ใจเขียนอะไรไม่ค่อยออกมาเสียหลายวัน หลายคนแวะเวียนมาทิ้งข้อความถามหา บอกกล่าว บางทีก็ออกแนวเหน็บแนมว่า…หายไปไหน ไม่ยอมอัพอะไรสักที
อันที่จริง ใจเองก็แวะเข้ามาดูเว็บไซต์ของตัวเองแทบทุกวัน เพียงแต่ว่า ยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มจับต้นชนปลายตรงไหนดี …
ยังไงเสีย…วันนี้ใจทำได้แค่นี้ ทำได้แค่แวะเอารูปมาแปะไว้
มันเป็นรูปที่ใจได้มาจากตลาดนัดขายของถูก Caribbean ในเมลเบิร์น ซึ่งใจใช้เวลาในการไปเดินเที่ยวก่อนเดินทางกลับไทยไม่กี่ชั่วโมง ใจยืนอยู่ที่หน้าตู้ปลากลางตลาดนัด มันมีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง ว่ายวนอยู่ในตู้กระจกที่มีน้ำอยู่เต็ม
หลายวันก่อน ขณะที่ใจนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ในร้านอาหารที่ใจทำงานอยู่ ไม่ว่าโทษให้ความหิวหรือความเอร็ดอร่อยจนเกิดเหตุ แต่มันก็ส่งผลทำให้ใจเผลองับเข้าที่กระพุ้งแก้มของตัวเองอย่างจัง ใจร้องเสียงหลงในทันทีที่รู้สึกเจ็บ
ป้าที่ทำงานกะเช้าด้วยกัน นั่งปอกกระเทียมอยู่ใกล้ ๆ เห็นความเป็นไปหมดทุกอย่าง แกยังไม่วางมีดและละมือจากกระเทียมหัวโต ที่ใจไม่เคยเจอจนกระทั่งอายุเกิน 25 เข้าไปแล้ว แกพูดออกมาราวกับเหมือนจะปลอบใจไปกลายๆ โดยที่เขาไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรเลยในชีวิตของใจ
“เห็นไหมใจ ปากเรา ลิ้นเรา เราเองยังบังคับมันไม่เห็นจะได้เลย….”
หากคำพูดที่ว่า “คนแก่มักจะคิดถึงเรื่องเก่าๆ อยู่เสมอ” เป็นจริง ใจก็ว่าใจก็คงจะแก่อย่างที่คนเขาพูดไว้ นั่นเป็นเพราะใจมักใช้เวลาว่างไปกับการนั่งคิดถึงในวัยเด็กอยู่เสมอ รวมถึงเช้าวันนี้ด้วย วันที่ใจไม่ต้องไปเรียนหรือทำงาน… มีเวลาว่างมากพอที่จะปล่อยความคิดไปกับเรื่องเก่าๆ
ใจเป็นลูกคนสุดท้องของบ้าน แม่กับพ่อคาดหวังว่าใจจะเป็นลูกชายมาตั้งแต่ยังไม่คลอด แต่เมื่อผ่านพ้น 11 เดือน และคลอดออกมาครบ 32 ส่วน น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัมกับอีก 8 ขีด แม่กับพ่อถึงได้รู้ว่า ไก่ในเล้าจะไม่ได้ถูกเชือดฉลองความเป็นชายให้กับลูกของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น พ่อก็เลี้ยงใจมาเหมือนเด็กผู้ชายไม่มีผิดเพี้ยน พาเข้าป่า เข้านา ยิงไก่ป่า ยิงนกยุง หมูป่า และให้นั่งขัดปืนตั้งแต่ยังเล็ก
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ใจมักจะเจอกับช่วงของพระอาทิตย์ขึ้นจากท้องฟ้าเสมอ อย่างน้อยก็เจอพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามาทักทายในช่วงที่กำลังนั่งหรือยืนอยู่บนรถไฟ
บ่อยครั้งที่ใจหันหน้าเข้าหาแสงสีทองและปล่อยให้ความคิดของตัวเองเลยเถิดไปเสียไกลจนเกินกว่าจะกู่มันกลับมาได้ง่ายๆ เสียงผู้คนในรถไฟไม่ได้ดังไปกว่าเสียงเพลงที่ใจเปิดกระหึ่มผ่านเครื่องเล่นเพลงสีขาวล้วนที่ใช้มาหลายปี ไม่ได้ส่งผลกับการเดินทางของความคิดแต่อย่างใด
ใจว่าคนเรามักมีช่วงเวลาแบบนี้ เวลาที่ปล่อยให้ความคิดเดินทางอย่างเพลิดเพลิน อิสระกว่าหัวใจและการสั่งการของสมอง จินตนาการสำคัญเสมอ เรามักจะอยู่ไม่ได้หากไร้ซึ่งสิ่งนี้
ก่อนใจกลับบ้าน แม่ขอของฝากไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นคือครีมจากรกแกะ ที่เขาว่ากันว่ามันจะช่วยทำให้หน้าเราอ่อนเยาว์ เด้งดึ๋งคืนวัยจากที่เคยเป็นอยู่ พอๆ กับพี่สาวที่ก็ขอเหมือนกัน แต่ของแถมที่พี่สาวมักจะขอเสมอทุกครั้งที่ใจเดินทางไปต่างประเทศนั่นก็คือ “ช็อคโกแลต”
ใจเองยังคิดของฝากเผื่อแม่อีกหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือ “หนังยาง” ที่คิดเอาไว้ตั้งหลายเดือนล่วงหน้า ใจว่ามันเป็นของที่หาไม่ได้ในเมืองไทย ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกและผู้ผลิตยางพาราอันดับหนึ่งของโลก แต่เรากลับไม่เคยมีหนังยางแบบที่นี่
