Great Ocean Road : Aireys Inlet ประภาคารขาวหลังคาแดงระหว่างทางที่รถลัดเลาะไปตามเส้นทางอันยาวไกลนั้น สายตาของใจก็จับจ้องอยู่ที่ขอบท้องฟ้าอยู่ตลอดเวลา บางทีก็เผลอคิดไปเสียไกลว่า “จะมีสักกี่ครั้งที่เราจะได้ทำอะไรแบบนี้ในชีวิต” ในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ใจเดินทางไปโน่นนี่ แต่ไม่ได้ตอบโจทย์อะไรเลยแม้แต่น้อย หลายครั้งก็ยังรู้สึกเหงา ถึงจะมีเงาของใครบางคนซ้อนทับเงาของเราอยู่ก็ตามที มันเหมือนมีคนนั่งอยู่ข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกอ้างว้างอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมคำว่า “เหงา” ในหน้าเว็บไซต์แห่งนี้ถึงมาก และตัวใหญ่กว่าใครเพื่อน การเดินทางในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เติมเต็มหัวใจของใจให้เต็มดวง จากเดิมเสี้ยวหนึ่งของวันขาดวิ่นไม่มีทางเยียวยา แต่ยังเติมพลังและแรงบันดาลใจให้มากขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้ง การเดินทางก็ช่วยเราได้มาก เราอาจจะต้องหลบหน้าผู้คนสักชั่วข้ามคืน และกลับมาใหม่ในสภาพกลับจากฟื้นไข้และเจ็บป่วยที่ดีกว่าเดิม ใจแนะนำให้เพื่อนฝูงออกเดินทางเสมอ ไม่ว่าจะด้วยระยะทางที่สั้นๆ ระยะวันที่ไม่ยาวนาน เท่าที่จะทำได้ หรือมีกำลังมากหน่อยก็ให้เอาหัวใจและเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าบินลัดฟ้าไปหลบหน้าผู้คนในสถานที่ห่างตาผู้คน
เส้นทางอันเคี้ยวคดของ Great Ocean Road ท้าทายสายตานักท่องเที่ยวมามากต่อมาก ทุกคนต้องขับรถผ่าน Geelong หากมุ่งหน้าออกจากเมืองเมลเบิร์น Geelong เป็นเมืองท่าที่วุ่นวายไม่น้อย บางทีตึกเก่าๆ ก็ดูขัดตากับสภาพการเติบโตของบ้านเมือง จาก Geelong ถนนจะวิ่งตรงไปถึง Torquay และที่นี่เส้นสีแดงที่ทาทาบเอาไว้บนแผนที่การท่องเที่ยวก็เริ่มต้น Torquay เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง Great Ocean Road นับจากนี้เราจะหยุดแวะไปตามจุดต่างๆ เท่าที่จะทำได้ และเท่าที่อยากจะแวะ …. ใจจำไม่ได้ว่าแวะตรงหาดอะไร แต่มันเป็นหาดเล็กๆ ที่ผู้คนออกมานั่งข้างลำธารเล็กๆ ที่ไหลทะลุต่อเชื่อมกับมหาสมุทธแปซิฟิกข้างหน้า นี่เป็นจุดแรกของการแวะพักผ่อนคลายอิริยาบทหลังจากขับรถกันมาร่วมชั่วโมง เราเดินไปตามหาดสั้นๆ นั้น ผู้คนพากันมานั่งปิกนิก ถ่ายภาพ หลายครอบครัวมาลูกเด็กเล็กแดง และหมาอีกหลายตัวมาวิ่งบนหาด แม้จะหนาว แต่เจ้าของหมากลับปาไม้เข้าไปในทะเล และให้หมาว่ายน้ำฝ่าความเหน็บหนาวและเยือกเย็นนั้นและเอาไม้กลับมาให้เจ้าของ พวกเรายืนมองด้วยพลางตัดพ้อ “หมามันก็คงจะหนาว