งานเสิร์ฟ…ภาคสอง
วันแรกของการทำงาน ใจกลับบ้านมาพร้อมกับความรู้สึกที่ใครก็บอกเอาไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้นกับใจ “ตูมาทำอะไรอยู่ที่นี่ฟะ” ใจคิดแบบนี้ขึ้นมาแล้วจริงๆ
ที่นั่นไม่มีใครรู้ว่าใจทำงานมานานแล้วร่วมสิบปี ไปไหนต่อไหนเสียหลายที่ งานหนักก็แค่ชวนคนอื่นคุย เดินทาง และก็เอากลับมาเขียน ไม่เคยออกแรงแบกหนังสือ อย่างมากก็แค่แบกคอมฯ ออกนอกบ้านไปร้านกาแฟ….
แต่งานเสิร์ฟกลับไม่ใช่แบบนั้น หน้าที่ของใจคือรับเช็ดโต๊ะ กวาดพื้น จัดจานบนโต๊ะ รับออเดอร์จากลูกค้า เสิร์ฟอาหารให้ทันกับที่ลูกค้าสั่ง ทำน้ำทุกอย่างในร้านให้เป็น และเสิร์ฟให้เขา ต้องหมั่นจำรายชื่ออาหารเป็นภาษาอังกฤษ ต้องท่องและอธิบายได้ว่า อาหารประเภทนั้นเป็นอย่างไร
เก็บจานชาม เช็ดโต๊ะ จัดจานใหม่อีกครั้ง คิดเงิน ทอนเงิน รูดบัตรเครดิตสำหรับลูกค้าบางราย รวมเงินทั้งหมดให้เจ้าของ รับออเดอร์ทางโทรศัพท์ รับออเดอร์แบบ take away กลับบ้าน ช่วยในครัวหากว่าด้านหน้าว่าง กวาดพื้นตอนเลิกงาน เช็ดพื้น เช็ดห้องน้ำ….นี่คือหน้าที่หลักของใจสำหรับร้านนี้ ส่วนงานล้างเป็นหน้าที่ของคนทำครัวที่เรียกกันว่า kitchen hand
อย่างที่บอก สำหรับการทำงานวันแรกแล้ว มันไม่ง่ายเลยสำหรับคนที่ไม่เคยใช้แรงงาน แต่ใช้แต่แรงงานสมองบวกกับจินตนาการอย่างใจ …และวันนั้นใจก็กลับมาพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้า ท้อแท้ และแน่นอนมันก็พาลส่งผลต่อสภาพจิตใจ….น้ำตาเลยตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้
“ตูมาทำอะไรอยู่ที่นี่ ขายบ้าน ออกจากงาน ห่างจากคนที่รักมาเสิร์ฟอาหารหรือไงฟะเนี่ย?”
ชีวิตมันยุ่งยากกว่านั้น ก็เมื่อคืนก่อนหน้าเลิกงานกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืน แต่เช้าต้องตื่น 6 โมงเพื่อไปเรียนให้ทันตอน 8 โมงเช้า ทำเอาแทบทรุดลงกับพื้น แต่ที่โรงเรียนเช็คชื่อเข้มงวดถึงขนาดนับกันเป็นนาที แบ่งประเภทของการเช็คชื่อเป็น 3 แบบ คือ 1 เช็คว่ามาเรียน 2 มาสายก็เช็คแบบนับเวลา มาสายกี่นาทีหายไปกี่นาที 3 คือหายไปจากห้อง… หลังจากนั้นก็ report ไปยังกองตรวจคนเข้าเมือง เพื่อบอกว่าเรามีเวลาเรียนครบ 80% อย่างที่ขอวีซ่ามาเรียนไหม หากไม่ก็ส่งกลับประเทศ (อยากให้บ้านเราทำแบบนี้บ้าง เรียนน้อย เนรเทศ…คงเหลือคนในประเทศน้อยมาก 555 บ้าพิกล)
ใจฝึกงานอยู่ 3 วันติด ก่อนที่เขาจะให้เริ่มทำงานจริงๆ จัง ๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าวนเวียน ไปเรียน ทำงาน นอน ไปเรียน ทำงาน…จนกระทั่งได้หยุดพักหลังจากวันที่ 3 ของการฝึกงานนั้น เจ้าของร้านก็จ่ายเงินค่าจ้างให้ และตัดสินใจให้ใจทำงานที่ร้านเขา 2 วันตามเวลาที่ยังต้องการคนมาช่วยอยู่…เมื่อเราเห็นเงิน ความเหนื่อยล้ามักจะหายไปบ้าง และก็เริ่มมองหาข้อดีอื่นๆ มาประกอบให้หายเหนื่อยมากขึ้นๆ
