เข้าไอซียูภาคสอง
ตกบ่ายหลังจากที่ใจทนอาการปวดหัวและปวดก้านคอไม่ไหว ใจก็เลยซุกตัวลงในผ้าห่ม วางหัวลงบนหมอน พักผ่อนตามที่ร่างกายบอกและเพื่อนฝูงอีกหลายคนก็ต้องการแบบนั้น
ใจสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงของแฟรงค์ เจ้าของบ้านที่ใจเช่ารวมกับคนไทยและคนจีนเดินเข้ามาในบ้าน ใจเดินออกไปทักทายแฟรงค์พร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แฟรงค์ใจดีพาใจไปหาหมอที่โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน
ก่อนไปแฟรงค์ให้ใจคุยกับป้าคนไทยซึ่งเป็นภรรยาของแฟรงค์ ก่อนตัดสินใจว่าจะไปโรงพยาบาลกันดีไหม ป้าแนะนำให้ไปตรวจก่อน เพื่อป้องกันไว้ พร้อมกับบอกว่า
“ทำใจให้สบายนะหนู ป้าอยากให้หนูทำแบบนี้ หายใจเข้าก็ให้รู้ว่าตัวเองหายใจเข้า หายใจออกก็ให้รู้ว่าหายใจออก หลังจากนั้นแยกความเจ็บปวดออกจากกันระหว่างกายและจิตใจ ตอนนี้กายเราเจ็บ แต่จิตเราไม่ได้เจ็บป่วยไปด้วย คิดถึงบุญกุศลและความดีที่เราทำสั่งสมมา เพื่อคิดแล้วก็แผ่กุศลแห่งความดีให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหมด เมื่อเขาให้รับ ก็ขอให้เขาช่วยดูแลเราให้รอดปลอดภัยไปด้วย”
บอกตรงๆ วิธีนั้นใจออกจะงงๆ กับคำพูดของป้า ภรรยาของแฟรงค์ แต่ป้าถึงกับบอกว่าจะช่วยแผ่กุศลให้ใจปลอดภัยด้วยอีกแรง
มาถึงตอนนี้ใจก็เริ่มคิดได้ว่า บางที….จิตใจก็คงไม่ได้เจ็บป่วยไปด้วยจริงๆ อย่างที่ป้าเขาบอก บางครั้งในยามที่มืดมนใจก็ค้นพบเสมอว่ามีคนที่หวังดีกับใจมากมายเหลือเกิน มีคนยื่นมือมาช่วยเหลือให้ช่วงเวลาที่ยากเย็นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพียงแต่ว่า…เราก็ต้องสั่งสมความดี เป็นคนดีมากพอที่จะทำให้คนอื่นช่วยเหลือเราโดยไม่แฝงความไม่พอใจหรือไม่ต้องการจะช่วยเหลือเอาไว้เบื้องลึกของจิตใจ
แฟรงค์ขับรถจากบ้านไปยังโรงพยาบาล เราสองคนตรงดิ่งไปยังห้องไอซียู แจ้งความต้องการกับพยาบาล พยาบาลที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ใส่กางเกงขายาวและเสื้อสีน้ำเงิน ไม่ใช่ชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดตาอย่างบ้านเรา
เธอซักถาม และเปิดประตูให้ใจเข้าไปด้านหลังเคาน์เตอร์ ทำการตรวจสอบอาการเบื้องต้น ทั้งส่องไฟที่ตา ให้ใจออกแรงบิดนิ้วของเธอให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ กดไหล่ทั้งสองข้าง เปิดดูศรีษะของใจ พร้อมกับให้ใจแลบลิ้น ก่อนที่จะให้ใจนั่งรอพบหมออยู่นานพอสมควร
ระหว่างที่นั่งรอ ใจต้องยื่นบัตรประกันสุขภาพ และกรอกข้อมูลเข้าระบบของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่สอบถามรายละเอียดจากใจอีกครั้ง ถามเวลาของอุบัติเหตุ สถานที่เกิดเหตุ ระบบแจ้งว่าใจนัดพบหมอย่าน Dadenong ในตอน 3 ทุ่ม ซึ่งเธอเห็นได้จากจอคอมพิวเตอร์ ใจต้องกรอกที่อยู่หลายชั้น ก่อนที่เธอจะให้ใจไปนั่งรอที่เก้าอี้นั่งรอ
เมื่อถึงคิวของใจ ใจกับแฟรงค์เดินเข้าไปยังด้านหลังเคาน์เตอร์อีกครั้ง หนนี้ใจเพิ่งเห็นว่าด้านใจเป็นส่วนของการตรวจรักษา พยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินที่ทั้งกว้าง ใหญ่และสะอาดมาก ใจเดินทะลุตรงไปเรื่อยๆ พยาบาลชายใส่ชุดสีเดียวกันกับคนอื่นๆ พาใจไปนอนบนเตียงพยาบาลในห้องเฉพาะ เขาวัดความดัน วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
ใจเพิ่งรู้ว่าตัวเองตื่นเต้นมากเสียจน หัวใจเต้นรัว หน้าจอแสดงผลอัตราการเต้นของหัวใจเตือนว่าหัวใจของใจเต้นเกินความต้องการ เสียงดัง “ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง” พร้อมกับรูปหัวใจสีแดงเล็กๆ กระพริบเตือนถี่ๆ ใจหันไปมองพร้อมกับมองหน้าพยาบาล เขาก็ได้แต่ยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปปิดหน้าจอนั้น
เขาสอบถามและตรวจความเจ็บปวดตามร่างกายของใจอีกครั้ง ก่อนส่งต่อให้กับหมอผู้หญิงที่หนนี้ซักละเอียดกว่าเดิม ตรวจละเอียดยิ่งกว่าเดิม ก่อนให้ความเห็นว่า
“ที่สมองไม่น่าจะได้รับการกระทบกระเทือนอะไร ไม่มีบาดแผลภายนอก ไม่มีเหตุที่ระบุได้ว่าเราจะมีเลือดคั่งในสมอง ตอนนี้อาจจะเป็นการเจ็บปวดต่างรางกายและคอ ซึ่งเป็นผลมาจากการกระชากไปข้างหน้าอย่างแรง และกลับมาฟาดพนักพิงอย่างที่บอก ดังนั้นก็สบายใจได้”
ใจเดินออกมาจากห้องไอซียูแล้ว จำได้ว่าเวลานั้นคือเวลาเกือบทุ่มหนึ่แล้ว ใจมาถึงที่นี่ราวบ่ายสามโมง ระยะเวลาที่ยาวนาน นำมาซึ่งความคิดมากมายท่วมท้น
แม้จะบอกกับแฟรงค์ว่า การเข้าโรงพยาบาลที่นี่อาจจะช่วยให้ประสบการณ์ในชีวิตต่างแดนอีกแบบหนึ่งกับใจ แต่ถ้าให้เลือกได้ ก็ไม่อยากจะได้ประสบการณ์แบบนี้เลยจริง ๆ
“It’s crazy! right?”
