รองเท้าบนสายไฟ…
ใจว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว แต่อารมณ์ของใจไม่ได้อยู่ในช่วงของการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายสักเท่าไร เพราะโดยวิสัยในวัยของใจที่มากขึ้นทุกวันๆ เช่นนี้ ใจมักจะคิดเรื่องราวบางอย่างซับซ้อนยิ่งขึ้น เหมือนกับว่าถนัดนักแลที่จะเป็นแม่นางที่ทำให้เรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยุ่งยาก…แถวบ้านเรียก “ยิ่งแก่ยิ่งคิดมาก”
ทำไมใจถึงว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยาก ทั้งๆ ที่เคยเขียน blog เรื่องที่ยากกว่านี้ก็มี ไม่ใช่อะไรเลย นั่นเป็นเพราะแม้จะเป็นเรื่อง “รองเท้า” ที่ดันทะลึ่งไปแขวนอยู่สายไฟ แต่การที่จะได้มาซึ่งเรื่องราวของคำตอบที่ว่า “ทำไมรองเท้าถึงไปแขวนอยู่บนสายไฟ” ก็ทำให้ชีวิตยุ่งยากไม่น้อย มันต้องเหนื่อยกับการอ่าน การแปลและถามผู้คน …แต่ยังไงเสียใจก็ทิ้งอาชีพเดิมของตนเองไม่ได้ เหมือนกับทิ้งตัวตนของตัวเองไปจากเดิมไม่ได้ ใจเองก็ต้องลงมือหาคำตอบนั้นมาอยู่ดี
และเรื่องมันก็เริ่มต้นตรงนี้…
กลางดึกคืนหนึ่งใจคุยกับรุ่นพี่ที่เป็นนักเขียน ไม่ใช่สิ…ปัจจุบันเขาเป็นนักเขียนเต็มตัว มีผลงานอ้างอิงลงตีพิมพ์ทุกเดือน ขณะที่ใจไม่ต่างอะไรไปจากการเป็นแค่ “นักอยากเขียน” ไม่มีผลงานตีพิมพ์เหมือนเมื่อก่อน มีเพียงแค่ข้อความที่บ่นไปวันๆ บนหน้าเว็บไซต์ของตนเองแห่งนี้
ใจเก็บเอาคำถามค้างคาใจมาหลายวันเพื่อสอบถามเขา หลังจากที่ใจเห็นรองเท้าหลายคู่พาดอยู่บนสายไฟ ห้อยต่องแต่งอวดสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมาอยู่เนืองๆ ทั่วทั้งเมืองเมลเบิร์น
จริงๆ แล้วใจเห็นภาพนี้เมื่อปีที่แล้วที่นี่แล้ว หากใครพอจะจำได้ หรือเป็นแฟนคลับตัวยงจะจำได้ว่า ใจเคยพูดถึงมันแล้วก่อนหน้านี้ ใจเห็นรองเท้าคู่นั้นพาดผ่านบนสายไฟที่หน้าพิพิธภัณฑ์เมลเบิร์นเมื่อครั้งมาทริปเมลเบิร์นปีที่แล้ว ปีนี้ใจมาอาศัยอยู่ที่นี่ช่วงสั้นๆ ใจก็สังเกตเห็นว่ามีรองเท้าแขวนอยู่บนต้นไม้ สายไฟ และสายโทรศัพท์มากกว่าหนึ่งคู่ และมากขึ้นๆ ตามตรอกซอกซอย

เมื่อรุ่นพี่ได้รับคำถามก็อุตส่าห์ช่วยไปหาคำตอบ ขณะที่ใจก็ตัดสินใจถามเพื่อนนักเขียน blog ชาวอังกฤษที่ปัจจุบันผันมาเป็นแฮกเกอร์ให้กับบริษัทรักษาความปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ที่มาเลเซีย เหตุผลเพราะ…เขาเป็นฝรั่ง น่าจะเข้าใจวัฒนธรรมแบบนี้ได้ดีกว่าใจ
เขาหัวเราะกลับมา พร้อมกับไปหาข้อความจาก wikipedia ให้กับใจ พร้อมกับอธิบายความหมายแบบสั้นๆ ให้กับใจ
“ล้อเล่นกันกระมัง” เขาบอกกับใจแบบนั้น

ใจแอบไปอ่านข้อความใน wikipedia มาแล้ว ในนั้นอธิบายความหมายของรองเท้าหลายคู่บนสายไฟว่า
Shoe tossing (shoe flinging) มักพบเห็นโดยทั่วไปในหลายประเทศ อาทิ United States, Germany, Colombia, Canada, Britain, Spain, Australia, New Zealand, Argentina, Brazil, Mexico, Peru, Ecuador, Ireland, Israel, Norway, Sweden และ Romania. สำหรับคนอเมริกันเรียกว่า “shoefiti”
เรามักสังเกตเห็นว่ารองเท้าจะถูกผูกรั้งด้วยเชือกผูกรองเท้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน และกึ่งกลางของเชือกที่ผูกมัดเข้าด้วยกันนั้นช่วยรั้งน้ำหนักของรองเท้าทั้งสองให้ค้างเติ่งผ่านผ่านอยู่บนสายไฟ สายโทรศัพท์ แม้กระทั่งบนต้นไม้ และสายอะไรต่อมิอะไรที่มองได้ว่าพ้นจากระดับสายตาตัดกับสีท้องฟ้าข้างหน้า

