back to basic
วันนี้เป็นวันสอบวัดระดับภาษาอังกฤษของใจ หลังจากที่ควักเงินในกระเป๋าทั้งหมดออกไปกับการเดินทางมาไกลถึงที่นี่ ผลการสอบเป็นที่น่าพอใจแม้แกรมม่าจะไม่แข็งแรงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ใจก็สอบได้ level 4 อันเป็น level สูงสุดของการเรียนภาษาในแบบที่เรียกว่า “ทั่วไป” (General English)
แต่เป็นเพราะการเรียนแบบไม่ทำงานระหว่างเรียนเลยย่อมเป็นไปไม่ได้สำหรับใจที่กระเป๋าเงินเริ่มไม่มีเงินให้เห็นเข้าไปทุกที (ไม่เคยคิดเลยว่าแก่ป่านนี้ยังจะมานั่งเรียนเหมือนเด็กๆ อีก) ปัญหายิ่งใหญ่ของการทำงานอยู่ที่เวลาเรียนของคอร์ส General English level 4 ดันเริ่มเกือบบ่ายและไปเลิกเอาตอนห้าโมงเย็น เห็นๆ กันเลยว่าเราจะหางานเช้าก็ไม่ได้ เย็นก็ไม่ได้ เรื่องปวดสมองข้างซ้ายนี้ใจคิดได้ตั้งแต่ก่อนมา แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้จนกว่าจะได้วัดระดับของตัวเองที่นี่
เมื่อวัดระดับเสร็จแล้ว ใจก็เดินเข้าห้อง director ของโรงเรียน บอกเขาตามตรงว่าเราจะต้องทำงาน และจะทำไม่ได้หากว่าเวลาเรียนก้ำกึ่งเวลาทำงานแบบนี้ มีวิธีไหนที่ช่วยเราได้บ้าง และก็สมใจอยาก หลังจากเจรจากันอยู่ไม่กี่นาที เธอผู้นี้ก็ตัดสินใจให้ใจเรียนเลื่อนชั้นในบัดดล ส่งใจเข้าไปในชั้นเรียนที่สูงกว่านี้ แม้จะคนละแบบแต่ก็ยากกว่าเป็นไหนๆ ในตอนหลังใจแอบเปิดหนังสือหน้าแรกที่ได้ติดมือมา ก็อยากจะตะโกนเหมือนกันว่า “กล้วยทอดแล้ว ยากนะนี่” 555
แต่มองในอีกแง่หนึ่งทำอะไรที่ยากๆ เข้าไว้ก็คงจะดี เมื่อเจอที่หนักและยากกว่านี้ก็จะรู้สึกว่ามันธรรมดาไปเสียแล้ว …
หลังจากที่ต่อรองกับโรงเรียนจนได้เวลาเรียนที่พึงพอใจมาแล้ว ใจก็รู้สึกเหมือนกับว่าได้ยกภูเขาเอเวอร์เรสต์ออกจากหัวใจ เลยเริ่มมองหางานอย่างที่ต้องการบ้าง
ความยากลำบากอย่างหนึ่งของการมาเรียนแบบที่พ่อแม่ได้ให้ช้อนเงินช้อนทองคำคาบมาแต่อ้อนแต่ออด หรือต่อให้คาบมานานก็มาหลุดก่อนเป็นสาวอย่างใจ ก็คือต้องทำงานเพื่อให้ครอบคลุมค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทางไปเรียน ค่ากินแต่ละเดือน และถ้าโชคดีก็เหลือเก็บอยู่บ้างก็ยังดี
และยิ่งกว่านั้นก็คือ…ความยากลำบากของการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนอกของคนบ้านนอกอย่างใจก็คือ จนป่านนี้ปาเข้าไปวันที่ 6 เข้าไปแล้ว แต่ใจเองก็ยังไม่ชินทั้งกับอาหารการกิน การเดินทาง การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่สักเท่าไร มันยัง “มึนๆ” เดินไปก็ทำหน้า “มึนๆ” บอกไม่ถูกอยู่อย่างนั้น
หลังจากที่เดินตระเวณหาร้านอาหารไทยที่อยู่ห่างจากบ้านไปราว 3 สถานี ใจกลับมาตายรังอยู่ที่ร้านอาหารไทยใกล้บ้านแบบที่เดินไปแค่ 10 นาที ซึ่งเล็งเอาไว้ตั้งแต่มาถึงบ้านหลังนี้เมื่อสองสามวันก่อน
ใจยกหูหาเจ้าของร้าน ก่อนที่เขาจะบอกว่าให้แวะไปให้ดูหน้าหน่อย ใจเลยตัดสินใจเดินออกจากบ้านไปยังร้านที่อยู่ห่างไปไม่ไกล พูดคุยกันไม่กี่นาที พี่เขาก็ตัดสินใจให้ไปเริ่มทำงานได้วันพฤหัสที่จะถึงนี้…สนนค่าแรงต่ำกว่าควรจะเป็น แต่เมื่อถึงเวลาเขาก็จะเพิ่มให้ตามความสามารถของเรา และหากว่าหน่วยก้านดีจะให้ทำงานสามวันติด เริ่มพฤหัสบดีถึงเสาร์ แบบเต็มวันในวันเสาร์
แม้ค่าแรงจะไม่มากนัก แต่ใจเองก็คิดในแง่ดีไปว่า นี่เป็นสิ่งที่เราอยากได้ บางครั้งเราก็ต้องยอมแลกอะไรบางอย่างเพื่อที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์” ติดมือกลับมา เหนื่อยบ้างแต่ว่ามันคงจะดีสำหรับเราในเวลาอันใกล้
