ชมทะเล Mornington Pennincula #1หลายวันมาแล้ว ที่ใจเองไม่ได้ใช้เวลานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจจะเป็นเพราะว่าใจมีอะไรอย่างอื่นให้ทำหลายอย่าง พอมีวันที่จะอยู่กับตัวเองทั้งวันจริงๆ ก็มักจะใช้เวลานั้นไปกับการซักผ้า อบผ้า และทำความสะอาดห้องเสียมากกว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องรีบทำก่อนกลับเมืองไทยอีกไม่นานข้างหน้านี้ รวมไปถึงการออกนอกบ้านไปทัศนาจรนอกบ้านมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ใจยังไม่ได้ไป ตั้งแต่มาที่นี่ บางทีก็แอบสงสัยว่า ตัวเองเริ่มทำตัวเหมือนอย่างคนอื่นเขา ก่อนหน้านี้ไม่เคยจะสนใจ พอจะจากมันไป ก็เริ่มเห็นความสำคัญและอัดมันทุกอย่างเอาไว้ด้วยกันซะอย่างนั้น
แต่ก็นั่นแหละ…ถึงจะบ่น สุดท้ายก็ยังลงอีหรอบนั้นอยู่ดี …ก็ยังทำอยู่ดี อีกไม่กี่วันข้างหน้าใจมีแผนจะไปเล่นสโนว์บอร์ดบนภูเขาที่มีหิมะปีละหนึ่งหน หนละ 3 เดือนต่อปี ใจวางแผนเอาไว้ตั้งแต่เดือนที่สองของการอาศัยอยู่ที่นี่ รอเวลาที่จะได้หยุดเรียนแล้วไปเสียนาน จนเพื่อนๆ รอบข้างเขาไปกันหมดแล้ว แต่ใจก็ยังไม่ได้สักที…. เมื่อวานนี้ใจหนีไป Mornington Pennincula เมืองเล็กๆ ติดขอบทะเลที่อยู่ห่างจากบ้านและตัวเมืองราวหนึ่งชั่วโมงของการขับรถ อันที่จริง อากาศเหน็บหนาวเราไม่ควรจะไปเดินอยู่ขอบทะเลเสียด้วยซ้ำ แต่คุณเคยรู้สึกไหม ..สักครั้ง .. ที่เมื่อลองทำอะไรผิดแผกจากที่เขาเคยบอกไว้ แล้วเราจะได้รู้กันสักทีว่าที่เขาบอก เขาห้ามอันที่จริงมันได้ผลอย่างไร ทะเลหน้าหนาว หากไปคนเดียวคงจะเหงาจับใจยิ่งนัก ยิ่งเมื่อลมพัดเอาความเหน็บหนาวมาปะทะและทำให้เรารู้หนาวหลายเท่าทวีคูณแล้ว ระดับความเหงาจะยิ่งเพิ่มพูนด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อรู้เช่นนั้น ก็อย่าได้ไปคนเดียวเลย…ใจว่า ในความเป็นจริงแล้ว เรามักจะหาข้ออ้างที่จะไปไหนมาไหนคนเดียว บางทีเรามีคนอาสาจะไปด้วยเสมอ เพียงแต่เอ่ยปากชวน เพียงแต่บางครั้งเราไม่เลือกที่จะไปกับเขาเท่านั้นเอง บางทีทะเลจะไม่เหงา หากเลือกใครสักคนไปด้วยกัน …. ที่ทะเล Mornington Pennincula มีบ้านสีเหมือนกับ Brighton beach ที่ใจเคยไปมาแล้ว เพียงแต่ว่าสีของบ้านหม่นมองตัดกับสีขอบฟ้าอย่างเห็นได้ชัด บ้านเริ่มสีซีดเพราะแรงลมทะเลและแดดเผา หน้าหนาวทะเลและบ้านสีดูไม่มีสีสัน เพราะอย่างที่บอก ผู้คนไม่ค่อยอยากจะออกมาชมทะเลหน้าหนาวกันนัก ที่หาดติดกับขอบทะเลที่มีบ้านสีเรียงราย มีท่าเรือขนาดย่อม