เป็นเพราะว่าเราไปไหนมาไหนกันสองคนในยามว่าง (หากมีวันว่างที่ไม่ต้องทำงานกันทั้งคู่) ดังนั้น พักหลังมานี้ใจกับเอ๋ก็มักจะเล่นพิเรนท์ ถ่ายรูปคู่ด้วยกัน แบบหันกล้องเข้าหาตัวแล้วก็กดปุ่มชัตเตอร์ด้วยแขนข้างใดข้างหนึ่งของใจ แล้วเราก็จะเปลี่ยนท่าทางไปเรื่อยๆ กดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน
แม้แขนใจจะมีกล้ามขึ้นเพราะแบกจานไซต์ยักษ์หลายวันๆ ติดกัน จนนึกว่าตัวเองเป็นตัวการ์ตูนป๊อปอายเข้าไปทุกที จะสามารถประคองกล้องได้ดีขึ้นกว่าเมื่อครั้งอยู่เมืองไทย แต่นานๆ เข้าก็โดนเจ้าเอ๋ล้อว่า .. ถึงกับแขนสั่นกันเลยทีเดียว แต่สุดท้ายเราก็ไม่มีทางเลี่ยง หากอยากจะได้รูปคู่ทีไรก็ต้องใช้วิธีการนี้ทุกที
อังคารที่แล้ว ใจกับเอ๋หอบกระเป๋าหนีไปเที่ยวทะเล คลายเครียดจากงานเสิร์ฟและงานหลังครัวในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอันที่จริงแล้วหากเจ้าเอ๋ไม่ไป ก็คงจะมีแต่ใจที่ไปเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่ทะเล และดูเหมือนอากาศวันนั้นจะเป็นใจ แดดแรง ลมพัด และไม่มีฝนตกตามพยากรณ์อากาศที่บอกเอาไว้
เราขึ้นรถไฟจากในเมืองออกไปราว 20 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ Brighton Beach ชื่อเดียวกันกับหาดทรายทะเลสีฟ้า “Brighton Beach” ที่เราต้องการไปเยือนนั่นเอง
ออกจากสถานีเพียงไม่กี่ก้าว เราก็เห็นหาดทรายสีน้ำตาลอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เดินข้ามถนนมาก็เห็นทะเลสีฟ้าบาดตาอยู่เบื้องหน้า
มีเวลาว่างช่วงบ่ายของวันจันทร์ ใจนั่งรถ tram จากใกล้ๆ โรงเรียนไปช็อปปิ้งย่านเดิมที่ไปเดินชมศิลปะเมื่อศุกร์ที่แล้ว หลังจากที่นัดแนะกับรุ่นน้องที่พักอยู่ในบ้านเช่าหลังเดียวกันตั้งแต่ยามเช้า
เราเดินวนกันสักพักก็ตระหนักได้ว่า สิ่งที่เราอยากจะได้เหมือนกันก็คือ “รองเท้าบู๊ท” นั่นเป็นเพราะว่า จะเริ่มเข้าหน้าวหนาวเข้าทุกวัน สาวๆ ที่นี่เขาใส่บู๊ทหนักข้อเข้ากันเรื่อยๆ (ซึ่งปกติก็ใส่กันมากมายอยู่แล้ว) เราเองก็ไม่อยากเป็นสาวๆ ตกยุค ที่ไม่ว่าจะอากาศหนาวหรือร้อนก็เอาแต่ใส่ผ้าใบกันอย่างเดียว
Recent Comments