ในสัปดาห์ถัดมา ใจได้งานเพิ่มอีก 3 วัน รวมแล้วเป็น 5 วันต่อสัปดาห์ พัก 2 วันอย่างที่บอกเอาไว้ สำหรับร้านแรก แม้จะยังไม่ลงตัว ใจยังไม่สามารถควบคุมลูกค้าที่มาพร้อมๆ กันทั้ง 12 โต๊ะได้คนเดียวแบบดีเยี่ยม ความสามารถในการรับออเดอร์ไปด้วย เสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟอาหาร คิดเงิน และรับใช้ลูกค้าอย่างอื่นด้วยยังไม่ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง วิทยายุทธ์ยังไม่กล้าแข็งพอ แต่ใจถือว่า ได้ลงทุนกับมันอย่างเต็มที่แล้ว แต่สำหรับร้านหลัง ความสามารถในการทำงานของร้านก่อนหน้า ใช้ไม่ได้มากนัก ใจต้องเรียนรู้เมนูใหม่ของร้านทั้งหมด กระบวนการทำงาน วิธีการทำงานในแบบของทางร้านอีกอย่างหนึ่งที่กลับด้านกันอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรเสีย หลังจากผ่านเวลาทดลองงานร้านหลัง เจ้าของร้านก็ตัดสินใจให้ใจทำงาน 3 วัน แม้ร้านจะห่างจากบ้าน ทำให้ใจต้องกลับถึงบ้านดึกดื่นเที่ยงคืนทุก 3 วันที่ทำงานที่นี่ แต่เขาก็ให้ค่าจ้างที่สมเหตุผล แบบจ่ายเงินต่อสัปดาห์ ไม่เหมือนร้านแรกที่ให้เงินสดกับมือหลังเลิกงานทุกวัน
ที่ร้านเรามักจะได้กินข้าวก่อนทำงาน บางร้านใจดีก็ให้ห่อกลับมากินที่บ้านได้อีก สำหรับใจแล้วได้กินข้าวก่อน วันไหนไม่ได้กินก็ห่อติดมือกลับมาด้วย เจ้าของร้านแรกใจดี ขับรถมาส่งใจถึงหน้าบ้านทุกวัน แถมยังถามหาวันว่างของใจเพื่อจะจ้างใจทำงานเพิ่มจากเดิมอีก…
ถึงตอนที่ใจเหนื่อยมากๆ แล้วเจ้าของขับรถมาส่ง ใจก็เริ่มมองเห็นข้อดีของการทำงานแบบนี้มากขึ้น จากเดิมที่คิดว่าได้เงิน ได้ฝีกความอดทนจนน่าจะเป็นหญิงแกร่งได้ในอนาคต ได้ฝึกภาษาสนทนากับลูกค้าซึ่งส่วนมากพูดภาษาอังกฤษหลากหลายชาติ งงไหม?…ก็บางทีมีคนอินเดีย เวียดนาม รัสเซีย อังกฤษ ออสเตรเลีย จีน สิงคโปร์ มากินข้าว ความพยายามในการฟังภาษาอังกฤษจากเชื้อชาติที่หลากหลายจึงเริ่มขึ้น บทสนทนาก็หาได้วนแต่เรื่องสั่งอาหาร บางทีเขาก็ชวนคุย ขอโน่นขอนี่ ได้ศัพท์ใหม่ๆ มากขึ้น …
สัปดาห์ก่อนใจส่งเรซูเม่ไปยังคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ เพื่อสมัครเป็นพนักงาน part time ของที่นั่น วันนี้มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมา และฝากข้อความเอาไว้ระหว่างที่ใจเรียนและไม่สามารถรับสายได้… เขาบอกว่าจะติดต่อกลับมาทางอีเมล์อีกครั้ง หลังจากที่ใจโทรฯ กลับไปตามหมายเลขที่เขาฝากเอาไว้ในกล่องข้อความ…
แม้จะแค่ทดลองส่งใบสมัครงาน แต่หากว่าได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ มากกว่างานเสิร์ฟบ้าง…ใจก็ว่า ชีวิตมันก็จะได้คุ้มมากขึ้น