สะพานพาดผ่านยาวเข้าไปทะเล ใจเห็นเพียงเรือประมงเพียงไม่กี่ลำเทียบท่า ที่เหลือเป็นเรือยอร์ชลำยักษ์สีขาวฟ้าสดใสจอดแน่นิ่งเรียงรายอยู่ นั่นอาจจะเป็นเพราะท่าเรือแห่งนี้เป็นท่าเรือยอร์ชกระมัง ผู้คนบางส่วนออกมายืนตรงสะพาน ไม่ใช่มาด้วยเพราะอยากจะยลโฉมทะเลแบบใจเป็นแน่ แต่แทบทุกคนใช้เวลาไปกับการรอคอยให้ปลาติดเหยื่อที่โรยตัวสู่ท้องทะเลเบื้องหน้านั่นต่างหาก ใจเห็นชายคนหนึ่งนั่งกอดเขา มองพุ่งตรงไปข้างหน้าที่เป็นทะเลสีไม่ได้ฟ้าสดนัก เบ็ดของเขาวางอยู่ข้างตัว ไม่ขยับหรือสนใจผู้คนที่เดินผ่าน จนแอบเผลอคิดเปรียบเทียบกับอะไรบางอย่างเสียไม่ได้ ใจว่า “ความรัก” คงเหมือนกับ “การตกปลา” เรามีเบ็ดหนึ่งคันของเรา ใส่เหยื่อเอาไว้ โรยตัวสายเบ็ดยาวเฟ้ยไปกลางทะเล รอคอยให้ปลาสักตัวมางับเหยื่อที่เราเลือกสรรแล้ว เพียงแต่ว่า …. ผลลัพธ์ที่ได้จากการตกปลาอาจจะผิดเพี้ยน หลายครั้งเราพบว่าเราได้เพียงรองเท้าบู๊ท รองเท้าผ้าใบที่คนอื่นทิ้งเอาไว้เป็นขยะ แล้วคลื่นทะเลก็ซัดมาให้โดนกับตะขอเบ็ดของเรา หลายครั้งเราได้ปลาตัวเล็กจิ๋ว ที่ไม่พอกับการที่จะเราจะกิน และเลือกที่จะโยนมันลงไปทะเลอีกครั้ง บางทีก็ได้ปลาที่กินไม่ได้ เผลอๆ ก็ได้ปลาดาว สวยงามแต่กลับทานมันไม่ได้ ….เราต้องอดทนรอคอย ใช้เวลาเนิ่นนาน และต้องใจเย็นพอจนกว่าช่วงเวลานั้นจะมาถึง…ปลาตัวโต สวยงาม มาติดเหยื่อ เราต้องออกแรงในการดึงให้เบ็ดขึ้นมาจากทะเล หากแขนไม่แข็งแรงพอก็ไม่สามารถยื้อยุดฉุดกระชากปลาตัวนั้นขึ้นมาได้ บางคนมัวแต่เผลอไผล ปลาตัวใหญ่เลยหลุดตกทะเลไปเสียอย่างนั้น… ใจอาจจะเป็นนักเปรียบเทียบไม่ดีนัก….. แต่ใจว่า ทะเลเบื้องหน้านั้นคงมีปลาตัวหนึ่งที่มันจะเป็นของคุณอยู่แน่นอน…. ปล. เอาไว้ใจมาเล่าเรื่องเมืองนี้ และแปะภาพทะเลที่ Mornington หนหน้า…วันนี้หมดแรงข้าวต้มจริงๆ อ้ะ รูปวิวยังไม่ได้ทำ แต่ไปดูรูปของใจก่อนได้ที่ http://www.flickr.com/photos/jaispace/sets Random PostsDiscussion6 comments for “ชมทะเล Mornington Pennincula #1”Post a comment |
Nice pics..Na Jai
คำคมวันนี้โดนใจมากครับ
แต่ผมว่า ถ้าคุณใจใช้เบ็ด เดี๋ยวจะไม่ทันกินนะครับ ใช้แหเลยดีกว่า
ปล.ภาพสวยดีครับ
รูปสวยวดตลอด แต่รองเท้าน่ารักทุกคู่เหมือนนาง(สาว) แบบ อิๆ
รูปสวย ส่วนคนในรูปก็…สวยจ้า
กว่าจะมาอัฟ
ชิ
เวลาที่เหลือน้อยลง ไม่ว่ากับอะไร ก็ชวนให้ความสำคัญมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยเรื่อย
..เอ…มีเรื่องไหนบ้างนะที่ไม่เข้าข่ายแบบนี้?