MasterChef Australiaหลายสัปดาห์มานี้ หากมีเวลาว่างอยู่ในห้องรับแขก ใจก็มักจะเปิดทีวีดูรายการไม่กี่อย่าง อาทิ รายการตกปลาตัวยักษ์ ปลาหมึก แนะนำการทำอาหารจากปลาหมึก ไม่ก็ CSI Episode ใหม่ทั้ง Miami และ NY แต่ทุกครั้งก็มักจะไม่พลาดรายการ “MasterChef Australia” ทางช่อง 10 ของที่นี่ บอกตรงๆ ในช่วงแรกที่ได้เห็นรายการนี้ ก็ไม่ค่อยประทับใจมากนัก เพราะโดยมากแล้ว ใจมักจะไม่ค่อยรายการจำพวกเรียลริตี้โชว์มากนัก บ้างจริง บ้างหลอกปะปนกันไป แต่ใจไม่ชอบบรรยากาศโดยรวมของรายการประเภทนี้ แต่สำหรับ MasterChef Australia รายการเรียลริตี้แข่งกันทำอาหารกลับแตกต่างไปจากหลายๆ รายการที่ใจเคยได้ดู อย่างน้อยก็เพราะว่า เขาเอาคนทางบ้านมาแข่งกันทำอาหาร MasterChef Australia คือรายการเรียลริตี้ทางโทรทัศน์ที่มีต้นตำรับมาจากอังกฤษ โดยเลือกใช้ชื่อเดิมที่มีมา และมี FremantleMedia Australia เป็นผู้ผลิตรายการ เผยแพร่ทางช่อง 10 หรือ Network Ten รายการมี Sarah Wilson เป็นพิธีกร มีผู้ที่ทำหน้าที่กรรมการตัดสินรสชาติอาหารเป็น นักวิจารณ์อาหารอย่าง Matt Preston และมี George Calombaris และ Gary Mehigan สองเชฟเลื่องชื่อเป็นผู้ช่วยวิพากษ์ร่วม แม้แต่รายการจะมีลิขสิทธิ์มาจากอังกฤษ แต่รูปแบบรายการของที่นี่กลับแตกต่างออกไป ขณะที่ผู้ชนะจะได้รางวัลเป็นคอร์สเทรนนิ่งเป็นเชฟจากเชฟมืออาชีพ มีโอกาสได้ทำการเผยแพร่อาหารของตัวเองที่คิดค้นลงเป็นหนังสือแนะนำอาหาร และ…..เงินสดเป็นมูลค่า 100,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย !!! (คูณ 25 เป็นบางวัน วันไหนไม่คงที่ก็คูณบางทีด้วย 30 บาท…..) เคยนึกภาพกันออกไหมนักเรียนกฎหมาย พยาบาล คนทำความสะอาด นักกีฬา พ่อบ้าน นักประดาน้ำ อดีตนักกอล์ฟมืออาชีพ เจ้าของร้านกาแฟ ผู้จัดการคอลล์เซ็นเตอร์ พ่อค้าเบียร์ ผู้จัดการโครงการ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว เจ้าของร้านหนังสือ ร้านไวน์ นักเรียน พนักงานขาย กราฟฟิกดีไซน์เนอร์ ศิลปิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ส่งใบสมัครมามากกว่า 1 พันราย เพื่อเข้าร่วมแข่งขันทำอาหาร ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ในเชิงลึกเหมือนอย่าง “พ่อครัวมืออาชีพ” มาก่อน ทีมงานจะตระเวณไปแต่ละรัฐเพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย ซึ่งจะได้ผ้ากันเปื้อนของรายการเป็นของขวัญสำหรับใช้ในการแข่งขันที่ซิดนีย์เป็นด่านต่อไป แต่ละด่านมีทั้งแข่งกันเป็นทีม แบ่งข้างแล้วประลองฝีมือ เพื่อดูความสามารถในการจัดการทีม จัดการร้านอาหาร และเทคนิคในการอาหารเฉพาะตัว บางทีก็แข่งกันตัวต่อตัว ใครตกรอบก็แก้มือใหม่ แบบให้โอกาสกันอีกครั้ง ไม่ก็แข่งกันตัวต่อตัว ใครทำอาหารได้รสชาติและหน้าตาไม่ดีก็ถูกคัดออกจากกรรมการที่เป็นเชฟชื่อดังของที่นี่ มาถึงช่วงสัปดาห์นี้เป็นช่วงของการคัดจาก 20 เหลือเพียง 10 คนสุดท้ายที่จะค่อยๆ เข้มงวดเข้าไปทุกที….นั่งดูไป ดูวิธีการทำอาหารของคนที่ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็น “เชฟ” มาก่อนก็สนุกดีเหมือนกัน มันทำให้อดรู้สึกเสียไม่ได้ว่า คนเรามีความฝันอยู่ในลึกๆ หลบซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ แต่บางครั้งกลับปล่อยเวลาเนิ่นนานไปกับการทำอะไรบางอย่างที่ไม่ได้ตอบสนองความฝันของตัวเอง วันหนึ่งได้พบเจอโอกาส ก็เดินออกมา แล้วก็คว้ามันเอาไว้ ยากเย็นเข็ญใจ แต่ก็ทำให้รู้สึกว่า…นี่แหละฝันของฉัน…. สนใจแวะไปชมรายการย้อนหลังได้ที่ http://www.masterchef.com.au/ ปล. ภาพทั้งหมดมาจากเว็บไซต์ของรายการ Random PostsDiscussion6 comments for “MasterChef Australia”Post a comment |
ใจไม่ลองสมัครบ้างหล่ะ ดูแล้วเป็นรายการที่ดีรายการหนึ่งซึ่งต่างกับทีวีบ้านเราที่มีแต่รายการขยะเกลื่อนจอ
ใจแวะมาดูหนังสั้นเรื่องนี้แล้วนะคะ มันเป็นสิ่งแรกที่ใจทำในเช้าวันเสาร์วันนี้…ก็นั่งดูอย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดความหมายไปไหม แต่พอหนังจบก็พบว่า…ตัวเองฝันไป …บางที “รัก” ที่เป็นไปไม่ได้ มันก็คงจะยังเป็น “รัก” ที่เป็นไปไม่ได้อยู่ดี…ใช่ไหมคะ?
