เข้าไอซียู ภาคแรกมีอยู่สองสิ่งที่ใจไม่ปรารถนาจะพบปะหรือเจอ หากมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งก็ดูเหมือนกว่าสิบประเทศที่เดินทางไปมา ใจก็สมใจอยากและได้อย่างที่ปรารถนาตลอดมา เพียงแต่…ไม่ใช่หนนี้ หนที่ใจได้มันมาอยู่ในมือทั้งสองอย่าง เย็นวานนี้ใจเพิ่งประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางออกไปนอกบ้านเพื่อซื้อแป้งพิซซ่าญี่ปุ่นที่ย่านไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร ใจนั่งรอเอ๋อยู่พักหนึ่ง จนเห็นท่าว่าเอ๋จะยังไม่กลับบ้านเร็วอย่างที่คิด ใจเลยตัดสินใจออกบ้านพร้อมกับออย ขับรถมุ่งหน้าไปยัง Crayton เพื่อซื้อแป้งญี่ปุ่นจากร้านขายของสำหรับคนเอเชีย
ระหว่างที่ข้ามสะพานไม่ห่างจากบ้าน และรอไฟแดงอยู่นั้น ใจก็ได้ยินเสียงดัง “ตู้มมมมมมมมม” พร้อมกับตัวใจซึ่งมีเข็มขัดนิรภัยรัดตัวอยู่ก็เหวี่ยงไปข้างหน้า และเด้งกลับมาในทิศทางกลับกัน หัวของใจฟาดเข้ากับพนักพิงของเก้าอี้รถอย่างจัง กว่าจะตั้งสติได้ว่าถูกรถอีกคันชนท้าย ก็ใช้เวลาหลายนาที เราออกจากรถเพื่อมองหาคู่กรณี “Fxxxxxx hell!!” ใจได้ยินเสียงสบถดังลั่นถนน ก้มมองที่เบื้องหน้า เห็นเศษอะไรต่อมิอะไรเกลื่อนพื้น ใจหันไปดูรถของเพื่อนที่ขับพาใจไปซื้อแป้งพิซซ่าญี่ปุ่น ก็เห็นว่ารถของเขาไม่พังอะไรเมื่อมองด้วยสายตาในเวลามืดโพล้เพล้แบบนี้ ทั้งๆ ที่ในเวลาต่อมาใจได้ข่าวว่าเขาต้องเอารถเข้าอู่เพราะแผงอะไรสักอย่างใต้รถถูกรถอีกคันพุ่งชนพังทั้งแถบ ซึ่งอยู่ด้านหลังของกันชนท้ายรถ คู่กรณีเป็นเด็กวัยรุ่นที่แต่งรถเก๋งเสียน่าขับ เขาไม่ทันมองว่ามีรถจอดติดเป็นแพด้านหน้า มองแต่ว่าไฟกำลังเขียวพอดี และรถยังไม่ได้ขยับล้อเคลื่อนไปข้างหน้า เขาเหยียบเต็มเหนี่ยวชนก้นรถของพวกเราอย่างแรง ซึ่งเหตุนี้ในเวลาต่อ ส่งผลให้ใจมึน ปวดศรีษะ และปวดร้าวก้านคอไปแทบทั้งคืน จนกระทั่งตอนนี้ แม้จะทำใจได้ว่า อุบัติเหตุยังไงก็ยังเป็นสิ่งที่เรียกว่าอุบัติเหตุอยู่วันยังค่ำ แต่ใจก็กลับทำใจไม่ได้สักเท่าไร บางทีก็แอบคิดว่านี่ “เราซวย” ดีแท้ๆ วันนี้ใจรบกวนให้ออยช่วยให้ที่บ้านของเขาซึ่งเป็นประชากรของที่นี่ทำการจองเพื่อพบแพทย์ แต่ดูเหมือนว่าเวลาที่นัดคือช่วง 3 ทุ่มของวันนี้มันช่างทรมานจิตใจนักเรียนไทยในต่างแดนอย่างใจเสียจริง นี่เป็นหนแรกที่ใจต้องเดินเข้าโรงพยาบาลในต่างประเทศเพื่อทำการตรวจสภาพร่างกายของตนเอง