กระจกใจยังไม่เคยดูหนังเรื่อง “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” นั่นเป็นความจริงที่ใครหลายคนคงคิดว่าใจ “ล้าหลัง” แต่ยังไงเสียมันก็เป็นความจริงที่ใจปฏิเสธไม่ได้ เอาแต่ก้มหน้ายอมรับ ยิ่งมาอยู่ที่นี่ใจพลาดหนังดังแทบทุกเรื่อง ไม่สิ…ทุกเรื่อง จนแอบคิดเอาว่า ถ้ากลับไปเมื่อไร คงได้ตาแฉะ นอนแหมะอยู่บนเตียง เช่าหนังมาดูย้อนหลังเป็นแน่แท้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้า ใจใช้เวลาไปกับโรงหนังเศษหนึ่งส่วนสามของชีวิต แม้จะไม่ใช่เซียนหนัง จำชื่อพระเอก นางเอก ตัวร้าย ดารานำ ดาราตัวประกอบ และผู้กำกับได้หมด แต่ใจก็ว่าใจดูหนังในโรงมาเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงอกหักรักคุด ใจนั่งดูหนัง 3 เรื่องต่อวัน ตื่นแต่เช้าเข้าไปทันหนังรอบแรก ก่อนถามพนักงานว่ารอบต่อไปกี่โมง จองหนังรอบต่อไป คั่นเวลาด้วยการหาอะไรให้อิ่มท้อง ก่อนเข้าจองอีกเรื่องปิดท้ายของวัน …วันหนึ่งหมดไปกับการดูหนัง ใจว่ามันเป็นวิธีการฆาตกรรมเวลาได้อย่างเยี่ยมยอด แต่ละเดือนใจซื้อบัตรตั๋วหนังแบบสะสมเงินไว้ในบัตร เดินเข้าไปในช่องสิทธิพิเศษ รูดบัตรกับเครื่องแล้วก็เลือกตัวหนังและที่นั่งได้ก่อนคนอื่นที่ต่อแถวธรรมดา ไม่มีหนังเรื่องไหนในช่วงที่ใจอกหักที่ใจไม่ได้ดู ไม่เว้นแม้กระทั่ง “กระสือวาเลนไทน์” หนังที่กลายเป็นหนึ่งในหนังสีสดที่ใจแอบชื่นชอบมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ทว่าที่นี่ตั๋วหนังแพงหูฉี่ แถมใจยังไม่มีโอกาสแวะเวียนไปโรงหนัง ที่สำคัญ หนังดังที่นี่เข้าช้ากว่าที่เมืองไทย บางทีนานเป็นเดือน หรือสองเดือน ใครหลายคนที่บ้านเราคงไม่รู้ว่าคนไทยเป็นคนที่โชคดี มีตั๋วหนังราคาถูก เก้าอี้ดี พรมไม่เหม็น ป๊อบคอร์นก็ถูก 160 บาทนั่งกันยังกับพระราชามีจอยักษ์เป็นของตนเอง แถมหนังยังเข้าโรงก่อนอเมริกา ชาติที่ผลิตเอง ไม่ก็ชนโรงกับอเมริกา เข้าก่อนอังกฤษ บางทีก็เข้ามันก่อนทุกประเทศ นี่ถ้ายังเป็นนักข่าวเหมือนเดิมจะแอบถาม ผู้บริหารค่ายหนังว่า…ทำไม?? … แม้จะพอเดาได้ว่าคนไทยชอบออกไปดูหนัง มันเป็นกิจกรรมยอดฮิตในการจีบสาว ยิ่งกระแส “กิ๊ก” แรงเท่าไร โรงหนังยิ่งขายดี โรงหนังเป็นสถานที่ที่ใจว่า “คนรัก” มักจะต้องคิดถึงเป็นอันดับต้นๆ รองจากการหาอะไรกิน หรือไปทะเล ที่มืดๆ กลายเป็นที่ที่คนหลงใหล เรามองไม่เห็นตา แม้แต่หางยายังไม่ได้เห็น ตาสองข้างพุ่งตรงไปข้างหน้า แต่ว่าเรากลับไปมันได้เสมอ เผลอๆ แอบจับมือกัน ที่นั่นเป็นหนแรกของการจับมือกันระหว่างคู่รัก.. ใจว่าเป็นแบบนั้น… หรือไม่จริง? (อ้ะ มันต้องโดนใจใครสักคนแถวนี้ล่ะ) สำหรับใจแล้ว ใจว่าโรงหนังเป็นสถานที่ที่ทำให้เราได้จดจำเรื่องราวของคนอื่นได้อย่างแม่นยำ มันเป็นที่ๆ เราสามารถนั่งท่ามกลางความมืดได้ยาวนานติดต่อกันหลายชั่วโมง และเป็นโลกของเรา โลกที่แม้จะมีคนอื่นนั่งร่วมอยู่ในโลกใบเดียวกัน แต่ทุกคนก็หลงลืมไปเสียสิ้นว่านั่งอยู่ข้างๆ กัน … เราล่องลอยไปตามเนื้อหาที่อยู่ตรงหน้า ลืมเวลาที่อยู่ข้างนอกเสียสิ้น กันว่าโฆษณาในโรงหนังถึงจะแพงก็ตรงกลุ่ม ช่วง 60 วินาทีของโฆษณาในโรงหนังนั้น ผู้คนที่ได้ชมจะจดจำมันไปอีกนาน เผลอๆ จดจำไปตลอดชีวิต เพราะทุกคนเงียบ หาไร้เสียงใดมาสอดแทรก เราจดจ่อ เฝ้าติดตาม และจดจำมัน แถมยังตรงกลุ่มเป้าหมายสินค้า บริษัทที่อยากได้กลุ่มคนเมือง ออกไปนอกบ้าน หาข้าวกิน ในชีวิตอยู่ในโรงหนัง มีเงินจ่ายค่าตั๋ว ก็ไม่ต้องกลัวไป.. ต้องยอมจ่ายค่าโฆษณาในโรงหนัง แม้จะไม่ได้เข้าโรงหนังมานานหลายเดือน แต่ใจก็อาศัย Youtube คอยอัพเดตไปเรื่อยๆ ว่ามีหนังอะไรน่าสนใจบ้าง แอบดูตัวอย่างหนังไปพลางๆ แอบรอคอยการกลับบ้าน เพื่อเอาหนังเก่า หนังดังที่ยังไม่ได้ดูมานั่งชม รวมถึงการนั่งดูตัวอย่างหนังเก่าๆ ที่ผ่านมาด้วย ไม่เว้น “ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น” ใจมีโอกาสได้ดูมิวสิควิดิโอที่ใช้โปรโมทหนังเรื่องนี้ ในตอนหนึ่งมีพูดถึงช่วงจีบสาว เด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักใส่แว่น ขาวตี๋ แบบนี้สิ สเป๊กใจ… ไปเคาะประตูหน้าบ้านสาว พร้อมกับถือกระดาษแผ่นใหญ่ แปะภาพนางงาม พร้อมกับเขียนข้อความกำกับใจความสั้นๆ ว่า ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกหาใช่หญิงในรูป แต่เป็นหญิงที่อยู่ในภาพนี้ต่างหาก… เมื่อถึงภาพนั้นออกมา บนกระดาษเป็นกระจก สะท้อนภาพหญิงสาวที่อยู่ข้างหน้าเขา…โอ้…ช่วงวินาทีนั้น ใจเองก็แอบฝันหวาน น่าจะมีใครทำแบบนั้นบ้างกับใจ แถวบ้านเรียก “เน่า แต่ได้ใจ” 555 หลายปีมานี้ ใจเอาแต่นั่งถ่ายรูปตัวเองในกระจก แม้จะไม่มีใครเอากระจกมาส่องแล้วบอกว่า ใจสวย ใจก็ส่องกระจกเอง เพียงแต่ว่า ใจส่องมันผ่านเลนส์ของใจเท่านั้นเอง เหตุผลสั้นๆ ที่ใจทำเช่นนั้น คือใจเคยแอบคิดว่า อยากจะเฝ้ามองตัวเองให้ถี่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การถ่ายรูปตัวเองในกระจก ทำให้เรามองเห็นกระจกสองชั้น หนึ่งคือกระจกจอภาพของกล้องที่บอกภาพที่เลนส์กำลังจับจ้อง สองคือเห็นตัวเองในกระจกแผ่นใหญ่ที่อยู่ถัดไป ..ช่วงนี้ใจถ่ายภาพตัวเองในกระจกบ่อยครั้ง เฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของตัวเองในแต่ละวันอย่างช้าๆ … หนึ่งวัน สองวัน สามวัน … ใจเห็นผมตัวเองยาวขึ้น อ้วนขึ้น แก้มยุ้ยเหมือนอย่างที่ใครหลายคนบอก ตีนกาเพิ่ม ริ้วรอยเพิ่มเติม เพราะวันเวลาที่ผ่านล่วงเลย และก็ยังเห็นว่าตัวเองนั่งอยู่ที่เดิมร่วมสามเดือนเข้าไปแล้ว …. กระจกไม่ได้เพียงแต่ส่องความงาม คอยถามว่าเราสวยกว่าใครในปฐพี แต่มันช่วยให้เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวตนและชีวิตไปในเวลาเดียวกัน…นี่แหละประโยชน์ของกระจกในสายตาของใจ Related PostDiscussion3 comments for “กระจก”Post a comment |
กระจก ส่อง… วัน วัย และ ใจ ที่ล่วงเลย…
ไปหากระจกส่องมั่งดีก่า หุหุ
เล่นเอาหลงทาง ไม่รู้จะโพสท์อะไร
กระจกทุกบานสะท้อนความเป็นตัวตนของเรา….