สุขสันต์วันแต่งงานไม่กี่วันหลังวีซ่าออก และใจเองก็ระบุวันเดินทางมาที่นี่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่ป.5 ก็แจ้งข่าวให้ทราบว่าเธอจะแต่งงาน และงานแต่งก็จะจัดขึ้นหลังจากที่ใจเดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว ดังนั้น ต่อให้อยากไปร่วมงานแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้เสียแล้วในช่วงเวลานั้น วันนี้เป็นวันที่จัดงานแต่งที่บ้านเกิด หมู่บ้านเดียวกันกับใจ ก่อนย้ายมาจัดงานที่โรงแรมสุโขทัยอีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อให้แขกเหรื่อที่กรุงเทพฯ ได้มีโอกาสแสดงความยินดีกับบ่าวสาว ซึ่งทั้งสองก็เป็นเพื่อนของใจด้วยกันทั้งคู่
ช่วงหลายปีมานี้ ใจเห็นความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนหลายคน โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงในแง่ของการตัดสินใจสละโลด ไม่อยู่เพียงลำพังเหมือนช่วงก่อนหน้า ก่อร่างสร้างครอบครัวกันไปทีละคนสองคน จนถึงตอนนี้ ใจแทบจะนับหัวของคนที่ยังไม่มีคู่ได้แล้ว โดยเฉพาะหัวของตัวเอง 555 ตอนนี้เวลาของเมืองไทยยังตีห้าครึ่ง ใจเองยังโทรฯ ข้ามประเทศไปอวยพรทั้งคู่ไม่ได้ แต่ตั้งใจเอาไว้ว่ายังไงเสียก็อยากจะร่วมอวยพรทั้งสองให้ได้ในวันนี้ ตัวไม่ได้ไปขอให้เสียงได้ส่งไปถึงก็ยังดี วันที่เพื่อนสาวคนนี้ยกหูโทรศัพท์มาแจ้งข่าวกับใจว่าจะแต่งงาน ใจบอกกับเธอว่า “ดีแล้ว ยินดีด้วย บางทีความรักมันก็จำเป็นต้องมีทางออกแบบนี้ แบบที่รักกันก็ควรจะได้อยู่ด้วยกัน” ใจรู้สึกแบบนั้นจริงๆ … อย่างน้อยเวลาก็ไม่ได้เป็นเครื่องตัดสินใจอะไรเลย ความรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ห่วงหาอาทร ไม่จำเป็นต้องรอคอยให้เวลาผ่านพ้น อยู่ที่คนสองคน อยู่ที่เธอและก็อยู่ที่ฉันจะตัดสินใจเช่นไร และความรักของคนทั้งสองจำเป็นต้องมีทางออก การเลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเป็นทางออกที่ใจกำลังจะพูดถึง… ใจไม่ได้บ่นเรื่องอกหักรักคุดมานาน เพราะหลายคนเริ่มทักทาย ทำไมเอาแต่บ่นอกหักอยู่นั่น สุดท้ายเลยร้างลาไม่อยากจะพูดถึง ทั้งๆ ที่ก็มีสิทธิ์จะบ่นอยู่เต็มที่ ….. แต่ก็ยั้งๆ มือเอาไว้ “ในโลกแห่งอินเตอร์เน็ตเปอร์เซ็นต์ของคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรามีมากกว่าเห็นใจและเข้าใจ” เพื่อนคนหนึ่งบอกเอาไว้ในแง่ลบ แต่ใจเองก็ไม่ปฏิเสธว่ามันก็มีสิทธิ์เป็นเช่นนั้น ใจแค่อยากจะใช้พื้นที่เล็กๆ นี่อวยพรกับเพื่อนทั้งคู่ อยากให้เขาและเธอได้รักอย่างที่หวัง อยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจ ไม่มีอะไรต้องใช้ไปกว่า “การเข้าใจ” อีกแล้วในช่วงหลังจากนี้ แม้ใจจะยังไม่มีคนรัก ยังไม่มีใครเคียงข้างในเวลาที่เหงา ยังไม่มีโอกาสจะได้แต่งงานเหมือนอย่างคนอื่นเขาบ้าง และยังต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังไปอีกนานนับจากนี้ เพราะจนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครบางคนมาเดินด้วยกัน และเอ่ยปากบอกใครๆ ได้ว่านี่ “เป็นคนรัก” แต่ใจก็เชื่อมั่นว่าอานุภาพแห่งรักระหว่างชายและหญิง ตราบใดที่มีรัก ที่นั่นย่อมมีรัก หาใช่ทุกข์…. ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอด แต่ทำให้เราได้รักต่างหาก … หวังเอาไว้เสมอว่า ไม่ว่าหันกลับไปเมื่อใดจะเห็นความรักของคนทั้งคู่เบ่งบานอยู่เสมอ… สุขสันต์วันแต่งงานนะแหม่มกับต้น ขอให้รักสดชื่นอยู่เสมอนะ … ปล. อดคิดถึงท่อนนี้ของเพลงลูกทุ่งที่เคยเขียนถึงไปแล้วเสียมิได้แฮะ … “อีกครึ่งของลมหายใจ …..ถ้าเป็นไปได้อยากใช้กับเธอ” Related PostDiscussion4 comments for “สุขสันต์วันแต่งงาน”Post a comment |
แหม่มกับตุํยใจ ไม่ใช่แหม่มกับต้น
เพื่อนที่โรงเรียน ม.ปลาย โดยเฉพาะกับใจที่เคยเรียนชั้นเดียวกันกับต้นมาก่อน…มักเรียกกันติดปาก และรู้จักเขาในฐานะ “ต้น” มานานแล้วค่ะ
ต้นก็คือตุ๋ย อ้อเข้าใจครับ เพราะที่ทำงานพี่เรียกตุ๋ยครับ
Thank you mak mak ja….
เราจะทำให้ความรัก เบ่งบานเสมอ ตลอดไปคับ