ข้อความในหน้านี้จะไม่เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระ เพราะใจเพิ่งจะลุกจากที่นอน หัวสมองของใจไม่มีเรื่องอะไรเลย สิ่งที่พอจะนึกออกได้ในตอนนี้ก็คือ …เมื่อคืนที่นี่หนาวมาก หนาวกว่าวันไหนๆ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะเปิดฮีทเตอร์ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความเหน็บหนาวหดหายไปแต่อย่างใด ใจต้องใส่เสื้อแขนยาวข้างใน ทับด้วยโค้ท ใส่ถุงเท้าและก็ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม และข่มตาให้ตัวเองหลับใหลก่อนเวลาอันควร
หลายครั้งเราเชื่อว่า การหลับใหลเป็นยารักษาโรคที่ดี เมื่อปวดหัว ปวดฟัน ปวดประจำเดือน ปวดหัวใจ ปวดตา ร้อน หนาว และเย็น การนอนช่วยทำให้เราลืมอาการเหล่านั้นไปเสียสิ้น แม้ใจจะยอมรับความจริงในข้อนั้น แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า กว่าจะข่มตานอนได้นี่สิ ช่างยากเย็นกว่าไหนๆ
เมื่อหลายวันก่อน ใจแวะไปที่ Federal Square ลานกว้างที่หันหน้าชนกับ Flinder Station สถานีรถไฟยักษ์ใหญ่หนึ่งในบรรดาอีกไม่กี่สาย ที่เรียกรวมกันว่า city loop ด้วยความบังเอิญวันนั้นมีงานแสดงนิทรรศการกลางแจ้งที่ใจเองพลาดที่จะถ่ายภาพเก็บไว้
ศิลปินเอาตู้รับจดหมายมาตั้งเรียงรายหลายสิบอัน แต่ละอันมีรูปร่างลักษณะแต่งต่างกันออกไป รวมไปถึงสีของตู้รับจดหมายแต่ละอันด้วย
อันที่จริงแล้ว ใจแอบมองตู้รับจดหมายของคนที่นี่มานานหลายเดือน หากเป็นตู้รับจดหมายของคนในเมือง ความสวยงามอาจจะไม่เท่ากับบ้านนอก แถมยังมีตัวอักษรเขียนกำกับเสียด้วยซ้ำว่า “กรุณาอย่าใส่ junk mail”
อาจจะเป็นเพราะใจจะกลับบ้านในเร็ววันนี้ ทำให้ใจยัดแทบจะทุกโปรแกรมเอาไว้รั้งท้ายก่อนเดินทาง ใจเดินทางไปหลายๆ ที่ในเมลเบิร์น เวียนเวียนไปในที่ๆ ยังไม่เคยไป เก็บภาพเอาไว้ เพราะไม่รู้อีกเมื่อไรที่ใจจะมีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง
พอกลับมานั่งดูภาพที่ถ่ายลงเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์แบบพ่วงต่อ ใจก็เพิ่งจะรู้สึกว่า ภาพในแต่ละทริปนั้น แทบจะเกิน 200 ภาพทุกครั้งไป แถมบางครั้งก็ทะลุ 400 ภาพต่อหนึ่งทริป บางทีก็มากกว่านั้น…
หลายวันมาแล้ว ที่ใจเองไม่ได้ใช้เวลานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ อาจจะเป็นเพราะว่าใจมีอะไรอย่างอื่นให้ทำหลายอย่าง พอมีวันที่จะอยู่กับตัวเองทั้งวันจริงๆ ก็มักจะใช้เวลานั้นไปกับการซักผ้า อบผ้า และทำความสะอาดห้องเสียมากกว่า
หลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องรีบทำก่อนกลับเมืองไทยอีกไม่นานข้างหน้านี้ รวมไปถึงการออกนอกบ้านไปทัศนาจรนอกบ้านมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ยังมีอีกหลายสถานที่ที่ใจยังไม่ได้ไป ตั้งแต่มาที่นี่ บางทีก็แอบสงสัยว่า ตัวเองเริ่มทำตัวเหมือนอย่างคนอื่นเขา ก่อนหน้านี้ไม่เคยจะสนใจ พอจะจากมันไป ก็เริ่มเห็นความสำคัญและอัดมันทุกอย่างเอาไว้ด้วยกันซะอย่างนั้น
รถของเราวิ่งฝ่าทะลุความเหน็บหนาวข้างนอกนั่นไปอย่างช้าๆ อาจจะเพราะอีกฟากฝั่งหนึ่งของถนนเป็นทะเล ขณะที่ถนนอยู่เหนือน้ำทะเลนั่นในระดับที่หากมองก้มต่ำลงไปที่ทะเลก็จะทำให้หัวใจวาบหวิวได้ไม่น้อย ดังนั้นเราจึงทำความเร็วได้ไม่มากเหมือนกับที่ป้ายกำหนดความเร็วของกรมทางหลวงที่นี่ระบุเอาไว้
จาก Anglesea นับจากนี้จุดหมายต่อไปคือเมือง “Lorne” เมืองเล็กๆ ที่ใจอยากจะแวะพักยิ่งนัก อย่างน้อยก็เพราะใจเห็นรูปภาพสะพานสีขาวสะอาดตาในหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวตามเส้นทาง Great Ocean Road ที่เพิ่งจะได้มาจากจุดบริการนักท่องเที่ยวก่อนถึง Geelong
Recent Comments