China Planet: ว่าด้วยเรื่องประชากรจีนทั่วโลก
”Wallpaper*” แมกกาซีนชื่อดังที่โดดเด่นเรื่อง ดีไซน์ การตกแต่งภายใน แฟชั่น ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ ฉบับเดือน June ปี 2009 ที่ใจหยิบมานั่งอ่านวานนี้ น่าจะเป็น Wallpaper* เพียงเล่มเดียวในรอบหลายปี หลังจากที่ใจแทบจะไม่เคยได้แตะเลย อาจจะเพราะว่าไม่ได้รู้สึกว่าอยากจะเปิดอ่านหรือหามันมาอ่าน ทำให้ใจแทบจะไม่เคยแวะเวียน หรือตรงดิ่งเข้าร้านหนังสือเพื่อเจาะจงจะหาหนังสือเล่มนี้ติดมือกลับมาบ้าน ต่างกับ National Geographic ที่ใจกลับตั้งใจออกจากบ้านเพื่อเข้าร้านหนังสือ และจ่ายเงินเกิน 100 แลกมันกลับมาด้วยอยู่บ่อยครั้ง
ใจหยิบ Wallpaper* ฉบับประจำเดือนล่าสุดมาพลิกอ่าน ด้านหน้าไม่มีคำ “จำกัดความ” ใหญ่เป้งพอที่ผู้อ่านจะเห็นว่า “cover story” หรือ เรื่องปก เดือนนี้เป็นเรื่องอะไรกันแน่ มีเพียงรูปภาพขวดโหลอ้วนกลมด้านในใส่เม็ดทานตะวันอบแห้งด้านใน ตั้ง
หราอยู่เต็มหน้าปกหนังสือ ด้านบนซ้ายมีอักษรภาษาจีนเล็กๆ แปะอยู่ มองไปรอบๆ หากสังเกตให้ดีก็จะมีตัวหนังสือไม่ใหญ่มาก บอกคำจำกัดความของภาพขวดโหลว่า “Made in China” (ในตอนหลังใจพบว่า หน้าปกที่ตีพิมพ์และวางขายในออสเตรเลียแตกต่างกับฉบับเดียวกันในบางประเทศ เพราะภาพปกนั้นเป็นคนละภาพกัน)
“Made in China” เป็นเรื่องหลักที่ Wallpaper* ฉบับนี้นำเสนอ ทุกอย่างในเล่มเต็มไปด้วยคอนเซ็ปต์ที่หนังสือถนัด คือ ดีไซน์ ตกแต่ง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ แต่ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับจีน เช่น พูดถึงนักศิลปะ นักออกแบบของจีน คนมีชื่อเสียง ของใช้ในจีน ร้านอาหาร บ้าน และตึกในแบบจีนๆ เก่า โมเดิร์น ใหม่ปะปนกันไป
ใจนั่งอ่านตั้งแต่เรื่องแรก เรื่องที่สอง ….สาม สี่ แต่ดูเหมือนเรื่องที่สะดุดต่อมอยากรู้อยากเห็น และนักอ่านจำเป็นอย่างใจก็เห็นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “ประชากรจีน” เสียมากกว่า
ตรงกลางเล่ม มีเรื่องที่จั่วหัวเอาว่า “China Planet” เนื้อหาของเรื่องว่าด้วย จำนวนประชากรจีนที่อพยพย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิดเมืองนอก ทั้งแบบเสื่อผืนหมอนใบ หรือไม่จน แต่รวยล้นฟ้าไปอยู่ในประเทศอื่น
นักเขียนเริ่มต้น เรื่องด้วยข้อความไม่กี่บรรทัด บรรยายว่า คนจีนนั้นไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในแง่ของการเป็นนักเที่ยว นักบุกเบิก และนักคิดค้นสารพัดเท่านั้น แต่คนจีนยังเป็นผู้ที่ทำสถิติการสร้างถิ่นฐานของตนในเมืองอื่นมากที่สุดสัญชาติหนึ่ง อย่างน้อยก็สร้าง “ไชน่าทาวน์” ได้เกือบทั่วโลก

