“อย่าเอานิ้วชี้รุ้งเพราะนิ้วจะกุด” นั่นคือความทรงจำที่ใจพอจะจำได้เกี่ยวกับรุ้งกินน้ำ แม้เมื่อโตขึ้นจะรู้ว่าความเชื่อนี้จะไม่ต่างอะไรกับเรื่องราวที่ผู้ใหญ่ใช้หลอกเด็ก แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่า…ด้วยเหตุผลใดถึงต้องใช้ประโยคนี้ขู่เด็กน้อยไม่ให้เอานิ้วชี้รุ้ง
นอกเหนือจากนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับรุ้งที่ใจพอจะจำได้ก็เหมือนจะเป็นเรื่องของสี ว่ากันว่ารุ้งมี 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด (ส้ม) และแดง ซึ่งในเวลาต่อในวิชาวิทยาศาสตร์พูดถึงแถบสีสเปกตรัมของรุ้งว่ามีสีและเฉดอะไรบ้าง….ว่ากันไป แต่ไม่เคยเอามันมาใช้อะไรได้ในชีวิตมากนัก
แต่ก็นั่นแหละ ใจก็เพิ่งจะสังเกตและรับทราบเมื่อไม่นานมานี้ว่า รุ้งนั้นมีสีม่วงอยู่ชั้นในสุด ขณะที่สีแดงมักจะอยู่นอกสุดของครึ่งวงกลมเสมอ แต่รุ้งอีกแบบที่เขาเรียกกันว่ารุ้งทุติยภูมินั้น สีก็เหมือนกัน เพียงแต่ลำดับในการเรียงสีตรงกันข้ามกันทั้งหมด
อาจจะเพราะก่อนย่างเข้าฤดูหนาว เป็นฤดูใบไม้ร่วง ดังนั้นจนถึงเพลานี้ ใบไม้จึงล่วงหล่นเสียจนทำเอาต้นไม้โกร๋นโล้นไร้ใบ ยืนต้นโดดเด่นแสดงให้เห็นกิ่งก้านสาขาได้ชัดเจน เมื่อเห็นเพียงลำพังลำต้น ไร้สีสันจากใบดอกและผลทำให้อดนึกถึงคนเราเสียไม่ได้ บางครั้งสิ่งสำคัญหาใช่ภายนอกเพราะเมื่อมองลึกเข้าไปข้างในเราจะเห็นสิ่งที่เรียกว่า “จิตใจ” ซ่อนอยู่ในนั้น และมันตัดสินใจได้ว่าเราเป็นคนเช่นไร…
มีเพียงต้นไม้บางชนิดเท่านั้นที่ยังหลงเหลือใบให้เห็น ที่เหลือส่วนใหญ่มักจะไม่ถึงเวลาผลิใบให้เห็นสักเท่าไร แต่….ยกเว้นต้นไม้ต้นนี้ที่ใจเดินผ่านเมื่อช่วงเย็นของวันนี้
Recent Comments