ขากลับเดินจากร้านผ่านบ้านผู้คนแถวนี้ เหมือนจะเงียบร้างไร้ผู้คนให้เห็น มีแต่รถยนต์จอดอยู่ริมทางเท้า สังเกตเห็นว่าบ้านในแบบออสเตรเลียเป็นแบบชั้นเดียวใช้อิฐบล็อกกันลม ด้านหน้ามักจะมี garden หรือสวนสวยแตกต่างกันออกไป หากใครเคยมาที่นี่จะรู้ดี บ้านที่นี่สวยแทบทุกหลัง ออกแนวน่ารักเหมือนในการ์ตูนยังไงยังงั้น แถมสีสันก็สวยงาม ลานหน้าบ้านก็ดูสะอาดตายิ่งนัก
ในใจก็คิดไปพลางว่า อยากจะมีบ้านแบบนี้เป็นของตัวเองบ้าง และก็อดคิดย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เข้าไปคุยกับเจ้าของร้านอาหารไทยเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเสียไม่ได้
ใจเคยโหยหาคำว่า “back to basic” มาตลอด นี่ล่ะมั้งสิ่งที่เรียกร้องอยากจะเจอ และก็กำลังจะเจอแล้วว่ามันมีรสชาติเป็นยังไง…เอาสิ เอาให้ตายกันไปข้างนึง
ตอนนี้ปาเข้าไปสี่ทุ่มแล้ว ตาของใจเริ่มจะปิดเพราะเหนื่อยล้ามาจากคืนก่อนหน้าที่ไม่ยอมหลับยอมนอนแบบเต็มอิ่ม คิดว่าถึงเวลาจะไปนอนสักทีแล้ว…พรุ่งนี้เข้าคอร์สวันแรก ก็คงจะเป็นแม้วอยู่คนเดียวเป็นแน่… แหม้ เลื่อนชั้นมาทำไมนี่…
อ้ะ วันนี้ยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปนี้…ชอบ…เลยเอามาฝาก ตั้งชื่อว่า “ที่ว่างระหว่างเรา”

เราเคยนั่งกันอยู่สองคน… โดยที่ไม่มีใครกั้นกลาง ที่ว่างตรงนั้นมันเคยเป็นของเราสอง

แต่…ตอนนี้มีใครบางคนเข้ามาเพิ่ม จากสองเลยกลายเป็นสาม ที่ว่างมันไม่ใช่ของเราอีกแล้ว
มันกลายเป็น เธอ ฉันแล้วเขา… ที่ว่างของเราหายไปไหน??
Random Posts
|
ทำไมอ่านบรรยายภาพแล้วฮาก็ไม่รู้อ้ะค่ะ คิดไรอยู่เนี่ยตู
.. สองภาพล่างสุดนี่ ก็ดึงเข้าเรื่องได้อีก… อิอิ
ตกลงพี่ฝรั่งสองคน (ภาพบน)เข้าเป็นกิ๊กกันเปล่า
คุณใจไปเรียนต่อแล้ว สู้ๆนะคะ แวะมาให้กำลังใจ ตั้งใจเรียนล่ะคะ สู้ๆ
brokeback ?
ไอ้สัญลักษณ์ข้างหลังมันหมายถึงอะไรอะ
ห้ามกินเหล้า ห้ามขี่จักรยาน ห้ามเล่นเสก็ต ห้ามขับรถ
แล้วก็บอกว่าที่นี่ให้นั่งงั้นเหรอ??
เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย คงต้องเหนื่อยน่าดู
เอาใจช่วยคุณใจนะคะ
เป็นกำลังใจให้นะน้องใจ สู้ ๆ นะค่ะ
มีโอกาส search หาเพลงฟังไปเรื่อยๆ
จนไปพบ http://nujai.spaces.live.com/
space เก่า
ตั้งใจว่าจะคอมเม้นท์ให้ในหน้าสุดท้าย
ทดลองทดมันเรื่อยๆตั้งแต่วันที่เขียนวันแรก
จนวันสุดท้าย
อาจจะไม่ทั้งหมดทุกตัวอักษร จนจับใจความได้ทั้งหมด
แต่ก็รับรู้มันทุกหน้า
เพิ่งรู้ว่า ใช้เวลา 7 ชั่วโมงกว่า
แต่ว่าหน้าสุดท้าย
กลับชวนให้มา ที่ เวบส่วนตัว ;]
เลยยิ้มๆ กับตัวเองว่า
เกือยจะไม่ได้คอมเม้นเสียแล้ว
กลัวเสียมารยาทที่เข้ามาอ่านโดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ
ยินดีที่ได้รับรู้เรื่องราว
สนุกดี ทุกๆเรื่อง ;]]]
ยิ้มให้
สวัสดีครับคุณใจ ตามมาจนเจอบล็อกคุณใจครับ
ปล.ผมขอแลกลิงค์กับคุณใจด้วยนะครับ เพิ่มให้ที่บล็อกแล้วจ้า
Good luck for your job and learning na ja. Su Su na……
Ps. Can’t type in Thai na ja.
ชอบ blog ของคุณใจมากค่ะ ไปเมลเบิร์นตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เตยขอให้คุณใจโชคดีและประสบความสำเร็จทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงานที่โน่นตามที่ตั้งใจไว้นะคะ จะไปนานมั๊ยเนี่ย กลับมาแล้วส่งข่าวบ้างนะคะ
– เตย (อินเทล)
สวัสดีค่ะคุณเตย…มาได้ 8 วัน อีก 6 เดือนอาจจะกลับ ไม่รู้เหมือนกัน555 …ขอไปทำงานที่อินเทลด้วยคนได้ไหมคะ จะรีบกลับไปเลย เง้ออออ