Great Ocean Road : เลาะขอบมหาสมุทรแปซิฟิก ตอนที่ 1
เราขับรถออกจากบ้านกันตอนสิบโมงเช้าของวันอังคารสัปดาห์ที่ผ่านมา ขับตรงเข้าถนนสาย M1 อันเป็นทางด่วนมุ่งหน้าไปยัง City Link ถนนเข้าเมืองแบบที่ต้องเสียเงินเป็นระยะๆ เพียงแต่ว่าไม่ต้องแวะจอดยื่นเงินสดตามด่านเหมือนที่เมืองไทย เจ้าของรถมักจะซื้อเครื่องรับสัญญาณและหักเงินจากระบบที่ซื้อเอาไว้ หรือไม่ก็หากใครหลงเข้าไปในเส้นทาง จะมีจดหมายถึงบ้านเรียกเก็บเงินย้อนหลังโดยไม่ต้องคิดว่าจะโกงได้
รถของเราตัดออกจากเมือง ออกนอกเมืองไปตามเส้นทางที่ระบุเอาไว้ในแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดไว้หน้ากระจกรถ บนหน้าจอบอกจุดหมายปลายทางอยู่ที่ “Great Ocean Road”
จนถึงตอนนี้ใจนั่งอยู่ที่บ้านแล้ว หลังจากกลับจากทริปนี้มาร่วม 5 วัน ในสมองของใจยังเก็บภาพของความทรงจำปลายทางที่ว่าเอาไว้ได้ชัดเจน มันเป็นเหมือนทริปในฝัน หากใจจะบรรยายความรู้สึกของทริป “Great Ocean Road” ที่ผ่านมา ใจก็คงจะบรรยายได้ว่า “มันเป็นทริปที่สวยที่สุดในบรรดาทุกทริปกว่าสิบประเทศที่ใจเคยไปมา”

เคยนึกภาพเอาไว้ไหมว่า หากคุณขับรถไปตามถนน ตรงหน้าเป็นเนิน และเมื่อพ้นเนินนั้นมาตรงจุดสูงสุด คุณกลับเห็นทะเลอยู่เบื้องหน้า ให้ความรู้สึกเหมือนกับจะขับรถตกทะเล…และนับจากนั้นอีกนับร้อยกิโลเมตร ด้านซ้ายมือก็เป็นทะเลอยู่ตลอดเวลา และถนนที่เราวิ่งก็อยู่สูงกว่าทะเล เหมือนกับเหวเบื้องล่างคือทะเลก็ปานนั้น ขณะที่สีของทะเลก็ตัดกับสีของขอบเหวที่มีสีน้ำตาลเข้ม และขอบฟ้าเหนือน้ำทะเลก็ช่างตัดกันเสียจะบรรยาย ทะเลเป็นสีน้ำเงินเข้ม ส่วนฟ้านั้นก็เป็นสีฟ้า…สีเดียวกันแต่ต่างเฉด ก็เท่านั้นเอง

นั่นแหละ … ที่ใจบรรยายมาทั้งหมดนั้น คือทริป “Great Ocean Road” ของใจในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านพ้น
บางที ใจเองก็คิดว่าตัวเองอยู่ในฝัน ในช่วงสองวันนั้นเหมือนกับตัวเองตกอยู่ในหลุมดำ ทั้งเวลาและความทรงจำที่ผ่านพ้นหายหมดเกลี้ยง มีเพียงสีน้ำทะเล ท้องฟ้าและทุ่งหญ้ากว้างสีเขียวอ่อนอยู่ตรงหน้าเพียงเท่านั้น

คงจะมีน้อยครั้งในชีวิตของเรา ที่จะได้ขับรถเลาะขอบมหาสมุทรไปเรื่อยๆ แบบนี้ ทะเลยาวสุดลูกหูลูกตา ขณะที่ท้องฟ้าก็กว้างเสียจนใจรู้ว่า หากจะต้องถ่ายภาพพาโนราม่าท้องฟ้าข้างหน้าเอาไว้…ต้องถ่ายกันเป็นสิบๆ ภาพถึงจะต่อกันได้ครบ

ใจบอกตรงๆ ได้ว่า ใจไม่เคยเห็นท้องฟ้ากว้างขนาดนี้มาก่อน หากคุณยืนอยู่บนถนนเส้นหนึ่ง แล้วมองตรงไปข้างหน้า มองฟ้าเพียงอย่างเดียวในระดับสายตา จะพบว่า ลูกตาทั้งสองข้างของเราไม่สามารถมองฟ้าได้ครบ ต้องเอียงคอไปทางซ้ายถึงจะเห็นฟ้าฝั่งซ้าย และเอียงคอไปฝั่งขวาถึงจะมองฟ้าอีกฝั่งหนึ่งได้ครบ ขอบฟ้ากว้างเสียจน…บรรยายความรู้สึกไม่ถูก

