บะหมี่ชามยักษ์หลายวันก่อนใจใช้เวลาในการเดินหาของกินแถวๆ ไชน่าทาวน์กลางใจเมืองของเมลเบิร์น หลังจากที่อัดอั้นตันใจอยากกินบะหมี่มาหลายวันแต่ยังไม่มีโอกาสไปเดินหาเพราะทั้งตื่นเช้าไปเรียนและทำงานหนักติดๆ กันตลอด 5 วันเต็ม ว่าง 2 วันก็เอาแต่หลับแต่นอนไม่ยอมไปไหนมาไหนเลย เดินวนอยู่หลายรอบ ก็มาตกลงปลงใจอยู่ที่ร้านอาหารจีนผู้คนมากมายนั่งอยู่ในร้าน ใจเดินดุ่มๆ เข้าไปบอกพนักงานในร้านที่ใส่กางเกงสีดำ เสื้อขาว และเสื้อกั๊กสีดำว่าขอที่นั่ง 1 ที่ เลือกบะหมี่ในเมนู มีสัญลักษณ์พริก 2 เม็ดห้อยท้าย แสดงระดับความเผ็ดของน้ำซุปที่บอกว่าเป็นแบบเสฉวน มีเครื่องปรุงเป็น 8 จักรพรรดิ์ ในวงเล็บบอกว่าเป็นเม็ดถั่วสีเขียว เครื่องใน เป็ดย่าง และอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ใจจำไม่ได้
นั่งรอกันอีกสักพัก บะหมี่ชามยักษ์ก็มาอยู่ตรงหน้า … ป๊าด ชามมันช่างยักษ์ใหญ่อะไรเช่นนี้ แม้จะรู้ดีว่าที่นี่เสิร์ฟอาหารจานยักษ์ ตามราคาที่หากคูณกลับเป็นเงินไทยก็ยักษ์ด้วยเช่นกัน (หลังๆ เลิกคูณแระ รู้เลยราคานี้ถูกของที่นี่ กินได้…เลิกคูณ) แต่ยังไม่เลิกตกใจกับบะหมี่ชามนั้น.. ยกกล้องมาถ่ายภาพเก็บเอาไว้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ชามมันใหญ่จริงๆ Random PostsDiscussion3 comments for “บะหมี่ชามยักษ์”Post a comment |
มันน่าทานมาก ๆ เลยล่ะจอร์ช เหมือนเส้นสปาเก็ตตี้บวกกะก๋วยจั๊บญวน
สวัสดีคับ
ผมหลงเข้ามาอ่านโดยบังเอิญ (ขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาติก่อน) ยิ่งอ่านที่พี่เขียน ทำให้ผมยิ่งคิดถึงเมืองนี้อย่างแรงงงเลยคับ ผมเพิ่งเรียนจบและกลับมาเมื่อปีที่แล้วนี่เองครับ จะว่าไปชีวิตผมก็คล้ายๆ กับพี่นะครับ ก่อนไปเรียนผมก็เป็นนักข่าวมาก่อน แต่แล้วก็โดนโชคชะตาเตะโด่งไป “ไถนา”ในครัวที่เมลเบิ้นร่วม 3 ปี
เอาใจช่วยนะครับสู้ๆๆ แล้วขออนุญาติเข้ามาอ่านเพิ่มความคิดถึงเมลเบิ้นเรื่อยนะครับ
ปล1. ยินดีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วยอย่างยิ่งนะครับ
ปล.2 ถ้าจำไม่ผิดนี่ร้าน Spicy Fish ใช่มั้ยฮะ
สวัสดีค่ะสิงหา
จะว่าไปแล้ว ตอนนี้พี่ก็เหมือนเปลี่ยนอาชีพมา “ไถนา” อยู่เหมือนกัน เพียงแต่นามันติดแอร์ก็เท่านั้นเอง..ยินดีต้อนรับค่ะ แต่อาจจะได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเมลเบิร์นไม่ได้นาน เพราะมันคงจะหมดฤดูทำนาเร็วๆ นี้ล่ะค่ะ