เวลาของใจในเช้าวันเสาร์ขณะที่นั่งพิมพ์ข้อความทั้งหมดอยู่ ตาทั้งสองข้างของใจก็เหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกเวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่หอบหิ้วมาจากเมืองไทยคือเวลาที่ใครอีกหลายคนที่เมืองไทยกำลังหลับใหล หลับลึก ชนิดที่หากมีฝันเกิดขึ้นในช่วงนี้เราจะเรียกมันว่า “ฝันใกล้รุ่ง” ซึ่งคนโบราณมักจะเชื่อกันว่ามันอาจจะให้ความรู้สึกเหมือนเกิดขึ้นจริง หรืออาจจะเกิดขึ้นจริงในชีวิตของเรา ใจว่าอาจจะเพราะว่าเราใกล้จะตื่นแล้ว สภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นทำให้เราจดจำภาพฝันได้ชัดเจนกว่าช่วงไหน ทำให้เรารู้สึกกันไปว่า มันเหมือนเกิดขึ้นจริง “ตีห้าครึ่ง” นี่ ใจมาถึงที่นี่เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว โดยไม่ยอมแม้แต่จะเปลี่ยนเวลาในหน้าคอมพิวเตอร์ให้เป็นเวลาของประเทศที่ตัวเองอาศัยอยู่ ขณะที่นาฬิกาข้อมือสีชมพู ของขวัญวันวาเลนไทน์ชิ้นแรกจากคนที่ใจเคยคบหา ก็ยังคงสภาพเวลาสองที่ คือที่นี่และที่เมืองไทย
บางทีใจเองก็แอบลอบมองนาฬิกาบ่อยๆ ดูให้รู้สึกและคิดถึงว่าคนที่เมืองไทยกำลังทำอะไรกันบ้างในเวลาเช่นนี้ มันน่าแปลกที่เราไม่เคยได้รับรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วคนที่อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของเวลากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ มีแต่จินตนาการและความรู้สึกนึกคิดของเราเพียงเท่านั้นที่โลดแล่นข้ามเวลาและปรากฎเป็นภาพอยู่ในหัวสมอง โดยมีประสบการณ์และความทรงจำที่ผ่านพ้นเป็นเครื่องมือช่วยสร้างภาพทั้งหมดให้เกิดขึ้น คนที่ออนไลน์ในลิสต์โปรแกรมสนทนาของใจในยามนี้ นอกจากจะมีจำนวนไม่ถึงสิบคนแล้ว มีเพียงคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ และคนไทยบางคนที่คงจะมีธุระปะปังในตอนตีห้าครึ่ง หรือ คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทะลึ่ง “นอนไม่หลับ” ไม่ก็ตื่นเช้าจนติดนิสัย นอกจากนี้ยังมีใครบางคนที่อาศัยออนไลน์ไว้ให้ผู้คนเห็นแล้วก็หนีไปนอนซุกผ้าห่มอยู่บนเตียง ที่นี่แปดโมงครึ่งแล้ว ใจเพิ่งจะเอาเสื้อผ้าในตะกร้ากองพูนไปใส่ลงในเครื่องซักผ้าในห้องซักล้างหลังบ้าน แวะเอาขนมปังแผ่นขาวสองแผ่นหย่อนลงในเครื่องปิ้ง หมุนปุ่มเร่งความร้อนไปที่เลขสอง มืออีกข้างหนึ่งเอื้อมไปกดปุ่มกาต้มน้ำร้อนให้ทำงาน ยืนนิ่งใจลอยคิดไปถึงผ้าที่อยู่ในเครื่องว่า “ต้องรอให้มันซักเสร็จแล้วถึงจะเอาใส่เครื่องอบ นั่งรออีก 1 ชั่วโมงก็จะได้ใส่เสื้อผ้าที่อยู่ก้นตะกร้ามาหลายวันแล้ว ก็ว่ามันหายไปไหน ยังไม่ได้ซักนี่เอง….” เสียงและกลิ่นขนมปังกระทบหูและจมูกอย่างแรง