ตอนนั้นเมื่อนานมาแล้ว หลายชั่วโมงก่อนฝนจะตก
ผมนั่งคิดสมการของสี ใต้แสงโคมไฟสีแดง
พยายามทำงานศิลปะชิ้นนั้น ตรงหน้า พร้อมกระดาษ
แผนที่ความคิด องค์ประกอบศิลป์ สี ภาพ นำพวกเขามาต่อให้เป็นอะไรสักอย่าง บางสิ่งที่เราโยนให้ใครสักคน ถือต่อจากเรา แล้วรู้สึก ผมทำขนมหวาน ชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก ขึ้นอยู่กับคนกินตีความหมาย…
.วินาทีแรกที่หนังเริ่มฉาย จักรวาลของผมก็สั่สะเทือน.
ขอบคุณสำหรับ ความรู้สึก ที่ใจรู้สึก ขอบคุณจากหัวใจ
นักเขียนตัวเล็กๆ สุดท้ายผมมองออกไปนอกหน้าต่าง นิ้วหยุดพิมโต้ตอบ มองฝนเก็บเกี่ยวความรู้สึก
….ฝนตกพอดี เย็นจริงๆ….
หลายคนบอกใจว่า “เธอเพ้อฝัน” บ้างก็ให้นิยามโลกส่วนบุคคลสำหรับใจว่า “เธอเอาแต่นั่งอยู่ในโลกแห่งความฝัน” นานวันเข้าก็ว่าฟุ้งซ่าน วันหนึ่งใจตะหนักว่า ใจไม่ได้ฝันไป ใจใช้ชีวิตอยู่ในโลกของความจริงเสมอมา แม้จะค้นพบว่า บางครั้ง โลกแห่งความจริงก็ช่างโหดร้ายเสียจนอยากจะหลบลี้หนีภัยไปอยู่ในโลกแห่งความฝันเสียจริงๆ สักที….
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพียงเพราะใจใช้ตัวหนังสือบอกเล่าแทนความรู้สึกลึกๆ ของตัวเอง เมื่อสื่อสารเป็นคำพูดก็อดเสียไม่ได้ที่จะเลือกใช้คำพูดที่ดันทะลึ่งสละลลวยเหมือนกับตัวหนังสือที่เรียบเรียงมาแล้ว
แท้ที่จริงแล้ว นั่นล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนของใจใจ และความจริงของใจเสมอมา…
เมื่อได้เห็นใครสักคนหลงใหลในการประดิดประดอยตัวหนังสือ ก็ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า “เจอเพื่อน” เข้าให้แล้ว
วันนี้ที่เมลเบิร์นฝนยังไม่เลิกตก และก็ยังหนาวเหมือนเคย คนๆ เดิมอย่าง “ใจ” ยังนั่งอยู่ที่เดิม แตกต่างจากวันนี้เมื่อปีที่แล้ว ความแตกต่างยังเกิดขึ้น…อย่างน้อยก็เพราะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน
เพื่อนที่ทำตอกย้ำให้ใจได้รู้สึกดีว่า…ใจไม่ได้ฝันไป….
ยกที่ หนึ่ง…
ทั้งสองฝ่ายเข้าแลกหมัดกันอย่างเมามัน…หรือผมดูผิดไป!! หลายคนส่งเสียงเชียร์ หลายคนสมน้ำหน้า เหยียบย่ำ ซ้ำเติม บนเวทีไม่มีที่ให้ทั้งสองนักมวยพัก ทั้งสองยังคงเดินเข้าหากันแลกหมัดกัน แลกกัน สู้กัน
หรือผมดูผิดไป…
นานแล้วเธอสอนผม ชีวิตก็เหมือนนักมวย ต้องฟิตอยู่ตลอดเวลา พร้อมที่จะปล่อยหมัด หลบ ป้องกัน
โอกาสมีให้เสมอๆ หรือผมดูผิดไป…
บนนั้นไม่มีชื่อ ผมเอ็นไม่ติด ฝนไม่ได้ตก เย็นชะมัดหรือผมดูผิดไป…
ในห้องคณะ บนเก้าอี้ตัวเดิม ครั้งแล้วครั้งเล่า กับงานสารคดีชิ้นแรกที่จะได้รองทำ หรือผมดูผิดไป…
พักจากงานบนโต๊ะ แวะมาบนหน้ากระดาษขาวของใจ
สู้ๆนะครับ
พักงานบนโต๊ะ แวะมาบนหน้ากระดาษขาวของใจ
เห็นรูปของคุณใจแล้วคึกดีจริงๆ ก็เลยไปยืมกล้อง เพื่อนมาลองถ่ายรูปบ้าง ก็สนุกดี ก็คล้ายๆกันนะ ตรงที่ คิดก่อนถ่าย กับคิดก่อนเขียน ปลายคิดว่า ถ้ารูปคือจดหมาย แล้วเราเขียนมั่วๆ คนอ่านจดหมายก็คงจะเศร้า อ่านไม่ออกด้วย อีกอย่างสนุกดีครับ ตอนแต่งรูป
รูปถ่ายมันบอกอะไรได้ด้วย มันสนุกมากเลย