เรื่องจำนวนคนจีนที่ย้ายไปอยู่ในไชน่าทาวน์ของประเทศอื่นนั้น คงไม่น่าสนใจสักเท่าไร หากนักเขียนของหนังสือไม่ได้รวบรวมเอาไว้เป็นสถิติที่ดูง่าย และไม่ต้องใช้ตัวหนังสืออธิบายเหมือนสำนักงานสถิติทั่วไป ตัวอักษรสีจัดที่กระจัดกระจายบนแผนที่โลก พร้อมกับวงกลมที่ใหญ่ขึ้นตามแต่ละจุด บ่งบอกจำนวนประชากรจีนที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละประเทศ
และก็อีกนั่นแหละ มันจะไม่น่าสนใจสำหรับใจเลย หากใจไม่บังเอิญพบว่า ตัวหนังสือที่ใหญ่ที่สุด และวงกลมที่ใหญ่ที่สุดทะลึ่งเป็น “Bangkok”
ใจไม่รู้ว่ามันเป็นข้อมูลที่เท็จจริงมากแค่ไหน แต่หากมีการรวบรวมในเชิงที่สามารถอ้างอิงและใช้งานได้จริง และเป็นข้อมูลที่อัพเดตปัจจุบันทันด่วนอย่างที่ Wallpaper* นำเสนอในหนังสือ ก็เท่ากับว่าตอนนี้ ประชากรจีนได้อพยพมาใช้ชีวิตอยู่ในไชน่าทาวน์ของไทย (เยาวราช) มากที่สุดในโลก นับจำนวนแล้วตัวเลขสูงถึง “4,000,000″ คน ขณะที่รองลงมาคือไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์ มีจำนวนประชากรจีนทั้งสิ้นราวเกือบสามล้านคน
และนี่คือจำนวนตัวเลขประชากรจีนในไชน่าทาวน์ทั่วโลกที่น่าสนใจบางส่วนที่ Wallpaper* ได้รวบรวมเอาไว้ และใจก็นั่งจดมากับมือ…
Toronto 283,000
New York 374,300
Lima 400,00
Sao Paulo 151,600
Auckland 100,000
Melbourne 182,500
Darwin 120,000
Johannesburg 150,000
Manila 112,000
Dubai 300,000
Bangkok 4,000,000
Kuala Lumpur 774,000
Singapore 2,727,400
Jakatar 792,000
London 111,500
Milan 300,000
Saipan 15,000
Liverpool 5,000
Newcastle 2,000
ใจปิดหนังสือ Wallpaper* ไปแล้ว ระหว่างเดินทางกลับบ้านในช่วงค่ำ ใจแวะซื้อของมาทำกับข้าวที่ซูเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน ตรงบันไดเลื่อนก่อนทางเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ใจเห็นบูทนวดแผนจีนตั้งอยู่ตรงมุมทางเดินนั้น พนักงานหน้าตาบอกยี่ห้อสัญชาติจีนแท้นั่งอยู่ในบูทหลายชีวิต … พาลอดคิดถึงเรื่องที่ได้อ่านก่อนกลับบ้านเสียไม่ได้… อย่างน้อยในเมืองที่ใจกำลังอาศัยอยู่นี้ก็มีคนจีนเกือบสองแสนคนเลยทีเดียว…
Random Posts
|
ในฐานะคนจีนที่อยู่ใกล้ ๆ ไชน่าทาวน์ ขอร่วมยินดีด้วย
อืม….เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ากทม.มีคนจีนมากที่สุดในโลก
คนจีนเยอะมากๆ
โอว ความรู้ใหม่ด้วยค่ะเนี่ย ขอบคุณคุณใจนะคะ
เป็นความรู้ใหม่นะคะเนี่ย ว่าบ้านเรา คนจีนเยอะมาก