back to schoolบางทีใจก็แอบสงสัยว่า “ตัวเองมาทำอะไรอยู่ที่นี่” มันรู้สึกเหมือนราวกับว่าย้อนเวลาไปเป็นเด็กๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็อายุอานามปาเข้าไป 31 จะ 32 มะร่อมมะร่อเข้าไปแล้ว ทุกเช้าใจต้องตื่นนอนไปเรียนหนังสือ ตอนเย็นก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง หาของกิน บางทีก็ต้องทำงาน ไม่ต่างอะไรกับ “back to school” อะไรประมาณนั้นก็ไม่ปาน แต่เมื่อคิดทบทวนจนถึงตอนนี้แล้ว ใจว่าใจตัดสินใจไม่ผิดเลยแม้สักนิด ที่โยกย้ายข้าวของมาอยู่ที่นี่ แม้จะชั่วคราวไม่นานนัก แต่อะไรหลายๆ อย่างที่นี่ มันทำให้ใจรู้สึกว่า ชีวิตนอกบ้านมันมีอะไรมากกว่าที่เราคิดเสียอีก อาจารย์ในห้องเรียนเคยพูดประโยคกินใจเอาไว้ในตอนหนึ่งของการเรียนวิชา “ออสเตรเลียศึกษา” ว่า “หากเราออกเดินทาง เราจะรู้ว่าโลกมันกว้าง และตัวเราเล็กเพียงนิดเดียว”
ตั้งแต่มาที่นี่ ใจมีเพื่อน มีคนรู้จักมากขึ้น ระยะเวลาไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดความจริงใจจากคนรอบข้างที่มีต่อเรา หลายคนเป็นที่พักพิง พึ่งพา และหลายคนก็กลายเป็นคนสนิทชิดเชื้อ จนแอบคิดไปว่า “จะหาที่ไหนได้อีก” ที่โรงเรียน ใจมี Ivy เพื่อนเวียดนามที่ยังมีวีซ่าเหลืออยู่ที่นี่อีก 5 ปี และเธอก็ลงทุนไปกับธุรกิจร้านอาหารที่นี่อย่างจริงจัง และเชื่อได้ว่า เราจะกลายเป็นเพื่อนที่จะไม่หายไปจากกันนับจากนี้…ใจยังมีเพื่อนคนไทยอีกหลายคน ทั้งม่อน รุ่นน้องที่กลายมาสนิทสนมกันจนไปตั้งวงตลกให้คนหัวเราะได้ มีนิด กับนาท สองศรีพี่น้อง ที่หน้าดีกันทั้งคู่ และอั้ม เพื่อนคนไทยที่คุยกันได้เข้าใจแม้จะพูดรัวและเร็วกันทั้งคู่ เวลาเข้าห้องเรียน แล้วได้คุยกับเพื่อน นั่งทำการบ้าน คุยกับอาจารย์ โดนเรียกชื่อ ขานชื่อ เช็คชื่อ เช็คการบ้าน มันก็แปลกไปอีกแบบ ชีวิตคนเราจะมีโอกาสได้เลือกทำอะไรแบบนี้สักกี่ครั้งกันนะ ถึงจะต้องมาไกลถึงที่นี่เพื่อเข้าห้องเรียน และเสียเงินไปทั้งกระเป๋าที่มีอยู่ ใจก็ว่า…มันคุ้มดีเหมือนกัน… ปล. หากใครถามหาใจว่า….หายไปไหน… นี่คือภาพล่าสุดของใจเพิ่งถ่ายมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นเครื่องบ่งบอกว่า “ใจยังมีชีวิตอยู่” Random PostsDiscussion2 comments for “back to school”Post a comment |
ดีใจที่กลับมาและเล่าเรื่องราวให้ฟังอีก….
เสื้อส้มอะเสื้อส้ม