ความทรงจำของฉันกับวัน ANZAC Dayวันที่25 เมษายนที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่เป็นวันเสาร์ แต่ยังเป็นวันสำคัญระดับชาติของออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ประเทศใกล้เคียงราวกับบ้านพี่เมืองน้อง โดยสามสี่วันก่อนหน้าจะถึงวันเสาร์ ในห้องเรียนของใจพูดถึง “ANZAC day” วันสำคัญที่ว่านี้ ANZAC Day หรือ แอนแซค เดย์ ย่อมาจาก Australia and New Zealand Army Corps หากให้แปลเป็นภาษาบ้านเราก็คงแปลได้ราว “วันระลึกถึงทหารกล้าชาวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์” ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อปีคศ. 1914 หากไม่ต้องย้อนไปถึงต้นเหตุของการเกิดสงคราม เราตัดตอนมาแค่การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและกลายเป็นชนวนของสงครามโลกเพียงเท่านั้น ฝ่ายแรกมีอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ขณะที่อีกฝ่ายมีเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี ต่อมามีตุรกีเข้าร่วมสงครามด้วย และเลือกอยู่ข้างเยอรมนี สงครามอุบัติขึ้นหนักข้อในแถบทางเหนือของฝรั่งเศส ติดกับเบลเยียม อีกส่วนหนึ่งคือระหว่างรัสเซียและเยอรมนี ออสเตรเลียนั้นเข้าร่วมสงครามในฐานะที่เป็นเมืองลูกของเมืองแม่ (mother country) ของสหราชอาณาจักร ในสมัยที่มี Andrew Fisher เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศในขณะนั้น โดยออสเตรเลียตัดสินใจส่งทหารเข้าร่วมสงครามกว่าสามแสนนาย เช่นเดียวกันกับนิวซีแลนด์ที่เข้าร่วมสงครามโดยอยู่ข้างเดียวกันกับออสเตรเลียส่งทหารมากกว่าหนึ่งแสนนายเข้าร่วมสงคราม ราวสิ้นปี 1914 หลังจากที่สู้รบกันติดต่อยาวนานถึง 6 เดือน โดยเฉพาะในเขตรอยต่อของรัสเซียและเยอรมนี ฝ่ายรัสเซียกำลังเสียเปรียบอยางจัง และกำลังรอความช่วยเหลือจากสหราชอาณาจักร สหราชอาณาจักรตัดสินใจจะส่งความช่วยเหลือไปยังรัสเซีย โดยเลือกที่จะโจมตีตุรกี ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญในการลำเลียงเสบียงทั้งหมดเข้าไปยังรัสเซีย ว่ากันว่าตุรกีมีช่องแคบ Dardanelle อันเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงเสบียงทะลุผ่านไปยังท่าเรือทางใต้ของรัสเซียอันติดกัน Black Sea สหราชอาณาจักรจะทำอะไรไม่ได้ จะช่วยเหลือรัสเซียไม่ได้หากไม่โจมตีตุรกีเพื่อยึดเอาเส้นทางส่งเสบียงไปหารัสเซีย ดังนั้นในเวลานั้นการโจมตีเมืองแห่งช่องแคบนี้จึงสำคัญมาก Winston Churchill ของสหราชอาณาจักรนำทัพราชนาวีและทัพบกร่วมกันกับฝรั่งเศสมุ่งหน้าไปยังตุรกีในราวต้นปี 1815 โดยยกทัพผ่านทางเมืองคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูล ในปัจจุบันนั่นเอง ทั้งเรือรบ และรถถังอีกสารพัด แต่ดูเหมือนว่าความสูญเสียจะบังเกิดขึ้นกับฝ่ายรุกอย่างจัง เพราะหาได้ทันคิดว่าฝ่ายรับอย่างตุรีกีจะเตรียมพร้อมกับการบุกรุกครั้งนี้ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อความสูญเสียเกิดขึ้นจากฝ่ายรับ ฝ่ายรุกอย่างสหราชอาณาจักรจึงคิดแผนใหม่ ตัดสินใจจะต้องตีเมืองสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูล (เมืองหลวงของตุรกี) แผนการณ์ก็คือการตัดสินใจจะบุกคาบสมุทร Gallipoli อันเป็นที่มั่นสำคัญของตุรกี โดยเฉพาะการต้องการทำลายปืนใหญ่เสียก่อนที่จะทะลุไปยังช่องแคบ Dardanelle ได้ในเวลาต่อมา