ใจทำงานราว 1 สัปดาห์กว่าๆ จะได้เงินครอบคลุมค่าบ้าน 4 สัปดาห์ ค่าอินเตอร์เน็ตและค่ารถไฟ ที่เหลือเป็นเงินที่เก็บไว้ใช้จ่ายอื่นๆ ตามต้องการ รวมถึงค่าข้าว … มันยากว่าจะบอกว่าเหนื่อยแค่ไหน ยิ่งวันนี้เพิ่งจะเข้าวันที่ 18 ของการอยู่ที่นี่ใจเองยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางกับมันสักเท่าไร โดยเฉพาะเรื่องของอากาศที่มักจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา สามสี่ฤดูในหนึ่งวัน ทั้งหนาว ร้อน ฝนตก ปะปนกันไป
การพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอ กินอาหารให้มากพอจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก…พอๆ กับต้องขยันไปเรียนให้ทัน เพราะที่นั่นเราจะไม่ได้ใช้ภาษาไทยเลย เพื่อนในห้องของใจส่วนใหญ่เป็นเวียดนาม จีน โคลัมเบีย ดังนั้น ข้อดีของการไปเรียนคือได้เรียนอย่างที่ตั้งใจ ได้ใช้ภาษาที่ถูกหลักไวยากรณ์ ส่วนงานเสิร์ฟที่ร้านก็ช่วยฝึกการสนทนา การฟังได้อย่างดีเยี่ยม…
อันที่จริงเรื่องเล่าในร้านอาหารยังมีอีกมาก… โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้ วิธีการทำอาหาร ผู้คนในร้าน วิธีการเสิร์ฟ วิธีการเก็บจานให้ได้คราวละมากๆ เพียงแต่ว่าวันนี้เป็นวันที่ใจอยากจะพักผ่อนแล้ว…
ข้อดีของการเสิร์ฟอาหารอีกอย่างหนึ่งก็คือ … มันทำให้ใจเหนื่อยจนหลับผลอยได้ทุกวี่ทุกวัน บางวันก็ไม่อาบน้ำเลยก็มี 555
ปล. 1 วันก่อนเจ้าเอ๋น้องสาวชวนคุย เรื่องที่ร้านที่ใจไปทำงาน เจ้าเอ๋นั่งที่โต๊ะคอมฯ ส่วนใจนอนอยู่บนเตียง คุยกันเหมือนจะรู้เรื่อง ใจเล่าเรื่องแม่ครัว…..ใจบอกว่า “แม่ครัวที่ร้านเข้ามาในร้าน แล้วเขาก็ไม่ซื้อไก่” แล้วสติสัมปะชัญญะก็ดับวูบ สะดุ้งอีกทีก็ขำกันทั้งคู่ “ตูคุยเรื่องเขาซื้อไก่ทำไมฟะ” เอ๋หัวเราะดังลั่น แต่ใจไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ไก่มาผิดที่ผิดทาง แต่ใจไปถูกทางแล้ว…หลับไปทั้งชุดทำงานแบบนั้นในผ้าห่มอุ่นๆ … 555
ปล. 2 แม่มาอ่านข้อความนี้ คงน้ำตาไหลพราก ลูกตูมาลำบากทำไมที่นี่… 555
Related Post
|
สู้ตอ่ไปหนูใจ มันเพิ่งจะเริ่มต้น อยู่บ้านกินข้าวซอยน้ำหน้าก็ดีแล้ว มา!มาเมืองจีนมะ เอ้าสู้เค้านะ
เป็นกำลังจัยให้นะคะ .. ขอให้ผ่านพ้นเรื่องราวแปลกใหม่เหล่านี้ไปได้ด้วยดีค่ะ
สาธุ..ขอให้ผ่านพ้น ขอให้ผ่านพ้น 555
สู้ๆนะคะพี่ใจ
เห็นบล๊อกพี่แล้ว จะพยายามอ่านและดูภาพสวยๆให้หมด
เพราะมันเป็นกำลังใจให้อีฟได้ดีที่เดียวค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
สู้ๆค่ะ ขอพระเจ้าอวยพระพร
สู้ๆ นะคะพี่ใจ จอยเป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะจ๊ะ
ถ้าเหนื่อยมากก็พยายามท่องไว้นะว่า ประสบการณ์….ประสบการณ์…..และประสบการณ์ ที่หาไม่ได้ในเมืองไทย ^_^
ดูท่าแล้วคุณใจท่าจะเหนื่อยเนาะ แต่สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ มีเรื่องสนุกๆมาเล่าให้กันฟังบ่อยๆน้า
I did it the same as you 20 yer agos….hahahahahah
ก็บอกแล้วอย่าไป ไม่เชื่อ
ออกไปดูอะไรในโลกกว้างๆก็สนุกดีน่ะพี่
ใครไม่ไปไม่รู้หรอก
เป็นกำลังใจให้พี่ สู้ๆๆๆๆๆๆๆ