ก่อนมาใจรู้กิตติศัพท์ของโรงพยาบาลที่นี่อยู่บ้าง อย่างน้อยก็คือ “มันแพง” และสอง “มันยุ่งยาก” และสาม “กว่าจะได้เจอหมอก็ต้องรอนาน” ไม่เหมือนกับที่บ้านเรา ใจเคยเป็นเพียงแค่กล้ามเนื้อหน้าท้องอักเสบ ใจขอตรวจละเอียดยิบแม้กระทั่งอัลตร้าซาวด์พุง ทำเหมือนกำลังตั้งท้องยังไงยังงั้น ตรวจเลือดหาว่าเป็นไวรัสลงตับไหม และทำการตรวจสารพัดหมดไป 4 พันบาทภายใน 3 ชั่วโมง นั่นก็ว่ามากโขสำหรับใจ แต่ที่นี่ใจคิดเผื่อเอาไว้ว่า…เผลอๆ อาจจะเหยียบแสน (หรือเปล่า?) ใจได้รับคำแนะนำเบื้องต้นว่าให้ใช้บัตรประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติที่จ่ายมาแล้วมูลค่าหลายร้อยเหรียญสำหรับการรักษาพยาบาลในครั้งนี้ ไม่ก็ให้ใช้สิทธิ์ของการเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งต้องเป็นคนชดใช้ ไม่ก็หน่วยงานของรัฐที่เรียกว่า Transport Accident Commission (TAC) ซึ่งจะเป็นคนจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาล ในกรณีที่ใจแจ้งความกับตำรวจถึงกรณีอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยค่าใช้จ่ายที่ TAC จะจ่ายให้คือครอบคลุมการรักษาพยาบาลทั้งหมด มาถึงตอนนี้ใจตัดสินใจฟังคำแนะนำของใครหลายๆ คน เอก พี่โอ พี่ปอง แอน เจ้าบาส และอีกหลายคนที่เป็นห่วงเป็นใย เปลี่ยนใจจากการไปพบหมอที่ออยนัดให้ตอน 3 ทุ่มมาเป็นการไปหาหมอแบบปัจจุบันทันด่วนแทน… Random PostsDiscussion5 comments for “เข้าไอซียู ภาคแรก”Post a comment |
ปวดก้านคออะดิ
ถ้าเป็นที่จมูกอะไรงี้จะน่าอันตราย
แต่แบบนี้ก็ตรวจให้รู้ก็ดีครับ หวังว่าเป็นแค่คอเคล็ดละกัน
ยังไงก็หายไวๆนะครับ
คำว่าบังเอิญกับพรหมลิขิตมันต่างกันมากไม????ผมเจอเวปนี้เพราะว่าอะไร จำมันไม่ได้แล้ว แต่ทุกครั้งที่เล่นเน็ต ผมต้องเข้ามาอ่านแล้วก็ดูรูปสวยๆ ทุกครั้งไป เป็นกำลังใจให้นะครับ หายไวๆ บุญรักษาละกัน
ดีแล้วที่ตัดสินใจไปหาหมอ ยังไงทาน นวดยาและพักผ่อนมากๆ ขอให้หายเร็วๆ นะ Take Care
หายไวไวครับ
พักผ่อนมากมากด้วย
ไม่ได้แวะเข้ามาทักทายนานโขเลย
เพิ่งรู้ว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุ ยังไงก็ขออย่าให้เป็นอะไรนะ
มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเหมือนเดิมไวๆ จ้า
ปล. อาทิตย์ก่อนเจอเอ๋ เค้าบอกว่าน้ำค้างบ่นว่าเหงาอยากกลับบ้าน ตอนนี้หายเหงารึยังจ๊ะ