ความลับของการขว้างรองเท้าขึ้นไปพาดบนสายไฟแบบนี้ยังคงเป็นความลับต่อไป เพียงแต่ภายใต้ความลับนั้นมีการ สันนิษฐานต่อๆ กันมาว่า เป็นการแกล้งกันเล่นของเด็กวัยรุ่น นึกภาพออกไหม? เด็กแกล้งกัน โยนรองเท้าของเพื่อนไปบนสายไฟ ให้เอาลงมายาก หรือไม่ก็ให้มันแขวนประจานอยู่บนนั้น สุดท้ายเพื่อนต้องเดินเท้าเปล่ากลับบ้าน แล้วพวกเราก็…หัวเราะ…
เชื่อไหมว่า… การขว้างรองเท้าแบบนี้กลายเป็นการแข่งขันกีฬาขนาดย่อมที่ปรากฎในนิวซีแลนด์ เขาเรียกกันว่า Boot throwing และตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา ประเพณีการขว้างรองเท้าได้กลายเป็นกีฬาระดับโลก มีการแข่งขันการขว้างรองเท้าแบบที่เรียกว่า World Championship Competition และจัดขึ้นในเยอรมนีในปีถัดมา

การขว้างรองเท้าใช่จะจำกัดอยู่ที่การแกล้งกันระหว่างเพื่อนฝูงเท่านั้น บางแหล่งอ้างอิงว่า การขว้างรองเท้าอาจจะหมายถึงการกำหนดเขตแดนของแกงค์ตามท้องถนน เพื่อให้ศัตรูได้รู้ว่าเป็นถิ่นของตน, พวกบ้าบิ่นชอบขโมยรองเท้าคนอื่นแล้วมาแขวนไว้บนสายไฟ , แกงค์บางแกงค์ตัดสินใจแขวนรองเท้าเอาไว้บนสายไฟเพื่อระลึกถึงเพื่อนผู้สิ้นชีวิตจากการต่อสู้ร่วมกัน หรือจะเป็น เด็กนักเรียนที่จบแล้วทำการจาลึกหรือเขียนชื่อตัวเองเอาไว้ด้านหลังรองเท้า และแขวนมันไว้เป็นที่ระลึกของการทิ้งชีวิตวัยเรียนเอาไว้ข้างหลัง

ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด แต่ใจอยากจะบอกว่าพวกเขาได้ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาสนใจรองเท้าคู่นั้น…อย่างน้อยก็ใจ ที่มักจะแหงนมองรองเท้าที่แขวนอยู่บนหัวอยู่เสมอ บางทีก็แอบมองมันว่า..รองเท้าคู่นั้นช่างตัดกับสีท้องฟ้าเสียเหลือเกิน…และก็อดสงสัยอีกไม่ได้ว่า “ทำไปทำไม???” แต่เรื่องราวก็ยังเป็นความลับต่อไป คนที่รู้ก็คงจะเป็นคนที่โยนเท่านั้นกระมัง….
Related Post
|
แปลกดีนะ… แต่บ้านเราก็มีนี่ แขวนว่าวไว้บนสายไฟ ฮ่า ๆ ๆ
ขอบคุณค่ะ คุณจักรพงษ์ ใจจำผิดอะไรไปไหมคะ? ใจคุ้นๆ ว่าเห็นหน้าคุณจักรพงษ์ที่หน้าเว็บ Aussietip …. เว็บนี้คุณจักรพงษ์ทำมากับมือใช่ไหมคะ??
หลัง ๆ มีพัฒนาเป็นแขวนกระป๋องแล้วด้วยเหรอคะ สีสวยเชียว
อ่านแล้วนึกถึงสองเหตุการณ์ในบ้านเรา
1.เหมือนอุปกรณ์การเล่นสงกรานต์ในบ้านเราเลย แล้วเมื่อเชื่อมโยงกับเรื่อง “ขาดแคลนน้ำที่ออสซี่” ทำให้เดาว่าเค้าคงไม่สาดน้ำกันเพราะนโยบายการใช้น้ำของรัฐบาลออสซี่ เลยหันมาสาดกันด้วยถังน้ำและรองเท้าที่ผูกเชือกเข้าด้วยกันแล้วมันคงบังเอิญไปติดค้างอยู่บนสายไฟ 5555555555
2.นึกถึงหนังเรื่องนึงที่ต้องโยนของให้ขึ้นไปบนกิ่งต้นไม้เพื่อเป็นการบนหรืออธิษฐานขอพร แต่จะม่ายด้ายแล้วว่าเป็นเรื่องอะไรอ่ะ
ปล.อย่าถือสาเราเลยนะ ตอนนี้กะลังเพ้อเจ้อ…