เสน่ห์ของ Great Ocean Road คงอยู่ตรงนี้ ตรงที่เราต้องใช้เวลาในการนั่งรถลัดเลาะไปตามขอบมหาสมุทร (สังเกตว่าใจใช้คำว่ามหาสมุทรไม่ใช่ทะเล เพราะเขาใช้คำว่า Ocean ไม่ใช่ Sea) อันเลื่องชื่ออย่างมหาสมุทรแปซิฟิก เขาว่ากันว่าต้องขับรถกันเกือบ 300 กิโลเมตรจนกว่าจะครบเส้นทางลัดเลาะมหาสมุทรนี้

ใจเพิ่งจะเห็นแผนที่ของเส้นทางนี้แบบเต็มตาอีกครั้งก็ตอนที่มาแวะตรงศูนย์ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวระหว่างทาง ใจว่าที่เมืองนี้ดีก็ตรงนี้ นักท่องเที่ยวจะไม่เคยหลงทาง เพราะว่าตลอดระยะทาง มีป้ายตัว “i” บอกจุดให้บริการข้อมูลกับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทาง

หลังจากแวะถามว่าจะขับรถไปกันอย่างไร เส้นทางไหน เราก็ได้แผนที่มาอยู่ในมือกันแล้ว ในนั้นบอกเส้นทางสีแดงอันเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว “Great Ocean Road” ไปบรรจบกับเส้นสีน้ำเงินอันเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ที่ช่วยและเลื่องชื่อไม่แพ้กัน แต่โดยมากนักท่องเที่ยวมักจะเลือกขับรถเป็นวงกลม เริ่มจากเมืองเข้าสู่ถนนสาย “Great Ocean Road” สุดท้ายที่ Port Campbell อันเป็นที่ตั้งของ TWELVE APOSTLES ภูเขาหินอายุมากกว่า 20 ล้านปี ที่ถูกกัดเซาะจากทะเลตั้งตระหง่านกลางทะเลทั้งหมด 12 ชิ้น (ปัจจุบันหลงเหลือเพียง 9 ชิ้นเพราะถูกทะเลกัดเซาะพังทลายไปแล้ว) หลังจากนั้นก็ขับวนอีกทาง ซึ่งใกล้กว่าทางเดิม และกลับเข้าเมืองในท้ายที่สุด
ยังไม่เข้าเรื่อง แต่มันยาวเกินไปสำหรับหน้านี้…ยังไงรออ่านต่อตอนที่สอง ตอนแรกถือว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยไปพลางๆ ….ตอนหน้าใจจะพาแวะรายทางข้างมหาสมุทรแปซิฟิก
Related Post
|
รออ่านภาค 2 และภาคต่อๆไปนะ นาง(สาว)แบบยิ้มสวยอิๆ
อย่า่บอกนะว่าไปกับ…พี่ผู้ชายเสี้อลายข้างล่าง โอ้ว เฮลป์ มี ก้อด
เมื่อไหร่จะอัพต่ออ่า พี่ใจอยากอ่านเร็วๆแล้วน๊าเนี๊ยะ อยากเห็นอ่ะ รู้สึกชอบที่นั่นจัง ชาติหน้าจะต้องไปให้ได้คอยดู ฮาๆๆ อัพไวไวน๊า รออ่านอยู่
ถึงพี่โอ้ ลาล่า คิดอะไรกะลุงเสื้อลายคนนั้นอ่ะป่าว ไม่ใช่สเป็คพี่ใจหรอก คอนเฟิร์ม
น้อง Faii Noted ja ถ้าใช่ก้อแย่ละ
สวยโดนใจทุกรูปเลยครับ ถ่ายรูปเก่ง สีสวย คนก็น่ารักคับ
อยาก บอก ว่า สุ……..ด…ๆ ยอ……..ดๆ ไปเลย!!! นั้นแหล่ะ ที่ เรา เคยฝัน ที่ อยาก ไป ที่ สุด แล้ว ในชีวิต นี้?
นี้ คือ ที่ สุด ของ สถานที่ที่ อยาก ไป ที่ สุด ใน ชีวิต นี้ ของ ผม?
มาโลด รับรองไม่ผิดหวังค่ะ