กลยุทธ์ของการบุกทำลายมีทั้งการตัดสินใจจะส่งทหารไปยังหลายสถานที่บนคาบสมุทรแห่งนี้ ทั้งการส่งทหารออสเตรเลียและนิวซีแลนด์บุกไปยังชายฝั่งทะเลตะวันตกที่เรียกว่า Gaba Tepe และส่งทหารอังกฤษไปทางใต้ที่เรียกว่า Cape Helles และในวันที่ส่งทหารเข้าไปวันนั้นคือวันที่ 25 เมษายน 1915 ซึ่งเป็นวันที่ชาวออสเตรเลียกำหนดภายหลังให้เป็นวันรำลึกถึงความสูญเสียอันใหญ่หลวงของทหารกล้าของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์…การสูญเสียครั้งนั้นใหญ่หลวงยิ่งนัก ว่ากันว่ามากเกินหนึ่งแสนรายเลยทีเดียว เช้าวันที่มีการรำลึกถึงเหตุการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่หลวงของประเทศที่ใจกำลังพำนักอยู่นี่ ใจเปิดดูรายการทีวีที่กำลังถ่ายทอดสดพิธีรำลึกถึงความสูญเสียที่เรียกกันว่า “Dawn Service” (คำว่า service มีความหมายอีกอย่างเช่นเดียวกันกับ ceremony) การรำลึกที่หน้าหลุมศพทหารกล้าและยืนนิ่งเพื่อไว้อาลัยมักจะถือเวลารุ่งอรุณอันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ทหารทั้งหมดถูกส่งเข้าไปบุกยึดทำลายคาบสมุทร Gallipoli ใจเห็นภาพของผู้คนร่วมไว้อาลัย ข่าวเช้าหลายสถานีรายงานสดตรงมาจากหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ตุรกี นิวซีแลนด์ และอีกหลายเมืองของประเทศนี้ ร้านค้าหลายแห่งปิดทำการ แต่แม้จะเป็นวันหยุดของประเทศและก็ตรงกับวันเสาร์ไร้วันชดเชยเหมือนบ้านเรา ที่สถานีรถไฟฟ้า Melbourne Central ของเมลเบิร์น ซึ่งใจเลือกออกจากที่นี่ทุกวันในช่วงเช้าก่อนเข้าโรงเรียน จะมีคุณลุงใส่ชุดทหารสีเขียวขี้ม้านั่งเก้าอี้มีโต๊ะขนาดย่อมอยู่ตรงหน้า วางเหรียญที่ระลึกของวันสำคัญนี้อยู่เต็มโต๊ะ ผู้คนที่เดินผ่านออกมาหน้าสถานีจะเห็นแกนานเกินสัปดาห์ก่อนวัน ANZAC จะมาถึง เพื่อนร่วมชั้นเรียนใจคนหนึ่งซื้อเหรียญที่ระลึกจากลุงคนนี้มาในราคาที่เขาบอกว่า “แล้วแต่เราจะเลือกให้” ขณะที่ดอก “ป๊อปปี้” ดอกไม้สีแดงที่ใช้เป็นตัวแทนในการระลึกถึงทหารผ่านศึก ก็เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของวันสำคัญนี้ เช่นเดียวกันกับ “ANZAC Biscuits” หรือขนมคุ้กกี้ ANZAC (เอาไว้เล่าต่อเรื่องถัดไป) เช้าวันที่มีการถ่ายทอดสด ผู้ประกาศข่าวรายการข่าวเช้าเหมือนกับรายการเล่าข่าวบ้านเราถามคนสำคัญในงานคนหนึ่งว่า “ทำไมเราต้องพูดถึง ANZAC กันด้วย ?เรารู้ว่าสำคัญแต่มันสำคัญอย่างไรจนเราต้องมารวมกันอยู่ในที่ที่เดียวมากมายเช่นนี้” ชายแก่ผมสีขาวโพลนทั้งศรีษะ ยิ้มเบาๆ ที่มุมปากแล้วตอบกลับมาว่า “ในเช้าวันนั้น วันที่เราร่วมรบ เราสูญเสียผู้คนมากมาย เรามารวมกันในวันนี้ทุกๆ ปี เพื่อร่วมรำลึกถึงความสูญเสีย และรำลึกถึงผู้ที่ล่วงลับไปจากการฆ่าฟันกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก เราในฐานะคนข้างหลัง ไม่เพียงแต่เสียน้ำตาต่อการจากไปและการพลัดพราก แต่เราเองก็ร่วมตระหนักว่าความสูญเสียเหล่านั้นไม่ควรจะลบเลือนหายไปจากความทรงจำ” และนี่คือเรื่องราวของ ANZAC day ….. ปล. ใจไม่แม่นเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องที่เล่าแปลมาจากบทเรียน หากว่าขาด และตก หรือบกพร่องตรงไหน ใครแม่นกว่าใจ ช่วยกันแก้ไขได้ค่ะ Random PostsDiscussionOne comment for “ความทรงจำของฉันกับวัน ANZAC Day”Post a comment |
เล่าสนุกดีนะ …
ทำให้นึกถึง ANZAC square ที่บริสเบน เป็นมุมถ่ายภาพสวย ๆ ใกล้ ๆ กันเป็นร้านหนังสือที่ชอบแวะไปเดินดู แต่ไม่มีเงินซื้อ