าเขาคงจะเกิดและโตที่นี่มานาน “ก็ราวครึ่งปีค่ะ” ใจตอบกลับสั้นๆ “ไปทำงานไต้หวันมาเหรอ?” ประโยคคำถามสุดท้ายของคนขับแท็กซี่ทำให้ใจหยุดชะงักไปหลายวินาที ใจรีบหันหน้าตัวเองไปทางกระจกรถพร้อมกับเพ่งพินิจหน้าตาของตัวเองในตอนนี้ ในใจก็คิดพลาง “ชั้นหน้าตาเหมือนแรงงานไต้หวันขนาดนั้นเชียว” ใจหัวเราะร่วน ตอบกลับไปว่า “เปล่าค่ะ” ใจทราบข่าวมาตลอดช่วงหลายปีว่า คนแถวบ้านใจนิยมเดินทางไปขายแรงงานที่ไต้หวัน หลายคนยึดอาชีพแรงงานในโรงงาน แรงงานในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และบางคนก็ยึดอาชีพแม่บ้าน ในเวลานี้ใจกำลังสงสัยว่า ใจควรจะจัดอยู่ในหมวดหมู่คนใช้แรงงานไหนกันแน่ในสายตาของคนขับแท็กซี่ นี่คือเหตุการณ์เพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางกลับบ้านแทบทั้งวันเมื่อวานนี้ อันที่จริงใจสามารถเลือกการเดินทางกลับบ้านที่สะวดกกว่านี้ การเดินทางถึงสนามบินแล้วมีคนที่บ้านหรือเพื่อนๆ รอรับที่นั่นเป็นเรื่องไม่ยากเย็น แต่ทุกครั้งใจกลับเลือกที่จะกลับบ้านเอง แบบที่ใช้เวลานานกว่าปกติหลายชั่วโมง แต่เก็บตกแรงบันดาลระหว่างการเดินทางได้มากขึ้นอย่างที่ไม่น่าเชื่อ ใจเอากระเป๋าเดินทางใบเล็กฝากไว้ที่สถานีขนส่ง แบบที่เสียเงิน 10 บาท แต่ฝากกระเป๋าได้ทั้งวัน ขณะที่เขารับประกันความเสียหายและของหายเพียง 500 บาท แต่ใจก็ไม่กังวลอะไรมากนัก เพราะกระเป๋าใบหนักอึ้งใหญ่กว่านี้อีกเท่าตัว ได้ถูกส่งกลับบ้านก่อนล่วงหน้าหลายวันก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากใช้เวลาในการของกินที่อยากจะกินมาตลอดช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใจก็อาศัยรถเมล์คันเล็ก ที่ใจมักจะเรียกชื่อมันมาตลอดว่า “รถหวานเย็น” เมื่อส่งคำถามไปถึงคนขับรถเมล์คันที่จะพาใจกลับบ้านว่า “รถออกกี่โมง” เราก็ได้คำตอบกลับว่า “ครึ่งแล้วค่อยออก” นาฬิกาของใจมันผ่านช่วงสองโมงครึ่งไปแล้ว แต่รถก็ยังไม่มีทีท่าจะออกจากลานชะลา จนในเวลาต่อมาก็เพิ่งจะได้คำตอบใหม่ว่า “ครึ่งที่ว่ามันคือ คนเต็มครึ่งคันแล้วค่อยออก” ใจใช้เวลารอรถเมล์หวานเย็นที่มีกำหนดออกรถไม่ตรงกับตารางราวหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่มันจะจอดหลายจุดตามระยะทางกลับบ้านอีก 180 กว่ากิโลเมตร เป็นเวลากว่าชั่วโมงที่ใจนั่งอยู่บนรถคันนั้นและ หลังจากใช้เวลาในการเดินทางกลับบ้านเกือบทั้งวันวานนี้ ตอนนี้ข้าวของทุกอย่างที่อยู่ในกระเป๋าเดินทางสองใบก็ถูกใจเอาออกมาจัดวางในชั้นและในที่ที่ควรจะอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความเปลี่ยนแปลงและการตัดสินใจหลายอย่าง ทำให้ตอนนี้ใจกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนอกกับครอบครัว อย่างน้อยก็หลายเดือนนับจากนี้ … นี่คืออีกหนึ่งความใฝ่ฝันที่อยากจะได้มาตลอดชีวิตของใจ อาชีพนักเขียนที่จะเลี้ยงชีพตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครอีกต่อไป นับจากนี้ชีวิตใหม่ใจกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง… ..มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบมากนัก แต่มันคือชีวิตที่จะเรียกได้เต็มปากว่า เป็นชีวิตที่ใจใฝ่ฝัน…. ปล. เราจะเจอกันบ่อยมากขึ้นค่ะที่หน้าเว็บฯ แห่งนี้ หลังจากที่หายหน้าหายตาไปเสียนาน… ใจจะใช้มันในการสร้างแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือของใจค่ะ Related PostDiscussion11 comments for “กลับบ้าน”Post a comment |
มันนี่ว่ายังไงมั่งจ๊ะ
เดินตามกันต้อยๆ เหมือนเงาตามตัว ไปไหนไปนั่นด้วยเสมอ อ้ะ..เมื่อคืนกระโดดขึ้นเตียง นอนด้วยหมอนใบเดียวกันเรียบร้อยโรงเรียนแม้ว
ต่อไป คิตก็จะได้เห็นเจ้ามันนี่บ่อยๆ แล้วใช่มั้ย… ดีใจล่วงหน้า ยินดีต้อนรับกลับมา
อัพบ่อยๆ นะคะ จะรออ่านเสมอเด้อออ
เราอาจจะได้เจอกันเร็วๆ นี้ค่ะคุณคิตตี้ ยังไงเสียอย่าเพิ่งหายไปนะคะ มีโอกาสได้เจอกันแน่นอนค่ะ ในโอกาสรวมญาติ 555
555 .. แม่สาวก่อสร้างจากใต้หวัน :p
รีบรีบสร้างแรงบันดาลใจในการเีขียนไวไวเน้อ ก้าวแรกอาจช้าหน่อยแต่เดี๋ยวก็ไวเองแหละ
คนอ่านรออ่านแล้วเนี่ย
ดีใจด้วยที่ได้กลับมาอยู่กับครอบครัวตามที่ใฝ่ฝัน
ปล.หน้าตาออก(หล่อ)น่ารัก ถูกมองเป็นแรงงานไต้หวันได้ยังไง
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ และขอต้อนรับกลับสู่บ้านเกิดอีกครั้ง
ดีใจจังที่พี่ใจกลับบ้านแล้ว ชอบบรรยากาศที่ทำงานของพี่ใจมากๆ และขอบคุณพี่ใจที่ถ่ายรูปสวย มาให้อิจฉานะคะ ปลื้มมั่ก มาก.ก.ก จะคอยติดตามงานเขียนของพี่ใจนะ
))
555+ ความเห็นเดียวกับคห.ข้างบนๆๆ
กลับบ้านคราวนี้ไปแวะร้านมยุราหรือยังครับ เหอๆ
จัดให้เป็นชนชั้นกลางขั้นสูงแล้วกันนะ