วันที่ 2วันนี้เป็นวันที่ 2 แล้วสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย หลังจากที่เดินทางออกจากประเทศไทย ชนิดที่บางคนก็ยังไม่ได้รับรู้ด้วยเลย… สองวันนี้ กิจกรรมประจำวันยังไม่มีอะไรมากนัก สำหรับผู้มาเยือนหน้าใหม่ที่ยังไร้ที่พักอาศัยอย่างใจ นอกจากตื่นนอน กินข้าว แล้วออกไปช่วยเพื่อนที่ร้านอาหารไทยที่เธอเป็นหุ้นส่วนอยู่ เพื่อเป็นการตอบแทนที่เธอให้ใจพักพิงด้วยชั่วคราวแบบไม่คิดเงิน แถมยังให้ข้าวที่ร้านกินฟรีด้วยเช่นกัน
แต่ถึงจะอย่างนั้น ใจเองก็อยากจะเข้าพักที่บ้านของตัวเองบ้างแล้ว แต่ทั้งที่มีคนแนะนำบ้านที่จะแบ่งให้เช่า 1 ห้อง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังใจดีขับรถพาไปดูถึงที่ แต่เมื่อเราไปถึง ดูบ้านด้วยตา ก็พบว่ามันไม่ใช่อย่างที่เราคิดกันไว้ตั้งแต่แรก บ้านไกลจากสถานีรถไฟจนเกินไป นั่นหมายถึงว่า ยามค่ำคืนที่ใจเลิกจากเรียนหรือเลิกจากทำงาน ใจจะต้องเดินฝ่าความมืดเข้าบ้าน ซึ่งคิดแล้วก็ไม่ปลอดภัยสักเท่าไรนัก ทำให้ทุกคนออกมาด้วยความผิดหวัง พรุ่งนี้ใจและเพื่อนอาจจะต้องออกไปดูบ้านเช่ากันอีกครั้ง เพื่อให้ใจได้มีบ้านก่อนเปิดเรียนจริงๆ ในวันอังคารที่จะถึงนี้ ก่อนที่ช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ ใจก็ต้องเข้าไปช่วยเพื่อนที่ร้านอาหารอีกเช่นเคย อันที่จริง นี่เป็นเหมือนการซ้อมแรงเอาไว้ ก่อนที่ตัวเองจะเดินดุ่มๆ เข้าไปสมัครงานที่ร้านอาหารใกล้ที่พักบ้างในอนาคตที่จะถึง และก็เริ่มรับรู้แล้วว่ามันก็เหนื่อยอย่างที่ใครเขาบอกเอาไว้ วันแรกที่ใจมาถึง ใจได้แต่ช่วยเพื่อนหยิบโน่นหยิบนี่ ดูเก้ๆ กังๆ พิกล เพื่อนเองก็ยังเกรงใจใจอยู่บ้าง ยังไม่บอกให้ทำโน่นทำนี่สักเท่าไร แต่ใจมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับเครื่องล้างจานอัตโนมัติเป็นหนแรกในชีวิต แม้จะเห็นมันอยู่บ้าง แต่ไม่เคยลองใช้มันสักครั้ง.. วันนี้ใจเริ่มได้หั่นแครอทในแบบที่ร้านเขาใช้ รู้วิธีหั่นหัวหอมใหญ่…ในแบบที่ร้านอาหารใช้ ห่อแป้งกะหรี่พั๊ฟเป็นแล้วเมื่อวานเย็น จัดแต่งจานออเทร่ย์ หรืออาหารจานแรกบนโต๊ะเริ่มเป็น เทน้ำจิ้มใส่ถ้วย เอาจานเข้าไมโครเวฟยาว 1 นาที เพราะที่นี่อากาศเริ่มเย็น ทำให้จานเย็น การเวฟจานให้อุ่นเป็นสิ่งจำเป็น ใจช่วยรับจานจากเพื่อนซึ่งวันนี้ทำหน้าที่ล้าง ใส่เข้าไปในเครื่องล้างอัตโนมัติ กดปุ่มเขียวๆ ใต้เครื่อง รอให้เครื่องเทน้ำร้อนราดจานข้างในยาว 2 นาทีก็ดึงฝาหน้าออก ลากที่วางจานทั้งหมดออกมาวางไว้ในชั้นทั้งหมด เพิ่งรู้ว่าเครื่องจักรช่วยทุ่นแรงคนได้มากเพียงนี้ …เจ้าเครื่องล้างจานนี่ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบทีเดียว วันนี้ใจทำอะไรหลายๆ อย่าง เท่าที่จะทำได้ กว่าจะรู้ตัวอีกที เวลาก็ปาเข้าไป 4 ทุ่ม… “นี่เราทำงานในครัวตั้งแต่ 5 โมงยัน 4 ทุ่มกันเลยเหรอนี่” แต่อาจจะเพราะว่าวันนี้เป็นวันศุกร์ พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ทั้งใจและเพื่อนยังไม่นอนเร็วกันเหมือนเมื่อวาน (ตอนนี้ปาไปเที่ยงคืนครึ่งแล้ว) แม้จะบอกว่าไม่ง่วง แต่เมื่อคืนวานเมื่อหัวของใจถึงหมอนก็สลบเหมือดไม่รู้เรื่องราวอะไรจนถึงเช้า ใจว่า