เรื่องจริง เรื่องหลอกตอนที่ 1ว่าจะเขียนถึงเรื่องนี้มานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่ว่าจนแล้วจนรอด เมื่อเอานิ้วจรดลงบนแป้นคีย์บอร์ด หัวสมองก็ไม่สามารถสร้างสรรค์คำใดออกมาได้เลย หลายต่อหลายครั้ง ใจเลยเอาแต่นั่งมองตัวหนังสือของคนอื่น เอานิ้วคลิกที่เมาท์เปลี่ยนไปที่หน้าเว็บไซต์อื่นเรื่อยๆ โดยที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรดีไปกว่านั้นเลย หลายวันมานี้ ใจพยายามอย่างหนักที่จะอัพ blog สักครั้ง อย่างน้อยก็เพื่อเรียกความขยันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะรู้ดีว่า หากปล่อยไปเช่นนี้นานวันเข้า หน้า blog คงจะร้างราทั้งตัวหนังสือ ผู้คน และตัวตนของใจเอง เรื่องที่อยากจะเล่า เป็นเรื่องของบทความที่ใจพบเจอเสมอในหนังสือเรียนภาษาอังกฤษในชั้นเรียนที่นี่
ทุกๆ ครั้งที่ใจผ่านการทดสอบขึ้นไปอยู่ชั้นใหม่ ใจจะได้หนังสือเรียนเล่มใหม่ตามระดับความสามารถของตนเอง ยกเว้นชั้นเรียนล่าสุดที่ใจนั่งเรียนเพียง 1 สัปดาห์ ด้วยเพราะเป็นชั้นเรียน advance นักเรียนทุกคนไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือ อาจารย์อนุมานว่า “คุณรู้อยู่พอสมควรแล้ว” การเรียนการสอนภาษาแบบนี้จึงเป็นอะไรที่ใจไม่เคยเจอมาก่อน อาจารย์จะให้เราสอบเขียน essay โดยจับเวลาแทบทุกวัน ใจเคยต้องเขียนเรื่องการระบบการขนส่งน้ำมัน (หัวข้อที่อาจารย์ให้มา) โดยเขียนเป็น passvie ภายใน 10 นาที มากถึง 250 คำ ทั้งๆ ที่เป็นวันแรกของการไปนั่งเรียนในห้องเรียนนั้น ช่วงครึ่งแรกของการเรียนมักจะเป็นการฟังอาจารย์พูดเรื่องราวให้ฟัง แล้วให้เราจำ เขียนโครงสร้างของเรื่องใหม่ และเอาไปวิจารณ์บนกระดานกันทีละคน โครงสร้างทางภาษาอันไหนผิด ใช้คำเชื่อผิดตรงไหน คำผิดตรงไหน ทำกันแบบนั้น…ทีละคน ทีละประโยค ทุกคน…. ช่วงครึ่งหลังมักจะเป็นการให้อ่านเรื่องยากๆ จำพวก free trade หลังจากนั้นให้ discuss วิจารณ์และก็มักจะลงเอยด้วยการทดสอบความสามารถในการเขียนอีกรอบ…แตกต่างจากชั้นเรียนก่อนหน้าที่มักจะเรียนแกรมม่า สลับกับคำศัพท์ อ่าน ฟัง และเขียน essay เป็น first assignment หรืองานที่ต้องทำก่อนจะผ่านไปชั้นอื่นได้ แต่ก็นั่นแหละ ใจนั่งเรียนชั้น advance เพียง 1 สัปดาห์ และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ใจจะโยกเงินค่าเรียนภาษาทั้งหมดไปเรียนกราฟฟิกดีไซน์ในเดือนกรกฎาคมอีกครั้ง มาพูดถึงเรื่องบทความที่ใจเจอในหนังสือในชั้นเรียนก่อนหน้า ใจยอมรับว่าเนื้อหาในหนังสือน่าสนใจไม่ต่างอะไรกับบทความสั้นๆ ที่อ่านเจอในอินเตอร์เน็ต แมกกาซีน หรือหนังสือพิมพ์ทั่วไป หลายครั้งใจตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือก่อนไปเรียน