แต่เพราะมันซื่อสัตย์มันถึงได้ทำแบบนั้น…..” ใจทิ้งภาพของหาดเล็กๆ ข้างทางเอาไว้ข้างหลัง ออกจากจุดแวะพักข้างทาง ขับรถมุ่งหน้าไปยัง Anglesea จากจุดนี้ ในแผนที่ระบุจุดท่องเที่ยวเด่นหรา ใจจำได้จากเว็บไซต์หลายแห่งว่าผู้คนมักจะแวะที่นี่เพื่อชมประภาคารใหญ่ยักษ์ มันติดตาใจเสมอมา เพราะประภาคารที่ว่าสีขาวโพลน แต่หลังคากลับแดงก่ำตัดกับสีท้องฟ้าที่ฟ้าจนเกือบจะเข้าเฉดน้ำเงิน ขับรถกันไม่นานนักเราก็มาถึง “Aireys Inlet” เราจอดรถไว้ที่จุดจอดรถ ก่อนเดินเหนื่อยหอบขึ้นเนินมายังจุดชมวิวและจุดอันเป็นที่ตั้งของประภาคารสีขาวหลังคาแดงที่ว่า บางทีเราก็ไม่สามารถบรรยายสิ่งที่อยู่ข้างหน้าได้ว่ามันสวยขนาดไหน แม้จะเก็บภาพมาได้แต่ความรู้สึกที่มีอยู่ในภาพเก็บมันมาฝากใครไม่ได้ มันจะอยู่ในความทรงจำของเราเพียงผู้เดียวเท่านั้น ดังนั้นต่อให้ไม่ออกเดินทางเราก็จะไม่ได้รับความรู้สึกนั้นกลับมาได้เต็มร้อย มันคงจะเป็นเพียงเศษเสี้ยว ที่เหลือก็ยังรอคอยให้เราไปเติมเต็มด้วยตนเอง ใจเดินวนไปมารอบๆ ประภาคารที่ยังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่ เพียงแต่ว่าไม่ได้เปิดให้ผู้คนเดินขึ้นไปชมวิวจากด้านบนลงมาเบื้องล่าง ลำตัวของประภาคารเป็นขาวล้วนอย่างที่เคยเห็นในภาพที่ผู้คนถ่ายมาอวดไว้ในหลายเว็บไซต์ก่อนมาถึงที่นี่ หลังคาของมันก็ช่างแดงแสบตาเสียนี่กระไร วันนี้ท้องฟ้าเป็นใจเสียเหลือเกิน ไร้เมฆบดบังทัศนวิสัยรอบข้าง ฟ้ายังคงเป็นฟ้าอย่างที่ควรจะเป็น สีของประภาคารจึงตัดกับสีท้องฟ้าอย่างเห็นได้ชัด … หลายครั้งใจก็อดคิดเสียไม่ได้ว่า โชคชะตาช่างเล่นตลกกับมนุษย์ตัวน้อยนิดอย่างใจเสียเหลือเกิน บางทีเราก็คงจะไม่เคยได้คิดว่าวันหนึ่งเราจะยืนแหงนคอมองประภาคารใหญ่ยักษ์แห่งนี้ บางทีเราอาจจะไม่เคยแม้แต่จะคิดว่า ชีวิตจะผกผันได้มายืนมองประภาคารหลังคาสีแดงนั่น…. Related PostDiscussion7 comments for “Great Ocean Road : Aireys Inlet ประภาคารขาวหลังคาแดง”Post a comment |
สุดยอดไปเลย รออ่านภาคสามอยู่น๊าา
แน่นอนซักวันจะต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองชัวร์!
ภาพสวยมากๆ “การเดินทางบางครั้งไม่สำคัญเท่ากับผู้ร่วมเดินทาง…” รออ่านภาค 3 เช่นกัน
ว้าว น่าเที่ยวเป็นที่สุด อยากไป ๆ ๆ ครับ
เข้ามาหาคุณใจทุกวัน วันละอย่างน้อยสองรอบเลยล่ะ (ไม่น้อยกว่าสองรอบแน่นอน)
เห็นภาพใหม่ๆ ก็พลอยสดใสไปด้วย
ขอบคุณค่ะ
ทิวทิศน์งามดีอะ
รูปใหม่ ที่หน้าปกเวบ สวยมากมายครับ เขียวสะในดี แล้วนางแบบก็ลอย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ออกมากเลยครับ ชอบมาก ๆ ๆ ๆ เลยคับ
สงสารน้องหมานิดหน่อยอะนะ