แฟรงค์ยิ้มที่มุมปากตามสไตล์ฝรั่งขี้บ่นแต่ก็เป็นคนใจดี พร้อมกับบอกใจว่า
“บางทีการที่เธอได้รู้ว่าเธอไม่เป็นอะไรในตอนนี้ ยังดีกว่าเธอไม่มาแล้วภายหลังเธอพบว่าเธอเป็นมากกว่านี้ ฉันเชื่อว่าวิธีนี้ดีที่สุดแล้วสำหรับเธอ”
ใจไม่เป็นอะไรแล้ว แม้จะหลงเหลือความเจ็บปวดกล้ามเนื้อที่ต้นคออยู่บ้าง อย่างน้อยเวลานี้ก็ลดความไม่สบายใจหลายๆ อย่างลงไปได้ ….
พี่โอคะ …บางทีมันอาจจะเป็นแบบที่พี่โอบอกค่ะ…ในช่วงที่เรายากเย็น บางทีมันอาจจะเป็นบทพิสูจน์
“บทพิสูจน์เรื่องความห่วงใยดูแลกัน”
ใช่ไหมคะพี่โอ …. ใจทราบแล้วค่ะพี่โอ….ใจทราบแล้ว….
Random Posts
|
เรื่องที่เหมือนจะเลวร้าย เป็นเครื่องพิสูจน์ เรื่องที่ดีงามได้ครับ
คราวที่เจ็บป่วย เราจะเห็นความห่วงใยมากมายจากใครต่อใคร
เป็นเรื่องดีงาม ที่หลายครั้งหลายหนเราก็มองข้ามมันไป…เสมอ
…
..
.
สบายใจแล้วนะ หายปวดคอไวไวก็แล้วกัน
วรรคทองวันนี้
ป้า…”ร่างกายเจ็บ แต่จิตใจอย่าเจ็บ”
แฟรงค์ “บางทีการที่เธอได้รู้ว่าเธอไม่เป็นอะไรในตอนนี้ ยังดีกว่าเธอไม่มาแล้วภายหลังเธอพบว่าเธอเป็นมากกว่านี้ ฉันเชื่อว่าวิธีนี้ดีที่สุดแล้วสำหรับเธอ”
ใจโชคดีจริงๆ ที่มีคนดีดีอยู่รอบตัว ณ เวลานี้
ขอให้หายเร็วๆ นะ
ดีแล้วหล่ะที่ไม่เป็นอะไรมาก
เอาเป็นว่า ฟาดเคราะห์ (แต่แอบแรงไปนิดนึง) ก็แล้วกันเนอะ
หายวันหายคืนนะ
ชอบคุณป้าจัง
ใจหายไว ๆ นะ หมอแนะนำให้ทำอะไรยังไงก็ทำตามด้วยนะ
โย่ว ๆ คนสวย หายยัง ???
หายแล้วค่ะคนสวยเหมือนกัน
โชคดีจริงๆ ที่ไปอยู่โน่นแล้วได้เจอคนดีๆ ที่คอยให้ความช่วยเหลือเราได้เสมอ
หายไวๆ นะจ๊ะ
วันนี้เพิ่งเยี่ยม jaispace
ขอให้พระเจ้าคุ้มครองชีวิตในต่างประเทศนะคะ
เจอกันใน msn จะทักไปนะ
หายไวๆนะ ไม่ได้เข้ามาอ่านนานตกใจหมดเลย
นานๆ แวะมาที ปกติเจอแต่ใน Facebook กะ GTalk เลยไม่รู้รายละเอียดมากมายเท่าที่นี่
ตอนนี้ดีขึ้นแล้วก็หายห่วง ฟาดเคราะห์หนนี้แรงสักหน่อยแต่ก็ทำให้ได้รู้อะไรหลายๆ อย่างนะใจ
สู้ๆ จ้า
เวงกำ(ที่ไม่แบ) เอ่าน่าแกโตง่ายๆหายไวๆเน้อบ๊ะบายว่างๆจะมาแซบมาแซวใหม่จ้า55เอิ๊กๆๆๆ