เพราะมันให้ความบันเทิง สาระ มากกว่าให้ทักษะในการเรียน หนังสือบางเล่ม คัดลอกเอาบทความที่น่าสนใจมากจากหลายแหล่งมาแปะไว้ เพื่อให้นักเรียนอ่าน วิเคราะห์และแทรกด้วยทักษะทางแกรมม่าเอาไว้ ใจเคยอ่านเจอเรื่องประวัติของดอกทิวลิป ที่มาของดอกกุหลาบ รากเหง้าและความน่าสนใจของทั้งสองดอกไม้ กลายเป็นความรู้รอบตัวอย่างไม่น่าเชื่อ (วันหลังจะแวะมาเล่าให้ฟัง) มีอยู่บทหนึ่งของหนังสือ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือหลอก เนื้อหาของเรื่องราวมี 3 แบบ อาจารย์จะให้อ่านแล้วให้ลองเดาว่าเรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก และเรื่องไหนน่าจะจริงปนหลอกนิดๆ ใจอ่านแล้ว จก็มึน ยิ่งอ่านยิ่งขำ…ยิ่งทำความเข้าใจ ยิ่งไม่เข้าว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรในบางเรื่องราว และเผลอคิดไม่ได้ว่า มันจะจริงได้อย่างไร.. เรื่องหนึ่งเล่าว่า เมื่อราวปี 1977 มีการรายงานข่าวโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ และข่าวเดียวกันปรากฎทั่วหน้าหนังสือพิมพ์ทั่วโลกในช่วงนั้น เนื้อหาข่าวเป็นไปในทำนองว่า มีลูกเรือของเรือประมงสัญชาติญี่ปุ่นถูกช่วยเหลือขึ้นมาจากกลางทะเล หลังจากเรือจมทะเล จากคำบอกเล่าของชาวประมงบนเรือนั้นระบุว่า ระหว่างที่เรือแล่นอยู่กลางทะเลนั้น มี “วัว” หล่นมาจากท้องฟ้า และชนเข้ากับเรือของพวกเขาอย่างจัง อันเป็นสาเหตุทำให้เรือล่มในท้ายที่สุด เมื่อตำรวจที่กำลังสืบสาวเรื่องราวนี้ได้ฟังก็ถึงกับอึ้ง และเชื่อว่าพวกเขาโกหก เลยจับใส่ตารางเสียทั้งหมด ระหว่างนั้นก็หาความจริงว่าเป็นไปอย่างที่พวกเขาพูดใหม่ ตำรวจก็ได้พบว่า ในความเป็นจริงแล้ว นักบินเครื่องบินขนส่งสินค้าชาวรัสเซีย ได้ระบุเรื่องราวที่สอดคล้องกับคำให้การของชาวประมงญี่ปุ่น เขาบอกว่า ก่อนที่เขาจะเหิรฟ้าจากน่านฟ้าของไซบีเรีย มีลูกเรือคนหนึ่งของเครื่องบินแอบขโมยวัวมาจากทุ่งหญ้าในระแวกนั้นมาหนึ่งตัว ขณะที่กำลังบินร่อนอยู่บนฟ้าในระดับความสูง 25,000 ฟุตเหนือพื้นดิน อยู่ดีๆ วัวก็หลุด และวิ่งไปมารอบๆ เครื่องบิน ลูกเรือคนหนึ่งจึงตัดสินใจเปิดประตูเครื่องบิน และผลักวัวตกลงมากลางทะเล… และนั่นก็ทำให้เรือของชาวประมงจมทะเล… แม้รายงานข่าวจะบอกว่าจริง แต่ในเวลาต่อมาก็มีบางเว็บไซต์ออกมาระบุว่า เป็นเรื่องหลอกอยู่บ้าง…อาจารย์จึงระบุว่าเรื่องนี้ มีเค้าโครงว่าจะจริงอยู่…กลุ้มแทนจริงๆ มีอีกสองเรื่องเล่า ตอนนี้มีเวลาไม่ทันแล้วใจต้องออกนอกบ้านไปให้ทันรถไฟรอบ 9.15 น. เอาไว้กลับมาเล่าต่อวันหลัง Random PostsDiscussionOne comment for “เรื่องจริง เรื่องหลอกตอนที่ 1”Post a comment |
อืม….น่าสนใจมากเลย วัวตกจากฟ้า