ตั้งแต่มาถึงที่นี่ ใจเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงของต้นไม้ต้นหนึ่งที่ตั้งอยู่หัวมุมซอยทางผ่านระหว่างบ้านและสถานีรถไฟ ไม่เพียงแต่ต้นไม้ต้นนี้จะเป็นต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาต้นไม้ระแวกที่ใจเดินผ่านแทบทุกวันแล้ว แต่ความโดดเด่นของมันยังอยู่ที่ ใจเห็นมันเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ
สองเดือนที่แล้ว ใจเห็นต้นไม้ต้นนี้ผลิใบสีเขียวอ่อน ก่อนกลายเป็นสีเขียวเข้ม หลังจากนั้น ความหนาวเหน็บที่พัดผ่านมาก็ทำให้มันเปลี่ยนเป็นสีเหลือง น้ำตาลเข้ม พร้อมๆ กับร่วงโรยสู่พื้นเบื้องล่างแทบทุกวัน บางครั้งใจเองก็เดินผ่านท่ามกลางใบไม้ที่ปลิวว่อนสู่พื้นถนนอยู่บ้าง จนทุกวันนี้ต้นไม้ต้นนี้ออกลูก และเหลือใบน้อย ทิ้งให้เห็นกิ่งก้านสาขาชัดเจนเหมือนคนไร้ไขมัน และเนื้อหนัง มองเห็นแต่กระดูกเพียงเท่านั้น
ใจยังคงทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหารไทยอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่เหนื่อยเท่าช่วงแรกๆ อีกต่อไปแล้ว แต่หากเกิดความเหนื่อยล้าบ้างแล้ว ก็คงจะมาพร้อมกับชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน มากกว่าการเหนื่อยหัวอกหัวใจเหมือนช่วงที่มาถึงที่นี่ เพราะต้องเรียนรู้ การทำผิดทำให้เรารู้สึกเหนื่อยจนอธิบายไม่ถูก
แต่ความรู้สึกที่ว่า “เรามาทำอะไรที่นี่” มักจะผุดขึ้นในหัวสมองเสมอ โดยเฉพาะเวลาปิดร้าน เสียงเพลงจากลำโพงเงียบไป มีเพียงเสียงออยและพี่อ้อมกำลังล้างจานอยู่ในครัว ส่วนใจก็กวาดพื้น ถูพื้นไปพลางๆ
ใจเองไม่ชอบถูพื้นสักเท่าไร อยู่บ้านก็มักจะตกเป็นหน้าที่ของพี่สาวอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อต้องถูพื้นเมื่อไร ใจก็มักจะอดคิดเสียไม่ได้ เสียเงินมาหลายแสนเพื่อมาถูพื้นไกลถึงนี่ แต่ความรู้สึกนี้จะหดหายไปทุกครั้ง เมื่อเลิกงาน ถึงบ้าน หรือเช้าวันใหม่มาเยือน
ใจกำลังหยอดเหรียญจากทิปที่ลูกค้าให้ลงในกระปุกขนมฝาสีแดง ถ้าเป็นเมื่อก่อน เหรียญทั้งหมดจะถูกขนกลับบ้านนอกให้แม่และพี่สาวนั่งนับ และเอาไปฝากธนาคาร หรือใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในตลาดใกล้บ้าน เวลาใจนั่งมองแม่กับพี่สาวนับเงิน รู้สึกมีความสุขพิกล เขาจะนับ 1 2 3 จนกองของเหรียญสูงขึ้นเป็น 10 เป็น 100 และ 1,000 ภายในไม่กี่วินาที
แต่ตอนนี้เหรียญทั้งหมดถูกใจขนไปซื้อขนมกินบ้าง เอาไว้ทอนลูกค้าในร้าน ในยามเหรียญขาดแคลนบ้าง นี่ก็ว่าจะหยอดให้มากขึ้น หวังจะเอาไว้ในใจเล็กๆ ว่าจะใช้ซื้อตั๋วเครื่องบินขากลับ
ดังนั้น ใจจึงมีความสุขกับการเอาเงินหยอดใส่กระปุกๆ พอๆ กับเอามาออกมานั่งนับ นับแล้วนับเล่า บางวันก็แอบหยิบเอามาใช้ในยามจำเป็น เจ้าเอ๋น้องสาวของใจยังแอบแซวอยู่เสมอว่า
เป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ที่ใจไม่เคยจะกล้าแตะ “ไวตามิลค์” เลยสักครั้ง เพราะความทรงจำในเรื่องรสชาติทำให้ใจเขย็ดขยาดกับมันพอสมควร ขณะที่ใจกลับมองเห็นคนรอบข้าง รวมถึงลูกค้าในร้านกลับนิยมชมชอบไวตามิลค์กันอย่างหนัก โดยเฉพาะเพศชายและเด็กชาย…(ไม่รู้ทำไม)
ลูกค้าหลายคนสั่งนมถั่วเหลืองไวตามิลค์ในร้านอยู่เสมอ ใจมีหน้าที่หยิบจากตู้แช่เย็น เปิดฝาและเสียบหลอดให้เขา เมื่อวานนี้ลูกค้าคนหนึ่งขอน้ำแข็งเอาไว้ใส่ไวตามิลค์ด้วย ใจเองก็แอบสงสัยว่า “เขาน่าจะชอบแบบนี้”
ใจเองตัดสินใจที่จะทดลองไวตามิลค์เหมือนอย่างคนอื่นเขาบ้าง อย่างน้อยก็ได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ เสียบ้างที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน ว่าแล้วก็ย้อนกลับไปประโยคเดิมๆ ที่พูดซ้ำไปซ้ำมาอยู่เสมอ
Recent Comments