ใจละเลงเนยถั่วยี่ห้อราคาแพงแต่เค็มและไม่อร่อยเท่าแบรนด์ที่ถูกกว่านี้ลงบนแผ่นขนมปังที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ไปแล้ว ละมือจากขนมปังใจเทน้ำร้อนใส่ในแก้วช็อกโกแลตร้อน คนไปมาพอให้เกิดเสียงช้อนกระทบกับขอบแก้ว ก็หยุดแล้วยกทั้งจานขนมปังและแก้วเครื่องดื่มสุดโปรดมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ รอเวลาให้ผ้าแห้ง นานเท่าไรแล้วที่ใจไม่ได้อธิบายความเป็นไปของตัวเองในชั่วโมงแบบนี้เป็นตัวหนังสือ อาจจะเพราะว่า หัวสมองใจยังคิดอะไรหนักๆ ไม่ออกในเวลานี้ รู้สึกแต่ว่า อยากจะเขียนอะไรไปเรื่อยๆ …… เมื่อคืนใจนอนดึก แถมยังตื่นเช้า เพราะเมื่อตัวนอนราบอยู่บนเตียง ใจก็ไอหนักทั้งคืน แม้จะอยู่ในสภาพหลับ แต่กึ่งหนึ่งก็เหมือนกำลังตื่นอยู่ ใจรู้สึกตัวจนถึงตอนนี้ว่าคืนที่ผ่านมา ใจไอหนักกว่าคืนไหนๆ แม้ไข้ลดแต่ไอกลับเพิ่มเสียจนตอนนี้อกของใจร้าวไปเพราะอาการไอทั้งคืน ใจตั้งใจจะกินยาแก้อักเสบต่อเนื่องอีก 1 วันให้อาการไม่สบายหายจนปลิดทิ้ง ไม่หลงเหลือให้ต้องอดหลับอดนอนกันอีกในสัปดาห์หน้า การตื่นตั้งแต่เช้าและมองหาอะไรทานรองท้องก่อนทานยาลงไปให้กระเพาะดูดซึมเป็นเรื่องที่จำเป็น นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ใจต้องปิ้งขนมปังส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วบ้าน ขณะที่น้องสาวและคนอื่นๆ กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงในเช้าวันเสาร์เช่นนี้ อีกสี่นาทีจะหกโมงเช้าแล้ว คนที่เมืองไทยก็คงจะกำลังนอนหลับสนิท เสียงพัดลมคงดังแก่ก แก่ก ส่ายหัวไปมา ซ้ายที ขวาที หลายคนคงหลับทั้งๆ ที่กังวลว่าเครื่องปรับอากาศจะทำให้ค่าไฟในตอนสิ้นเดือนพุ่งกระฉูด ใจหนึ่งก็อดทนกับความร้อนระอุไม่ได้อีกต่อไป ใจยังกินขนมปังไม่หมดแผ่น มือทั้งสองข้างทิ้งจากขนมปังมาอยู่บนแป้นคีย์บอร์ด อากาศข้างนอกนั่นหนาวไม่เลิก ลมหนาวพัดเข้ามาทางหน้าต่างที่ใจเพิ่งเปิดแง้มเอาไว้เมื่อก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที วันนี้ที่นี่ยังหนาว ใจเองก็ยังไม่หายไม่สบายทั้งที่เป็นมาหลายวัน….และ…..ระยะทางและระยะเวลาของเราก็ยังไม่เลิกที่จะห่างกันอยู่ดี…… Related PostDiscussion8 comments for “เวลาของใจในเช้าวันเสาร์”Post a comment |
น้านนนน ขึ้นต้นอะไร…ลงท้ายวกมาจบแบบนี้ซะเรื่อย :p
แต่ไอ้อาการไอจนจุกอกแบบนี้มันทรมานมากเหมือนกันนะั
นอนหลับยาก ไอทีก็เจ็บที
ขอให้หายไวไว…
บรรยายซะหิวเลย ไปหาอะไรทานมั่งดีกว่าอิๆ
ปล.ใช้ผ้าพันคอช่วยเวลานอน ระงับไอดีนักแล เพราะคอคือจุดที่เปราะบางที่สุดของคนเรา
พี่ว่าใจไปหาหมอดีกว่าครับ แล้วดื่มน้ำอุ่นมากๆ นะ พักผ่อนจ้ะ
รองเท้าสวยดีอะ
ไอเหมือนกัน ทรมานมากถ้าต้องฝืนไม่ให้ไอ
ohhhhhh
รองเท้าสวยจริง ๆ
รอดูรูปจากกล้องโลโม่ในมือด้วยน๊า สแกนมาให้ดูมั่ง