หนึ่งวันที่ Ballarat ตอน 2Ballarat หรือชื่ออย่างเป็นทางการก่อนหน้า Ballaarat เคยเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกในช่วงปี 1851 เพราะเต็มไปด้วยคลื่นของนักขุดทองกว่าหมื่นรายที่ต่างมุ่งหน้าที่นี่เพื่อแสวงหาขุมทองคำที่สร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นคำ จนมีคนตั้งฉายาให้เมืองนี้ว่า “Goldfields region of Victoria” ความเติบโตของการเป็นเมืองแห่งแร่ทองคำทำให้ Ballarat ร่ำรวยตลอดช่วง 50 ปีในช่วงศตวรรษที่ 19 มีการเปิดเส้นทางรถไฟระหว่างเมือง Geelong และ Ballarat เมืองท่าสำคัญอีกเมืองของวิคตอเรียในเวลาให้หลังอีกสิบปีที่มีการขุดค้นพบทองคำที่นี่
ที่เหมืองเก่าบน Sovereign Hill นักท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับจะมีโอกาสได้เห็นการจำลองชีวิตของผู้คนในเหมืองทองสมัยนั้นได้อย่างครบถ้วน การที่เป็นเหมืองทองเก่าแต่เดิม และคงสภาพข้าวของเครื่องใช้เหมือนเดิม ทำให้ผู้คนอดตื่นตากับความใหญ่โตและจินตนาการไปถึงช่วงตื่นทองยุคนั้นไปได้ไกลกว่าที่คิดไว้ เครื่องจักรยักษ์ใหญ่ที่ใช้แรงดันไอน้ำช่วยดึงเอาแร่ธาตุทองคำใต้ดินขึ้นมาผ่านกระบวนการหลายอย่างและส่งต่อไปยังพ่อค้าคนกลางหรือผู้บริโภค ตึกราม อาคาร ร้านอาหารที่จำลองแบบเดิมเอาไว้ ทำให้นักท่องเที่ยวพิสมัยที่จะไปที่ Ballarat กันอยู่ตลอดเวลา สำหรับใจแล้ว ใจอึ้งกับการเก็บประวัติศาสตร์หลายประการของทั้งเหมืองทองและเมืองแห่งนี้ ในพิพิธภัณฑ์ทองคำใจเห็นทองคำที่ใหญ่หัวของใจ และมีมูลค่าประมาณการณ์ราว 1 ล้านเหรียญดอลลาร์ออสเตรเลีย เห็นทองคำที่ขุดค้นพบในแหล่งต่างๆ ในทั่วทั้งประเทศออสเตรเลีย ตอกย้ำความรู้ดั้งเดิมของใจที่ว่า ออสเตรเลียเป็นเมืองที่แสวงหาทองคำมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่เว้นกระทั่งการทำธุรกิจทองนอกบ้านของตัวเอง ที่เหมืองทองเก่า ใจได้รู้ว่ามีคนจีนเป็นจำนวนมากเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่ทำงานเป็นคนงานในเหมือง ชีวิตในช่วงนั้นไม่สวยหรู ผู้คนแออัดยัดเยียด ทำงานหนักแลกกับค่าแรง เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ฆาตกรรมที่ว่ากันว่า “มีมากเสียเหลือเกิน” ในช่วงเวลานั้น อาคารบ้านพักของคนงานจำลองให้เห็นสภาพการใช้ชีวิตของคนงานจีน คนงานชาวสก็อตและคนในท้องถิ่นเอง ร้านอาหารแบบดั้งเดิม ร้านค้า แหล่งบันเทิง ร้านขายรองเท้าและโรงภาพยนตร์สมัยเก่า ที่เหมืองทองเก่ามีโชว์หลอมทองคำบริสุทธิ์ เปิดให้ผู้คนเดินขึ้นไปจุดสูงสุดของเครื่องจักรไอน้ำที่เป็นหัวใจหลักในการทำอุตสาหกรรมเหมืองทองในช่วงเวลานั้น อากาศที่ Ballarat หนาวกว่าที่ตัวเมืองเมลเบิร์น ยิ่งใกล้ค่ำมากเท่าไร ระดับอุณหภูมิยิ่งดิ่งลงต่ำกว่า 8 องศาเข้าไปทุกที ใจสังเกตเห็นว่าผู้คนในเมืองใช้ชีวิตได้กลมกลืนกับตึกเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี แม้รถรางกลางเมืองจะหายไป เหมือนกับที่เมืองไทยเคยมีและก็หายไปจนหมดสิ้น แต่ผู้คนก็ยังคงใช้ชีวิตในตึกเก่าในรูปแบบใหม่ตามยุคสมัย เพียงแต่ว่า ตึกใหญ่ เหมืองทองเก่า และสถาปัตยกรรมที่หลงเหลือบอกเล่าเรื่องราวในอดีตได้ดีว่า ที่ “Ballarat” เคยร่ำรวยจากทองคำได้อย่างไร…. ปล. - หาข้อมูลท่องเที่ยวที่ Ballarat ได้ที่ http://www.visitballarat.com.au/ - หาข้อมูลท่องเที่ยวที่ Sovereign Hill ได้ที่ http://www.sovereignhill.com.au/ - ชมภาพทั้งหมดในอัลบั้มของ Ballarat ได้ที่ Related PostDiscussionOne comment for “หนึ่งวันที่ Ballarat ตอน 2”Post a comment |
อืม….อ่านแล้วนึกถึง ซานฟรานฯ เมืองคนตื่นทอง