อยู่ที่นี่การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ อากาศเริ่มหนาวมากขึ้นเรื่อยๆ พอๆ กับงานที่ทำก็หนักหนาพอสมควร ออมแรงเอาไว้ทำงานพรุ่งนี้เป็นสิ่งต้องปฏิบัติ ใจเห็นเพื่อนใจทำมันอย่างเคร่งครัด เธอตื่นเช้าไปทำงาน เย็นก็ยังเข้าร้าน กลับดึกก็อาบน้ำรีบนอน ทำมันแบบนี้วนๆ กันไป ยกเว้นวันนี้ที่เธอจะไม่ต้องไปทำงานในช่วงเช้าตรู่ นิยายสองเรื่องที่ใจไหว้วานให้รุ่นพี่หามาให้ และลงทุนหอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาฝากตามคำขอของเธอจึงได้ทำหน้าที่ของมัน ใจเพิ่งจะหันไปมองเพื่อนสาว…นอนเหยียดยาวบนฟูก มีผ้าห่มคลุมตัว ในมือถือนิยายของกิ่งฉัตรเอาไว้ เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ไม่สนใจใคร พรุ่งนี้ทั้งใจและเพื่อนตั้งใจจะออกจากบ้านไปหาบ้านเช่าให้ใจเมื่อตื่นจากที่นอน อย่างไรเสียพรุ่งนี้เย็นจะขับรถไปร้านอาหารของเธอและเพื่อนๆ ที่อยู่ห่างจากบ้านไปราว 40 นาทีอีกครั้ง ใจคงได้ทำงานอย่างอื่นที่มากกว่าที่เคยได้ทำในวันนี้ คงได้เรียนรู้อะไรอย่างอื่นในครัวมากกว่าที่เป็น และไม่เคยทำมันสักครั้ง มาถึงตอนนี้เริ่มจะคิดถึงคำพูดที่ใครหลายคนเคยพูดกับใจเอาไว้ก่อนเดินทางมาที่นี่แล้วว่า “ใจจะเลิกเขียน blog ก็เพราะมาที่เมลเบิร์นนี่แหละ” หรือว่าจะจริงนะนี่?? ปล. พรุ่งนี้จะลองยกกล้องถ่ายรูปบรรยากาศแถวๆ นี้มาฝาก จะใส่ความหนาวเย็นเอาไว้ข้างในได้ด้วยนะ คนอ่านจะได้เริ่มหนาวไปกับใจด้วย 555 ปล. อีกนิด…. วันนี้ขณะที่อยู่ในร้าน ชั้นวางถ้วยจานก็สั่นระนาว ทุกคนก็หยุดนิ่งแล้วหันมามองหน้ากัน แล้วก็พูดกันว่า “แผ่นดินไหวเหรอ?” พี่คนหนึ่งบอกว่าที่ไม่เคยแผ่นดินไหว ..จนจานหยุดสั่นไป ตะกี้ใจเพิ่งอ่านข่าว เมลเบิร์นแผ่นดินไหวจริงๆ ซะด้วย โอ้….ก้อดดดด Random PostsDiscussion12 comments for “วันที่ 2”Post a comment |
เอาใจช่วยให้ทุกอย่างลงตัวไว ๆ จ้ะ
พี่ใจสู้ๆ น้องเป็นกำลังใจให้
ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆนะคะ
รักษาสุขภาพมากๆ สู้ตายคร้า ^^
แผ่นดินไหว!?
แล้วพี่ใจ๋จะไหวมั้ยนี่
ปล.เห็นมันมีวันชาติออสเตรเลีย อย่าทำงานเพลินจนลืมเที่ยวนะครับ
พยายามเข้านะใจ
สู้ๆ เด้อ
คุณใจมาแรงจริง ไปถึงก้อแผ่นดินไหวซะแล้น
ดูจากblogแล้ว ทุกอย่างน่าจะโอเค
ฉันรู้ว่าแค่นี้จิ๊บ จิ๊บ สำหรับแก สบายมาก
สู้ สู้ และกัน ฉันคอยช่วยแกอยู่ทางนี้…
โอเคป่ะ
อ้อ.. ฉันโทรไปที่บ้านแกไม่เห็นมีคนรับสายเลยว่ะ
สู้โว้ย….
น่าอิจฉาได้อยู่เมืองนอก
สู้ๆครับ
โอ้…มีแผ่นดินไหวด้วยเหรอ ไม่เคยเจอเลย
ทำงานในร้านอาหารไทยเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยม ต้องมีศาสตร์และศิลป์ในการทำ
ยังไงก็รออ่านคอลัมน์ letter from Melbourne อยู่นะ
สู้สู้
สู้ ๆ ค่ะ คุณใจทำได้แน่นอน ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ใจเมื่อใจสู้ ร่างกายสนับสนุน ทุกอย่างก็ผ่านฉลุย เป็นกำลังใจให้
นะคะ เป็นแฟนบล็อก jaispace จาก myhappymom ค่ะ อ่านแล้วได้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน รวมทั้งภาพสวย ๆ ด้วย
ฉลองการมาของพี่เลยนะเนี่ย อิอิ
สู้ๆ ครับผม
เคยทำงานเป็นเด็กเสริฟในร้าน 13 เหรียญ
เหนื่อยมากๆค่ะ